“รถไฟต้องปลอดภัย” เอ็นจีโอเรียกร้องอย่าโจมตีพื้นที่สาธารณะ

“รถไฟต้องปลอดภัย” เอ็นจีโอเรียกร้องอย่าโจมตีพื้นที่สาธารณะ ม.อ.ปัตตานีนำรถบัสช่วยส่งผู้โดยสารตกค้าง รฟท.หยุดให้บริการลงชายแดนใต้ไม่มีกำหนด ส่งเจ้าหน้าที่เร่งซ่อม เผยปีนี้รถไฟถูกระเบิดแล้ว 2 ครั้ง

ภาพจาก อาสาสมัครกู้ชีพสันติ ปัตตานี

วันที่ 3 กันยายน 2559 กลุ่มด้วยใจ พร้อมเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีและ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์เรื่อง “รถไฟต้องปลอดภัย” โดยระบุว่า กลุ่มติดอาวุธทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายมนุษยธรรมสากล จากเหตุลอบวางระเบิดรถไฟขบวนที่ 176 สายสุไหงโก-ลก – ชุมทางหาดใหญ่ บริเวณสถานีย่อยบ้านนิคมโคกโพธิ์ ม.9 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 17.45 น.วันเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และเสียชีวิต 1 คน ซึ่งเป็นพนักงานประจำขบวนรถไฟ

แถลงการณ์ได้กล่าวประณามการก่อเหตุดังกล่าว พร้อมระบุว่า รถไฟถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญที่ประชาชนโดยทั่วไปใช้สัญจรไปมา ผู้คนที่ใช้รถไฟเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับความขัดแย้งทางอาวุธ การใช้ความรุนแรงทางอาวุธโดยเฉพาะการใช้ระเบิดที่มีอานุภาพสูงส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้บริสุทธิ์อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เป็นสมบัติของส่วนรวมที่ใช้ร่วมกัน

“นอกจากนี้สร้างความหวาดกลัวกับประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้รถไฟในการสัญจรไปมา การโจมตีโดยใช้ความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่กลุ่มติดอาวุธทุกฝ่ายต้องเคารพ อีกทั้้งเป็นการทำลายบรรยากาศของความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีด้วยการเจรจาตกลงเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย รถไฟต้องปลอดภัย” แถลงการณ์ระบุ

โดยขบวนดังกล่าวมี 6 ตู้ มีผู้โดยสารประมาณ 200 คน เกิดเหตุขณะออกจากสถานีปัตตานี มุ่งหน้าไปยังสถานนี้ปลายทางชุมทางหาดใหญ่ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างสถานีปัตตานีกับสถานีตาแปด แรงระเบิดทำให้ตู้การ์ดซึ่งมีพนักงานประจำรถดูแลขบวนรถไฟซึ่งอยู่ท้ายขบวนขาดสองท่อน และทำให้นายเชาวลิตร คงปาน อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นพนักงานประจำขบวนรถเสียชีวิต และมีพนักงานบาดเจ็บ 3 รายคือนายเอกบลเล๊าะ บิลก่อเด็ม นายอำนวย มาแปะ นางสุพิศ สุวรรณมณี ส่วนผู้โดยสารปลอดภัยทั้งหมด

ต่อมาเช้าวันที่ 4 กันยายน 2559 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบจัดเกิดเหตุพบชิ้นส่วนถังแก๊สปิคนิคที่คนร้ายบรรจุดินระเบิดฝังไว้ใต้รางรถไฟ และสายไฟซึ่งเป็นตัวจุดชนวน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะเข้ามาฝังระเบิดไว้ในช่วงกลางดึกก่อนวันเกิดเหตุ ซึ่งต้องติดตามมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนการกู้ซากและซ่อมแซมรางรถไฟนั้นคาดว่าทาง รฟท.จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุลอบวางระเบิดรถไฟครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาการพูดคุยระหว่างกลุ่มมาราปาตานี (MARA Patani) กับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพียงวันเดียว ซึ่งในวันที่มีการพูดคุยนั้นก็เจ้าหน้าที่สามารถกู้ระเบิดคาร์บอมบ์ได้ที่ข้าง สภ.แว้ง จ.นราธิวาส ขณะที่ให้การพูดคุยนั้นมีการแถลงถึงการตกลงกันในหลักการว่าจะพูดคุยเรื่องพื้นที่ปลอดภัยในการประชุมครั้งต่อไปด้วย

อีกทั้งเหตุลอบวางระเบิดรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดของการก่อเหตุต่อรถไฟและเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมระหว่างสถานีรถไฟรือเสาะ จ.นราธิวาส กับสถานีรถไฟบาลอ จ.ยะลา จนต้องหยุดเดินรถถึง 10 วัน

ม.อ.ปัตตานีนำรถบัสช่วยส่งผู้โดยสารตกค้าง

หลังเกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ได้จัดรถบัส 3 คันให้บริการส่งผู้โดยสารเที่ยวแรกหลังรถไฟงดให้บริการจากสถานีรถไฟปัตตานีไปส่งยังสถานีรถ-ไฟหาดใหญ่

โดย รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี แจ้งว่า หลังเกิดเหตุทำให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีรถไฟปัตตานีจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงได้ขอความร่วมมือ ม.อ.ปัตตานี จัดรถบัส 3 คัน รับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟปัตตานีไปส่งยังสถานีรถไฟหาดใหญ่ เพื่อร่วมแก้ปัญหาเบื้องแล้วทั้งนี้มหาวิทยาลัยยินดีให้บริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยยึดถือพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”

หยุดให้บริการลงชายแดนใต้ไม่มีกำหนด

นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเปลี่ยวมาก รฟท.จึงสั่งปิดขบวนรถลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวในวันเดียวกันว่า พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.เฉพาะกิจปัตตานี พร้อมพนักงานสอบสวนและชุดนิติวิทยาศาสตร์ เข้าควบคุมคลี่คลายสถานการณ์ ทำการเก็บหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายและให้ทางจังหวัดรีบช่วยเหลือเยียวยา