ลูกเหรียง สสส.และอีกหลายเครือข่าย รณรงค์อ่านหนังสือ เพื่อสร้างสันติภาพ

สสส.ร่วมกับสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้และอีกหลายเครือข่าย  รณรงค์ให้เด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อ่านหนังสือเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพ ระดมรับบริจาคหนังสือ สนับสนุนห้องสมุดโรงเรียนใช้แคมเปญให้หนังสือเท่ากับให้สันติภาพ จัดกิจกรรมสาธารณะให้ทุกภาคส่วนหนุนเสริมการอ่าน

งานสานเสวนา “ทำไมหนังสือ... ต้องตอบโจทย์สันติภาพ” ปี 2559 ครั้งที่ 1 “บรรณสัญจรสู่มหกรรมหนังสื่อเล่มละบาทชายแดนใต้” จัดโดยสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง ) แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมประมาณ 400 คน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2559 ที่ห้องประชุมน้ำพราว 1 โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี

นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่าเพราะมีความเชื่อมั่นว่าพลังแห่งความปรารถนาและพลังหนังสือและการอ่านจะประสานกันอย่างสำคัญในการสร้างความสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล ในครอบครัว และพร้อมจะขยายผลสู่ชุมชนและทุกๆ พื้นที่ซึ่งเครือข่ายจะได้ร่วมกันขยับขยายต่อไป

ลูกเหรียงรณรงค์ ให้หนังสือ = ให้สันติภาพ

นางสาววรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ กล่าวว่ากลุ่มลูกเหรียงได้ทำโครงการอ่านยกกำลังสุข อ่านสันติภาพที่ชายแดนใต้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันเพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงหนังสือ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมในระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อให้เกิดการสนับสนุนพื้นที่การอ่าน รวมทั้งระดมหนังสือจากภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้เกิดโมเดลการอ่านกำลังสุข อ่านสันติภาพที่อำเภอต่างๆ

กลุ่มลูกเหรียงได้เริ่มต้นและสนับสนุนให้เกิดกิจกรรม Book start จัดหนังสือสำหรับเด็กในโรงพยาบาลกรงปินัง ขยายสู่โรงพยาบาลรามันและโรงพยาบาลธารโต จ.ยะลา ทำโครงการกองทุนซื้อหนังสือให้น้องจากโดยได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจจำนวน 48 โรงเรียน พัฒนาห้องสมุดโรงเรียนจำนวน 26 โรงเรียน สร้างตะกร้าหนังสือเดินทางไปตามบ้านในชุมชนโดยอาสัยเครือข่ายอาสาสมัครผู้หญิงชอบอ่านหนังสือจำนวน 61 ชุมชน

นอกจากนี้ยังได้รณรงค์แคมเปญให้หนังสือ = ให้สันติภาพ โดยสามารถระดมหนังสือจากการบริจาคได้มากกว่า 10,000 เล่ม เพื่อสร้างเครือข่ายนักอ่านหนังสือในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านสภานักเรียนซึ่งจะจัดให้มีเวทีเสวนา “อ่านเปลี่ยนชีวิต” ตามพื้นที่ต่างๆ ที่จะจัดเป็นกิจกรรมสาธารณะรวมทั้งสร้างภาคีความร่วมมือส่งเสริมการอ่านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนและเครือข่ายสภานักเรียน

 “การขับเคลื่อนของสมาคมตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ผ่านมาได้เห็นโอกาสในการสร้างสันติภาพ โดยใช้เครื่องมือสันติวิธี นั่นคือหนังสือ การสร้างเครื่องมือที่ง่ายและถูกที่สุดในการสร้างสันติภาพ คือมอบหนังสือให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างและหล่อหลอมความเป็นพลเมืองที่ดี ถ้าอยากเห็นสันติภาพ ต้องสร้างโอกาสแห่งการอ่านโดยการลงทุนกับเด็กและเยาวชนในรุ่นนี้” นางสาววรรณกนก กล่าว

หลากทัศนะ หนังสือสร้างสรรค์โลก

ผศ.ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ รองอธิการบดีฝ่ายวิเศษสัมพันธ์และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยฟาฎอนีย์ กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษเรื่อง “อยากสำเร็จทำไม่ต้องอ่าน” ว่าวันนี้ทุกคนต้องอ่านหนังสือเพื่อที่จะบอกสิ่งที่ดีให้กับเพื่อน และอ่านเพื่อที่จะสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และขยายการสร้างสันติภาพระดับโลก เพราะมุสลิมอ่านหนังสือ มุสลิมคนนั้นคือ Peace Actor และเขาก็จะกลายเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนสันติภาพของโลกนี้ด้วย” 

พ.ท.สิรภพ แก้วชนิด ผู้บังคับชุดควบคุมที่ 951 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษว่า เมื่อปี 2554 ตนได้อ่านหนังสื่อหนังเล่มหนึ่ง เป็นหนังสื่อที่เกี่ยวกับอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ชื่อ Henry Wilson โดยตอนเป็นเด็กมีความยากจนและชีวิตลำบากมาก ไม่มีโอกาสเรียนหนังสื่อ แต่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องอ่านหนังสือครบ 1,000 เล่ม หลังจากนั้นตนจึงตั้งใจว่าจะต้องอ่านหนังสือครบ 1,000 เล่มด้วย โดยตั้งแต่ปี 2555 - 2558 ตนได้อ่านหนังสือปีละ 100 เล่ม ต่อมาได้เปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ 2,000 เล่มเพราะเป็นเรื่องที่ท้าทาย

พ.ท.สิรภพ กล่าวว่าหลักปฏิบัติที่ดีของนักอ่านที่ต้องปฏิบัติ คือ ต้องถือหนังสือตลอดเวลา เหมือนกับว่า หนังสื่อเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย  ควรตั้งหนังสือบริเวณใกล้ที่นอน ก่อนนอนสามารถหยิบอ่านได้และตื่นนอนก็สามารถหยิบอ่านได้ และควรจะเขียนสิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ

ด้านนายฮาฟิต พิกุลจร รองประธานสภานักเรียนฯ จังหวัดปัตตานี กล่าวว่าจากการที่ตนค้นหาบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกและสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้  พบว่าบุคคลเหล่านี้ทั้งหมดชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เช่น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้สร้าง Facebook  วิลเลียม เฮนรี เกตส์ หรือที่รู้จัดกันในนาม “บิล เกตส์” ซึ่งคนนี้เป็นบุคคลที่มีความร่ำรวยอันต้นๆ ของโลก  รวมทั้งสตีฟ จอบบ์ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้อชื่อว่า “APPLE”

“นักเขียนชาวอเมริกาคนหนึ่งกล่าวว่า โลกของหนังสือเป็นสิ่งที่มีความมีความมหัศจรรย์มากที่สุดในมวลมนุษยชาติ เพราะสิ่งอื่นๆไม่อาจคงทนถาวรไปตลอดกาล อนุสรณ์มีวันพังทลาย ประเทศมีวันล่มสลาย อารยธรรมมีวันเปลี่ยนและสูญหายตามกาลเวลา แต่โลกของหนังสือมันยังคงมีชีวิตสดใหม่ตลอดเวลา เหมือนกับวันที่มันถูกเขียนขึ้นมา  มันก็เหมือนกับ อัล- กรุอ่านที่ยังคงสดใหม่เสมอมาจนปัจจุบันนี้” นายฮาฟิต กล่าว