คณะทำงานพลเมือง ยื่นกุญแจเปิดประตูสันติภาพ คือวาระชาติและพื้นที่ปลอดภัย

เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายของคณะทำงานภาคพลเมือง กุญแจเปิดประตูสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี หากจะเดินหน้าต้องกำหนดเป็นวาระชาติ กำหนดพื้นที่ปลอดภัย ยกเลิกกฎหมายพิเศษ พร้อมข้อเสนอด้านศาสนา ภาษามลายู การศึกษา เพิ่มอำนาจจัดการตนเอง เลือกตั้งผู้ว่าฯ อัตลักษณ์วัฒนธรรม หนุนเศรษฐกิจ ปกป้องเด็ก สตรี

ข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานีมีมาตลอด เช่นเดียวกับข้อเสนอต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพก็ไม่ใช่เพิ่งจะมี ทุกข้อเสนอสามารถดำเนินการต่อไปได้

เมื่อไม่นานมานี้ คณะทำงานประเด็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในคณะกรรมการเสริมสร้างและพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า ก็ได้ส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการต่อตัวแทนรัฐบาลมาแล้ว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมาซึ่งมี 5 ประเด็น หนึ่งในนั้นคือข้อเสนอด้านกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

กุญแจเปิดประตูสู่สันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

ในข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้ ระบุว่า กุญแจเปิดสู่ประตูการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ก็คือการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ ซึ่งได้เขียนแนวทางแรกๆที่ต้องทำไว้ 3 อย่าง คือ กำหนดให้การพูดคุยเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและสร้างบรรยากาศในการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยโดยรวม และควรยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษบางส่วน

ส่วนข้อเสนออื่นๆ ได้แก่ ในระดับยุทธศาสตร์และแผนการปฏิบัติการให้หน่วยงานต่างๆนำนโยบายไปใช้ในพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ควรเปิดพื้นที่และสนับสนุนการดำเนินงานของภาคประชาสังคม ควรให้องค์กรภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพมากขึ้น

ควรจัดให้มีการสานเสวนาหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับกลุ่มที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรม เพศ สถานะทางสังคมเพื่อสร้างความเข้าใจต่อกันและสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ตลอดจนรวมตัวกันถักทอสายสัมพันธ์ซึ่งกันและกันทั้งในระดับปัจเจกและกลุ่มองค์กร

ส่วนในระดับประชาชน ควรจัดให้มีคณะกรรมการสันติสุขชุมชน (ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกระบวนการสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยรวมของสังคม

ข้อเสนอสันติภาพด้านศาสนา ภาษามลายู การศึกษา

ขณะที่ข้อเสนอสำหรับกระบวนการสร้างสันติภาพในมิติต่างๆ โดยสรุปดังนี้

ด้านศาสนา ควรแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540ให้เหมาะสมกับบริบทสังคมปัจจุบัน ควรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนซะกาต เพื่อให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบทั้งเรื่องการจัดเก็บและการแจกจ่ายให้ให้เกิดประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้มีสิทธิตามบทบัญญัติของศาสนา ควรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจย์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อกิจการฮัจย์

ด้านภาษามลายู ควรให้ภาษามลายูเป็นภาษาทำงานเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้มีเอกสารราชการสองภาษาทั้งภาษาไทยและภาษามลายู เขียนป้ายสถานที่ราชการ ชื่อถนน ชื่อหมู่บ้านด้วยภาษามลายูเขียนควบคู่กับภาษาไทย

ด้านการศึกษา ควรกำหนดให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนด้านสันติศึกษา และควรจัดให้มีความร่วมมือหรือการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยในประเด็นการจัดการความขัดแย้งและสันติศึกษา เพื่อสร้างการเรียนรู้ความเข้าใจในสังคมไทยและนานาชาติ

ส่วนข้อเสนออื่นๆ ที่สำคัญๆ ได้แก่ ด้านการเมืองการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และ ด้านครอบครัวและชุมชน มีดังนี้

เพิ่มอำนาจจัดการตนเอง เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

ด้านการเมืองการปกครอง ประกอบด้วย ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจโดยกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและสร้างอำนาจขององค์กรปกครองท้องถิ่นเพิ่มขึ้น แต่ต้องถูกกำกับและตรวจสอบโดยประชาชนทุกขั้นตอน โดยใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลามีผู้บริหารสูงสุดคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยเช่นกัน

ส่วนในมิติการมีส่วนร่วมนั้น ให้มีสภาประชาชนจังหวัดปกครองตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับท้องถิ่น เป็นต้น

การศึกษาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์วัฒนธรรม

ด้านการศึกษา เช่น กำหนดนโยบายการศึกษาที่มีส่วนร่วมจากชุมชน และตอบสนองความต้องการประชาชนในพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมของพื้นที่ ควรกำหนดหรือบรรจุเนื้อหาหลักสูตรที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ เน้นการปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

ส่งเสริมและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้มีฐานะยากจนแทนการให้กู้ยืม สนับสนุนการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศในสาขาเฉพาะด้านและสาขาที่ยังขาดแคลน และให้โอกาสบัณฑิตมาพัฒนาสังคมหรือบ้านเกิดของตนเอง ควรพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน สอดคล้องกับความต้องการทั้งในประเทศและอาเซียนอย่างเพียงพอ

หนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันนวัตกรรมการผลิต

ด้านเศรษฐกิจ เช่น ส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน ควรส่งเสริมให้มีเครือข่ายเกษตรกรเพื่อสร้างความสามารถในการผลิตและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ควรผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการผลิตในชุมชน มีช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศตรงความต้องการของตลาด สนับสนุนให้มีห้องเย็นภายในจังหวัด/ชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานในชุมชน ควรจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลให้เป็นรูปธรรมและศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ฮาลาลป้อนตลาดอาเซียน สร้างแรงจูงใจให้เยาวชนมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในชุมชนต่อเนื่อง เพื่อลดความยากจนและปัญหาต่างๆในสังคม เป็นต้น

ร่วมปกป้องคุ้มครองเด็ก สตรี

ด้านครอบครัวและชุมชน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสถาบันครอบครัวในท้องถิ่นของตัวเอง ศอ.บต.ควรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการอื่นๆ เพื่อจัดทำแผนและยุทธศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการป้องกันปัญหาครอบครัว การทำร้ายเด็ก การทอดทิ้ง การไม่เข้าสู่ระบบการศึกษาและการสาธารณะสุข เป็นต้น

หน่วยความมั่นคงควรร่วมกับองค์กรท้องที่ ท้องถิ่น องค์กรศาสนา ในการจัดการปัญหายาเสพติด รัฐควรสนับสนุนและสร้างเครือข่ายชุมชนตักวาเป็นต้นแบบ รณรงค์และสร้างมาตรการให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้าเรียนตามระบบการศึกษาขั้นบังคับ

มุ่งเน้นและสนับสนุนการศึกษาให้เยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาโดยเน้นทักษะชีวิตและอาชีพ ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนและครอบครัวแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมทั้งในและนอกพื้นที่เพื่อสร้างความร่วมมือและยอมรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และรณรงค์การไม่นำเด็ก สตรี เป็นเครื่องมือของการปฏิบัติการในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

อ่านข้อเสนอฉบับเต็มและข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสนอเชิงนโยบาย โดย คณะทำงานเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

สภาพัฒนาการเมืองจับมือนักวิชาการชายแดนใต้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพัฒนาพื้นที่สู่สันติสุข/สันติภาพ

สภาพลเมืองชายแดนภาคใต้ยืนข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 ด้านปฏิรูปประเทศสู่สันติภาพ