คุมตัว‘เจ๊นูรีฮัน’นักเขียนแนวอิสลามเลิฟสตอรี่พร้อมสามี ทหารยืนยันไม่เกี่ยวเหตุระเบิดภาคใต้ตอนบน

DSI นำทหารคุมตัว‘เจ๊นูรีฮัน’นักเขียนแนวอิสลามเลิฟสตอรี่พร้อมสามี เหตุสงสัยข้อความในเฟสบุ๊ค รองอธิการ มฟน.รุดเยี่ยมในค่ายอิงคยุทธบริหาร ทหารยืนยันไม่เกี่ยวเหตุระเบิดภาคใต้ตอนบน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ผศ.มัสลัน มาหะมะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (มฟน.) จ.ปัตตานี พร้อมด้วยนายอับดุลอาซิซ ตาเดอินทร์ จากสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เข้าเยี่ยมนางสาวมุสลีฮา มะแซ และสามี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

เยี่ยม - ผศ.มัสลัน มาหะมะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี หรือ มฟน.(ซ้ายสุด) พร้อมด้วยนายอับดุลอาซิซ ตาเดอินทร์ เข้าเยี่ยมนางสาวมุสลีฮา มะแซ (คนกลาง) และสามี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

นางมุสลีฮา มะแซ หรือที่รู้จักกันดีในโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คในชื่อ เจ๊นูรีฮัน มาเลเซีย เธอเป็นนักเขียนแนวอิสลามกับความรัก มีผลงานตีพิมพ์ออกแล้วหลายเล่ม ซึ่งเป็นที่ถูกใจของแวงดวงมุสลิมคือเลิฟสตอรี่ งานเขียนแนวบอกกล่าวตักเตือนได้ทะลวงหัวใจวันรุ่นและผู้หญิงอย่างมาก และมีแฟนเพจที่ติดตามผลงานของเธอจำนวนมากด้วยเช่นกัน

นายอับดุลอาซิซ เปิดเผยหลังจากเข้าเยี่ยมว่า เธอถูกควบคุมตัวพร้อมสามีชื่อนายแวบือราเฮง แวสะแลแม อาชีพเป็นพ่อค้าขายไก่สด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2559 เวลาประมาณ 11.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้าควบคุมตัวที่หาดตะโละกะโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกนำตัวไปที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน (ฉก.ทพ.) ที่ 42 ก่อนนำตัวไปค้นบ้านพักที่ชุมชนยะกัง ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือไปด้วย ก่อนจะนำไปควบคุมตัวในค่ายอิงคยุทธบริหารโดยแยกห้องควบคุมตัว ซึ่งจากการเข้าเยี่ยมพบว่าสามีมีอาการตกใจเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนตัวเธอเองเฉยๆ บอกเพียงแค่ว่าเป็นบททดสอบจากพระเจ้า

นายอับดุลอาซิซ เปิดเผยด้วยว่า ที่จริงมีทางเจ้าหน้าที่ประสานมาที่ตนแล้วว่าจะนัดคุยเธอกับสามี แต่มาถูกควบคุมตัวเสียก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะปล่อยตัวในอีก 2 -3 วัน ถ้าไม่มีความผิดใดๆ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าถูกควบคุมตัวเรื่องอะไร แต่เข้าใจว่าเป็นเรื่องความมั่นคง อาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุดในภาคใต้ตอนบนหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ

“เนื่องจากเธอเป็นนักเขียนแต่ไม่ได้เรียนจบสูง และมีแฟนเพจเยอะหลายพันคน ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าทำไมจึงมีแฟนเพจเยอะมาก ผมเองก็ติดตามผลงานของเธอมา 3 ปีแล้ว” นายอับดุลอาซิซ กล่าว

ด้าน พ.อ.อิศรา จันทรกระยอม ผู้บังคับหน่อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 45 รับผิดชอบ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากเจ๊นูรีฮันพร้อมสามี คือนายแวบือราเฮง แวสะแลแม ได้โพสต์ข้อความบางอย่างลงในเฟสบุ๊คซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งทาง DSI มีวิธีการในการสืบค้นต่อไปจนกระทั่งสามารถเข้าไปตรวจสอบในเพจของกลุ่มๆหนึ่งที่เธอเป็นสมาชิกอยู่ด้วย จึงต้องเชิญตัวเธอพร้อมสามีมาซักถามให้หายสงสัย

ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าว่าทั้ง 2 คน อยู่ในพื้นที่บ้านไม้รีสอร์ท ต.ตะโล๊ะกะโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ทาง ฉก.ทพ.42 จึงได้ ใช้ กฏอัยการศึกเชิญตัว ทั้ง 2 คน เพื่อดำเนินการซักถาม ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร

“จริงๆแล้ว ผมได้นัดกับญาติของเธอที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้วให้พาเธอมาพูดคุยกันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้วในตอนเย็นวันเดียว เนื่องจากก่อนแต่งงานเธออาศัยอยู่กับน้าชาย เพราะพ่อแม่แยกทางกัน แต่ก็ถูก DSI กับ ฉก.ทพ.42 ควบคุมตัวเสียก่อน จากนั้นก็ถูกนำตัวไปค้นบ้านพักที่ชุมชนยะกัง ซึ่งผมก็ได้เข้าไปดูแลด้วย”

พ.อ.อิศรา เปิดเผยด้วยว่า จากการพูดคุยกันพบว่าไม่น่าจะหนักหนาอะไร คงจะปล่อยตัวไปไม่กี่วัน แต่ตนก็ยังไม่เห็นข้อความในเฟสบุ๊คที่ DSI อ้างถึง และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายในหลายจังหวัดภาคใต้ตอนบน

ขณะที่เพจชื่อ Save Islam : สมาคมปกป้องอัลอิสลาม ระบุว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม มีการจับกุมนางสาวมุสลีฮา มะแซ และสามีโดยมีการติดตามจับกุมจากหาดตะโล๊ะกะโปร์ ขณะที่ร่วมกิจกรรมค่ายมุสลิมะห์รักอัลกุรอ่านครั้งที่ 1 และได้มีการไปค้นบ้านพักที่ตำบลยะกังพร้อมทั้งยึดสิ่งของบางส่วนไป ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี

รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับการจับกุมคือเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2559 เวลา 11.00 นาฬิกา ได้มีเจ้าหน้าที่สามฝ่าย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ DSI เข้าจับกุมควบคุมตัว สองสามีภรรยา ทราบชื่อภายหลังชื่อนาย แวบือราเฮง แวสะแลแม พ่อค้าขายไก่สด และนางสาวมุสลีฮา มะแซ หรือที่รู้จักกันดีในโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คในชื่อ เจ๊นูรีฮัน มาเลเซีย และ นางฟ้าติดดิน ถูกจับกุมควบคุมตัวที่หาดตะโละกะโปร์ หลังจากนั้นก็นำตัวไปที่ ฉก.42 ก่อน ส่งตัวไปควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร

โดยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมก่อนถูกควบคุมตัว มีเจ้าหน้าที่ทหารจาก ฉก. 38 นราธิวาส ไปที่บ้านของนักเขียนทั้งสองที่ จ.นราธิวาส แต่ไม่พบตัว แต่เนื่องจากสองคนไม่ได้อยู่บ้าน มาทำงานที่ปัตตานี แต่ได้ควบคุมตัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไปแทน ญาติจึงติดต่อประสานงานขอความช่วยเหลือ และกำลังติดต่อประสานงานให้สองสามีภรรยานักเขียนไปแสดงความบริสุทธิ์ แต่ก็มาถูกควบคุมตัวโดยอำนาจกฎอัยการศึกเสียก่อนที่หาดตะโล๊ะกะโปร์

เจ๊นูรีฮัน มาเลเซีย

เพจนี้ยังระบุด้วยว่า “นางมุสลีฮา มะแซ หรือที่รู้จักกันดีในโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คในชื่อ เจ๊นูรีฮัน มาเลเซีย ที่มีผลงานเขียนตีพิมพ์ออกมาเป็นที่ถูกใจของแวงดวงมุสลิมคือ เลิฟสตอรี่ งานเขียนแนวบอกกล่าวตักเตือนเหมือนเป็นพี่ เพื่อน กับคนอ่าน เธอเขียนได้ทะลวงหัวใจวันรุ่นและผู้หญิงได้อย่างดีแท้ โดยเฉพาะเรื่องราวสอนลูกผู้หญิงตามแบบอย่างอัลกุรอ่าน ทั้งที่เธอมิได้เรียนจบด้านศาสนามาโดยตรง เป็นเพียงแม่ค้าขายไก่ในตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หากด้วยใจที่มุ่งมั่น ขยันหาความรู้และอดทน ทำให้นักเขียนสตรีคนนี้มีผลงานออกมาสู่สายตาหลายเล่ม (ข้อมูลจากhttp://www.publicpostonline.com/2013/main/content.php?page=sub&category=8&id=228)

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้รับทราบว่า การติดตามจับกุมนักเขียนสตรีนั้น เกิดจากการร้องขอของทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องด้วยการโพสต์ข้อความบางประการที่ยังไม่อาจเปิดเผยได้ในขณะนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีการประสานงาน โดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึกในการติดตามจับกุม โดยในวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ทางเจ้าหน้าที่ทหารฯได้อนุญาตให้นักสิทธิมนุษยชนเข้าเยี่ยมนักเขียนทั้งสองรายได้ และยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ภายใต้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ในการซักถามข้อสงสัยดังกล่าว

องค์กรรายนามด้านล่างนี้มีความเห็นว่า การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นการดำเนินการลัดขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการโดยโปร่งใสในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ซึ่งเป็นคดีพิเศษ การดำเนินการในคดีอาญาตามอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึก จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่อาจเรียกได้ว่า เป็นกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ความสำคัญของการสืบสวนคดีอาญาที่เป็นที่สนใจของประชาชนนั้น จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเคารพสิทธิมนุษยชน การใช้อำนาจโดยไม่ชอบอาจทำให้พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ และศาลไม่อาจนำมาลงโทษผู้กระทำความผิดได้

องค์กรรายนามด้านล่างนี้ขอเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงปล่อยตัวนางสาวมุสลีฮา มะแซ และสามีโดยไม่มีเงื่อนไข หรือจัดให้นางสาวมุสลีฮา มะแซและสามีได้เข้าถึงสิทธิในการเข้าถึงทนายความที่ตนไว้วางใจ หากการดำเนินการดังกล่าวมีการตั้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา...”