หวังสังคมปลอดภัย ยุติธรรม คนในดูแลเอง เสียงผู้นำศาสนานราธิวาสต่อวงถกสันติภาพ/สันติสุข

เปิดความเห็นผู้นำศาสนาอิสลามนราธิวาสต่อการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ กังวลความไม่จริงใจ การพูดคุยไม่ต่อเนื่องและขาดความร่วมมือ แต่คาดหวังประชาชนได้ดูแลพื้นที่เอง สังคมมีความปรองดอง ปลอดภัยและยุติธรรม พร้อมหนุนเสริมตั้งตัวแทนเข้าร่วมโต๊ะ แต่ต้องได้รับทราบความคืบหน้าและมีกระบวนการที่เปิดเผย เปิด 3 ข้อค้นพบยืนยันความสำคัญของผู้นำศาสนา

ศอ.บต.เปิดข้อสรุปเวทีผู้นำอิสลามนราธิวาส

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดทำสรุปผลเวทีเสวนา โครงการเสวนาผู้นำศาสนาเพื่อส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 28 สิงหาคม 2559 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ที่มีผู้นำศาสนาอิสลาม ทั้งโต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่นจากมัสยิดต่างใน จ.นราธิวาส เข้าร่วมจำนวน 100 คน

โดยได้ข้อสรุปใน 2 หัวข้อหลักคือภาพรวมของข้อคิดเห็นต่อนโยบายพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ซึ่งผู้นำศาสนาทั้ง 100 คนเห็นด้วยกับนโยบายนี้อย่างยิ่ง และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะผู้นำศาสนาเห็นว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีมาต่อเนื่องยาวนานนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอันมากในทุกๆ ด้าน

หัวข้อต่อมาคือ ข้อคิดเห็นต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขใน 3 ประเด็นใหญ่ๆ ประกอบด้วย 1.มีความกังวลอะไรกับกระบวนการพูดคุย 2.มีความคาดหวังอะไรจากกระบวนการพูดคุย 3.เราจะช่วยกันอย่างไรให้กระบวนการพูดคุยบรรลุผลเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งข้อสรุปแต่ละประเด็นมาจาการประชุมกลุ่มย่อยของผู้นำศาสนาอิสลามที่เข้าร่วม มีดังนี้

กังวลไม่จริงใจ-ไม่ต่อเนื่อง-ขาดความร่วมมือ

ประเด็นความกังวลต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีข้อสรุปได้แก่

1.กังวลเรื่องความไม่จริงใจของทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้กระบวนการพูดคุยล้มเหลวและสะดุดลง

2.กังวลว่ากระบวนการพูดคุยไม่ต่อเนื่องหรือล้มลงกลางคัน

3.กังวลว่ากระบวนการพูดคุย ขาดความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากผู้นำศาสนา เพราะเวทีการพูดคุยมีเฉพาะฝ่ายรัฐกับผู้เห็นต่างเท่านั้น

4.กังวลถึงความแตกแยกระหว่างพี่น้องมุสลิมกับพี่น้องศาสนิกอื่นด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนทำให้เกิดเงื่อนไขกระบวนการพูดคุยไม่คืบหน้า

5.กังวลถึงหลักประกันความปลอดภัยในเวทีพูดคุย และรู้สึกไม่มั่นใจในอำนาจรัฐในด้านความเป็นธรรม

6.กังวลถึงการมีผลประโยชน์แอบแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ผลประโยชน์ทางด้านการเมือง ทำให้กระบวนการพูดคุยไม่คืบหน้า

7.กังวลว่าทั้ง 2 ฝ่ายที่พูดคุยตั้งเงื่อนไขการพูดคุยกันมากจนเกินไปจนทำให้การพูดคุยไม่คืบหน้า

8.กังวลว่าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่รักษาสัจจะตามข้อตกลงการพูดคุย ทำให้การพูดคุยล้มเหลว

9.กังวลว่าประเทศผู้เป็นกลางที่ไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย จะไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง

หวังประชาชนดูแลพื้นที่เอง–สังคมปรองดอง–ปลอดภัยและยุติธรรม

ในประเด็นความคาดหวังต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีข้อสรุปได้แก่

1.เมื่อกระบวนการพูดคุยสำเร็จ ควรให้ประชาชนดูแลพื้นที่กันเอง

2.สังคมเกิดความปรองดอง ความรุนแรงไม่เกิดขึ้นเลยในพื้นที่

3.รัฐและผู้เห็นต่างจะไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรงขึ้นอีกในทุกๆ กรณี (สันติสุขถาวร)

4.เกิดการพัฒนาพื้นที่ที่ตรงกับความต้องการของประชาชน

5.อยากให้กระบวนการพูดคุยประสบผลสำเร็จ เกิดสันติสุขในพื้นที่

6.รัฐกับผู้เห็นต่าง รวมถึงรัฐกับประชาชน ประชาชนกับประชาชน ลดอคติต่อกัน เกิดความปรองดองสมานฉันท์

7.มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับผู้เห็นต่างและรัฐกับประชาชน รวมถึง ประชาชนกับประชาชน

8.ความยุติธรรมในเรื่องต่างๆ ได้รับการเอาใจใส่มากขึ้นหลังความขัดแย้งยุติลงทั้งนี้เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้งรอบใหม่ที่เกิดจากความไม่เป็นธรรม

8.ผู้นำศาสนาได้รับการดูแลจากรัฐมากขึ้น และไม่ถูกมองอย่างมีอคติเหมือนเช่นที่ผ่านมา

10.คาดหวังว่าทั้ง 2 ฝ่าย นึกถึงความสงบสุขของประเทศชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นประเด็นหลักในหัวข้อการพูดคุย

11.คาดหวังว่าจะมีพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เห็นต่างได้พูดคุย และหาข้อตกลงในกระบวนการพูดคุยให้บรรลุผล

พร้อมตั้งตัวแทนร่วมโต๊ะ-รับทราบความคืบหน้า-เปิดเผย

ส่วนประเด็นเราจะช่วยกันอย่างไรให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขบรรลุผลเดินหน้าต่อไปได้ มีข้อสรุปได้แก่

1.ควรแต่งตั้งตัวแทนผู้นำศาสนา เข้าร่วมในกระบวนการพูดคุยในทุกขั้นตอน

2.ช่วยกันขอดุอาร์และขอพรให้กระบวนการพูดคุยบรรลุผล ปราศจากอุปสรรค

3.ควรมีการรายงานผลความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยให้ผู้นำศาสนาทราบทุกระยะ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยและรายงานต่อประชาชน

4.ควรมีการเปิดเผยข้อขัดแย้ง หรือข้อต่อรองของแต่ละฝ่ายให้ประชาชนทราบว่า แต่ละฝ่ายขัดแย้งกันในเรื่องอะไรในเนื้อหาการพูดคุย และใครเป็นฝ่ายที่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการพูดคุย

5.ควรส่งเสริมให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตนภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดเงื่อนไขข้อขัดแย้งต่างๆ ที่นำไปสู่ความรุนแรงอย่างไม่จบสิ้น

6.ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์เนื้อหากระบวนการพูดคุยที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบ และร่วมกันสร้างสังคมปรองดอง สมานฉันท์ร่วมกัน

ฟังเสวนาทำความเข้าใจกระบวนการกันก่อน

อย่างไรก็ตาม ก่อนได้ข้อสรุปดังกล่าวได้ให้ผู้นำศาสนาได้ร่วมฟังเสวนาก่อนในวันแรกเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการพูดคุย ในหัวข้อ“ข้อเท็จจริงจากรัฐสู่ประชาชนและกระบวนการสันติวิธีเพื่อการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน” โดยมีนายไกรศร วิศิษฏ์วงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.อ.สายน้ำ พินิจอักษร รองหัวหน้าแผนกพูดคุยเพื่อสันติสุข ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เป็นวิทยากร ดำเนินรายการโดยนายสัมพันธ์ มูซอดี ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)

3 ข้อค้นพบ ยืนยันความสำคัญของผู้นำศาสนา

โดยนายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า ในกระบวนการสันติภาพผู้นำศาสนามีความสำคัญมาก เนื่องจาก 1.ผู้นำศาสนาอยู่กับชุมชนอย่างแท้จริงจึงรับรู้ปัญหาอย่างแท้จริง ผู้นำศาสนาจึงต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ เพราะมันสามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆในชุมชนได้ 2.ผู้นำศาสนาไม่สามารถตั้งรับในกระบวนการสันติภาพได้ เนื่องจากการพูดคุยสันติภาพไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 230/2557 รองรับ ซึ่งคิดว่ารัฐควรชี้แจงให้ผู้นำศาสนาทราบและควรแปลเป็นภาษามลายูด้วย

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวต่อไปว่า การพูดคุยสันติภาพทำให้เห็น 3 อย่าง คือ 1.เห็นคู่ขัดแย้งของรัฐที่ชัดเจน คือ ขบวนการ BRN สมัยก่อนเราไม่รู้ว่าคู่ขัดแย้งของรัฐคือใคร ไม่ต้องถามว่าฮายิบ ตอยิบ แกนนำ BRN ตัวจริงหรือไม่ แต่ค้นหาว่าเราต้องทำอย่างไรที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้โดยสันติวิธี

2.งานวิจัย Peace Survey (โครงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำรวจโดยสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้และเครือข่าย 15 องค์กร) พบว่าผู้นำศาสนาเป็นผู้นำที่ประชาชนวางใจอับดับต้นๆ ดังนั้นในกระบวนการพูดคุยสันติภาพจำเป็นต้องถามผู้นำศาสนาว่าคิดอย่างไร

3.ทั่วโลกเมื่อมีการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐกับคู่ขัดแย้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดยิงทันที หรือการที่มีบ้างกลุ่มหรือบางฝ่ายไมเห็นด้วยกับการพูดคุยสันติภาพก็ เป็นเรื่องปกติ แต่เราทำอย่างไรที่จะต้องหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยสันติภาพให้เดินไปข้างหน้าต่อไป

“ดังนั้นทุกฝ่ายต้องฟังความคิดเห็นของผู้นำศาสนา และผู้นำศาสนาต้องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ เพื่อหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่” นายมูฮำมัดอายุบ กล่าว

การพูดคุยคือวาระของชาติ

นายไกรศรได้อธิบายถึงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 230/2557 ว่าด้วยเรื่องการพูดคุยเพื่อสันติสุขนั้นถือว่าการพูดคุยเป็นวาระของชาติไปแล้ว ใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องดำเนินการ ซึ่งโครงสร้างการพูดคุยสันติสุขมี 3 ระดับ คือ ระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่กำหนดนโยบายหรือทิศทางของการพูดคุยโดยมี 3 ระยะ คือระยะทำความรู้จักระหว่างกัน ระยะลงนามสัตยาบัน และระยะกำหนดแผนการพูดคุยสันติสุข(Road Map) มี 9 ขั้นตอน เช่น การทำความเข้าใจต่อภาคราชการและประชาชน สิ่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม เป็นต้น

ระดับคณะพูดคุย มีพล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะและมีทีมงานอีก15 คน มีหน้าที่พูดคุยกับผู้คิดเห็นต่างจากรัฐทุกกลุ่ม และระดับที่พื้นที่มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ส่งเสริมการพูดคุยในพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพูดคุยและส่งเสริมการหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี

“เวทีระดับล่างมี 4 เวที คือ เวทีนักศึกษา ผู้นำศาสนา ภาคประชาชนและคนไทยพุทธ ท่านอยากได้อะไรในการพูดคุยสันติสุขก็เสนอเข้ามา” นายไกรศร กล่าว

ศูนย์สันติวิธีฟังความเห็น 4 กลุ่มในพื้นที่

ขณะที่ พ.อ.สายน้ำ กล่าวถึงการทำงานของศูนย์สันติวิธี 4 ด้าน คือ1.การพูดคุยสันติสุขโดยจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน 2.งานประชาสังคม 3.โครงการพาคนกลับบ้าน 4.การแก้ปัญหาความขัดแย้งในชุมชน

“สันติสุขหรือสันติภาพมีความหมายเดียวกันโดยอิงตามหลักศาสนา คือหากเราปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้องอย่างแท้จริง สันติสุขหรือสันติภาพก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

พ.อ.สายน้ำ กล่าวว่า การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยสันติสุขของรัฐมีจุดประสงค์ 4 ข้อ คือ 1.ลดความรุนแรงโดยสันติวิธี 2.พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.สังคมพหุวัฒนธรรม ยอมรับในความแตกต่าง แต่ไม่แตกแยกกัน 4.สร้างความเข้าใจและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ดังนั้นทุกกิจกรรมและทุกหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จะมุ่ง 4 ข้อนี้ เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลขาฯ ศอ.บต.ชี้ความสำเร็จของการพูดคุยสันติสุข อยู่ที่ผู้นำศาสนามีส่วนร่วม รุกเปิด 4 เวทีชายแดนใต้