อ่านดู ! ครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม “คาดหวัง-กังวล-หนุนเสริม”อะไรในกระบวนการสันติภาพ

เปิดข้อเสนอ 3 เวที จาก 12 เวทีครูเอกชนสอนศาสนาอิสลามในปัตตานี ยะลา นราธิวาส “คาดหวัง-กังวล-หนุนเสริม” อะไรในกระบวนการสันติภาพ หวังคู่เจรจาทั้งสองฝ่ายจะฟังเสียงของประชาชน แต่กังวลความไม่จริงใจ ไม่เข้าใจ และไม่ต่อเนื่อง พร้อมหนุนสร้างองค์กร เครือข่าย ทุน การศึกษา ภาษา และสื่อเพื่อสันติภาพ

การประชุมเชิงปฏิบัติการ "ความหวัง ความกังวล และการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ" สำหรับครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2559 ที่จัดโดยสำนักงานการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ที่จัดไปแล้ว 3 เวที มีหลายประเด็นที่เป็นข้อเสนอโดยตรงต่อกระบวนการสันติภาพปาตานีหรือการพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนภาคใต้ ที่จะมีขึ้นอีกครั้งระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับกลุ่มมาราปาตานีที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียในวันที่ 2 กันยายน 2559 ที่จะถึงนี้

ต่อไปนี้ เป็นการสรุปข้อเสนอของครูเอกชนสอนศาสนาอิสลามทั้ง 3 เวที จากทั้งหมด 12 เวทีครอบคุลมพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลา เวทีละประมาณ 100 คน

โดยเวทีแรกจัดที่โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559 มีครูและอุสตาซจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน อ.เมือง อ.ยะหา อ.ธารโต อ.เบตง จ.ยะลา เข้าร่วม

เวทีที่ 2 จัดที่โรงแรมตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 มีครูและอุสตาซจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน อ.เมืองนราธิวาส อ.สุไหงปาดี และ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เข้าร่วม

เวทีที่ 3 จัดที่โรงแรมปาร์ควิวแอนด์รีสอร์ท อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 มีครูและอุสตาซจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน อ.เมือง และ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เข้าร่วม

นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการมีนายรอมฎอน ปันจอร์ บรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เป็นผู้บรรยายให้ความรู้และความก้าวหน้าของกระบวนการดังกล่าวให้ผู้เข้าร่วมฟัง จากนั้นมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความเห็นต่อประเด็นความหวัง ความกังวล และการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ ซึ่งพบว่ามีหลายประเด็นที่เป็นประเด็นร่วม ทั้งความคาดหวังทั่วไป และความคาดหวังกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

ความคาดหวังต่อกระบวนการสันติภาพ

ความคาดหวังต่อกระบวนการสันติภาพของครู/อุสตาซโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีหลายข้อรวมกว่า 17 ประเด็น ดังนี้

คาดหวังว่า จะมีความยุติธรรม มีความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม หยุดความรุนแรง และมีพื้นที่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย เคารพสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงความเห็น ความเท่าเทียมในสังคม เสรีภาพในการใช้ภาษามลายูและเข้าใจวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 

คาดหวังว่า คู่ขัดแย้งต้องยอมรับกติกาการพูดคุย มีความจริงใจในการเจรจาสันติภาพตลอดจนร่วมแก้ปัญหาให้ตรงจุด การพูดคุยสันติภาพต้องมาจากผู้ที่มีบทบาทจริง ประชาชนควรได้รับรู้ประเด็นการเจรจาและข้อตกลง ซึ่งประชาชนควรทำความเข้าใจและยอมรับประเด็นเหล่านั้น และประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานได้

คาดหวังทั้งสองฝ่ายจะฟังเสียงของประชาชน

ที่สำคัญยังคาดหวังว่า เสียงของประชาชนต้องถูกรับฟังจากทั้งสองฝ่าย ให้องค์กรระดับนานาชาติเข้ามาเป็นสักขีพยานในการเจรจา สื่อควรเป็นกลาง ต้องสร้างบรรยากาศของความไว้ใจกับทุกฝ่าย ลดจำนวนทหารและด่านตรวจในพื้นที่

คาดหวังว่า การแก้ปัญหาต้องต่อเนื่องจนเห็นผล ทั้งเศรษฐกิจ สาธารณูปโภคและการศึกษา ให้ความช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ เช่น เด็กกำพร้า อย่างเท่าเทียม ต้องการเห็นการจำกัดความสันติภาพที่ชัดเจนและปรับใช้เป็นรูปธรรม รวมถึงทัศนคติที่ดีของรัฐต่อองค์กรศาสนา และครู/อุซตาซ เป็นต้น

ความกังวลต่อกระบวนการสันติภาพ

ความกังวลต่อกระบวนการสันติภาพของครู/อุสตาซโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีหลากหลายรวมกว่า 21 ประเด็น ได้แก่

กังวลว่า การพูดคุยหรือเจรจาจะไม่ต่อเนื่องและสูญเปล่า ตลอดจนสถานะของกระบวนการสันติภาพเองว่าจะมีตัวตนจริงหรือไม่ ตัวแทนบนโต๊ะเจรจาเป็นตัวจริงหรือไม่ รวมทั้งกังวลปัญหายาเสพติดกับวัยรุ่น

ที่สำคัญกังวลว่า รัฐบาลจะไม่จริงใจต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพ และทั้งสองฝ่ายจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นและไม่บรรลุถึงสันติภาพ

กังวลความไม่จริงใจ-ไม่เข้าใจ-ไม่ต่อเนื่อง

กังวลถึงโอกาสในการใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล กังวลว่าการเจรจาสันติภาพจะเป็นประโยชน์เพียงแค่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

กังวลว่าผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพและประชาชนทั่วไปจะไม่ปลอดภัย กังวลว่าจะมีมือที่สามที่ไม่หวังดีเข้ามาแทรกแซงในการเจรจา รวมไปถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง กลัวว่ายิ่งเจรจาจะยิ่งสร้างปัญหา

ที่สำคัญ กังวลว่าชาวบ้านไม่เข้าใจเรื่องกระบวนการพูดคุยและอาจตกเป็นเครื่องมือในกระบวนการสันติภาพ กังวลเรื่องทัศนคติของคนต่างศาสนิกและอาจมีความแตกแยกมากขึ้นระหว่างไทยพุทธและมุสลิม

กังวลเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีและการละเมิดสิทธิต่างๆ ในพื้นที่ นอกจากนั้นกังวลว่าสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะถูกบั่นทอนให้น้อยลง เป็นต้น

การหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ

ประเด็นการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพของครู/อุสตาซโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมมากกว่า 22 ประเด็น ได้แก่

ประชาชนร่วมกันเสนอการใช้กฎหมายอิสลาม เปิดพื้นที่ให้ปัญญาชน เยาวชนและตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น มีเวทีและพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้กับทุกกลุ่มอาชีพ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายความมั่นคงและประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจในกระบวนการสันติภาพ สร้างสายใยระหว่างศาสนาเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

หนุนสร้างองค์กร–เครือข่าย–ทุน–การศึกษา–ภาษา–สื่อ

ศึกษาความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ จัดทำประชาคมในกลุ่มผู้สอนศาสนาเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะให้คู่เจรจาสันติภาพ มีองค์กรกลางเพื่อไกล่เกลี่ยและสนับสนุนสันติภาพในชุมชน ตลอดจนสร้างเครือข่ายระดับหมู่บ้านในการรวบรวมข้อมูลมิติต่างๆ

จัดทำข้อมูลเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ หลายๆ ภาษา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในแง่บวกของกระบวนการสันติภาพ และข้อตกลงต่างๆที่ลงนามในกระบวนการสันติภาพผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุหรือโทรทัศน์

ครู/อุซตาซสามารถส่งเสริมการเผยแพร่ความเข้าใจต่อสันติภาพ เช่น บรรจุวิชากระบวนการสันติภาพเป็นวิชาเรียนทุกระดับ หรือทำคุตบะห์(คำเทศนาธรรม)เพื่อสนับสนุนสันติภาพ ครูควรให้ความรู้ความเข้าใจต่อคำว่าสันติภาพ สิทธิ หน้าที่พลเมืองและเสรีภาพต่างๆ

จัดตั้งองค์กรสันติภาพให้มีอำนาจเทียบเท่ากระทรวงซึ่งประกอบด้วยคนทำงานที่มาจากหลายอาชีพหลายหน่วยงาน เสนอเรื่องพื้นที่ปลอดภัยให้คู่ขัดแย้ง ตลอดจนให้มีคนกลางที่ประชาคมโลกยอมรับไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจัดตั้งองค์กองทุนสนับสนุนกระบวนการเจรจาในสามจังหวัดชายแดนใต้

ปลูกฝังในมิติจริยธรรมและให้รู้เท่าทันเกี่ยวกับการถูกหลอกชักชวนให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและความรุนแรง และสร้างเครือข่ายระหว่างครู สช.แต่ละอำเภอเพื่อดูแลและสนับสนุนคุณครูและนักเรียน เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 12 เวทีฟังครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เผย"ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมสันติภาพ"อันหลากหลาย