วางศิลาฤกษ์ศาลปกครองยะลา-ศาลปกครองสงขลาสั่งชดใช้ 8.2 แสนให้ครอบครัว"ฟรุกอน มามะ"

ประธานศาลปกครองสูงสุด วางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลปกครองยะลา ที ต.ท่าสาปเนื้อที่ 30 ไร่เศษ กำหนดเสร็จ 25 สิงหาฯ 60 เพื่ออำนวยความยุติธรรมทางปกครองเกี่ยวกับคดีพิพาททางการปกครอง ด้านศาลปกครองสงขลาสั่งสำนักนายกฯ ต้นสังกัด กอ.รมน.ชดใช้ 8.2 แสนให้ครอบครัว "ฟรุกอน มามะ" เยาวชนอายุ 17 ปีที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯโดยมิชอบหลังไม่พบหลักฐานยิงปะทะ และไม่มีข้อมูลยืนยันเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ 

สำนักสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2559 นายปิยะ ปะทังตา ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลปกครองยะลา ณ สถานก่อสร้างที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เนื้อที่ 30 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา โดยมีนายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยาการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายโสภณ บุญกูล อธิบดีศาลปกครองสงขลา นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ ปลัดจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการร่วมพิธี

นายโสภณ บุญกูล อธิบดีศาลปกครองสงขลา กล่าวว่า สำหรับอาคารที่ทำการศาลปกครองยะลา ตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ยล.473 (บางส่วน) ซึ่งกรมธนารักษ์ได้พิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวเป็นที่ตั้งอาคารที่ทำการศาลปกครองยะลา และบ้านพักของตุลาการ และข้าราชการศาลปกครองยะลา

สำหรับการก่อสร้างอาคารทำการศาลปกครองยะลา สำนักงานศาลปกครองได้ทำสัญญาจ้างบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) เข้าดำเนินการในวงเงิน 412,900,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2558 สิ้นสุด 25 สิงหาคม 2560 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 750 วัน

โดยอาคารที่ทำการศาลปกครองเป็นอาคาร 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 14,200 ตารางเมตร ประกอบด้วย ชั้นจอดรถ ห้องพิจารณาคดี ห้องไต่สวน ห้องปรึกษาคดี ห้องเก็บสำนวนคดี ห้องประชาสัมพันธ์ ห้องออกหมาย ห้องพยาบาล ห้องควบคุมตัวชั่วคราว ห้องทำงานตุลาการ ห้องทำงาน ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองยะลา ห้องประชุม ตลอดจนห้องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ความคืบหน้าในการก่อสร้าง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2559 แล้วเสร็จคิดเป็นร้อยละ 51.21 ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นสถานที่ปฏิบัติงานในการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองเกี่ยวกับคดีพิพาททางการปกครองตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลปกครองต่อไป

ศาลปกครองสั่งชดใช้ 8.2 แสน ครอบครัว "ฟรุกอน มามะ"ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯมิชอบ

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิศรา รายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ว่า ศาลปกครองสงขลา สั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จ่ายชดเชยแก่ครอบครัวของ นายฟรุกอน มามะ เยาวชนอายุเพียง 17 ปีที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม หลังไม่พบหลักฐานการยิงปะทะ และไม่มีข้อมูลยืนยันว่าผู้ตายเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ

คดีนี้ ศาลปกครองสงขลาได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาเมื่อ เมื่อวันพุธที่ 31 ส.ค.59 ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ในคดีหมายเลขดำที่ 54/2556 ระหว่าง นายมะวาเห็ง มามะ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางรูฆาย๊ะ มามะ ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นบิดากับมารดาของ นายฟรุกอน ผู้ตาย กับกองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3

คดีนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 7 มี.ค.55 และได้วิสามัญฆาตกรรม นายฟรุกอน มามะ เยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ

โดยหลังการวิสามัญฆาตกรรม เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการยิงปะทะ เพราะพบปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนตกอยู่ข้างๆ ศพ และมีลูกระเบิดชนิดขว้าง แบบเอ็ม 26 อยู่ในกระเป๋ากางเกงจำนวน 1 ลูก

แต่ต่อมาเมื่อมีการชันสูตรพลิกศพโดยศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่า ไม่พบสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ของนายฟรุกอนที่ลูกกระสุนปืน ด้ามปืน และไกปืนที่พบอยู่ใกล้ศพ ส่วนลูกระเบิดของกลางอยู่ในสภาพเสื่อม ใช้การไม่ได้ ถึงแม้จะดึงสลักพร้อมห่วงนิรภัยออกจากตัวลูกระเบิดแล้วขว้างออกไป ก็ไม่สามารถทำการระเบิดได้

เมื่อได้ประมวลถ้อยคำพยานบุคคลประกอบกับพยานเอกสารหลักฐานทางราชการ รับฟังได้ว่านายฟรุกอนผู้ตาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย หรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อีกทั้งในสำนวนคดีก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องระหว่างนายฟุรกอนกับบุคคลตามหมายจับตามที่เจ้าหน้าที่อ้าง อีกทั้งขณะถูกยิง นายฟรุกอนยังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วย ขณะที่บาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน ก็เป็นบาดแผลจากการยิงเข้าที่กลางหลัง จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่านายฟุรกนอนยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่

ศาลปกครองสงขลาจึงพิพากษาให้สำนักนายกรัฐมนตรี ชดใช้เยียวยาค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างอื่นในการปลงศพ เป็นเงิน 105,500  บาท และค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย เป็นเงิน 720,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 825,500 บาท พร้อมให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3

นางรูฆาย๊ะ มามะ มารดาของนายฟรุกอน กล่าวว่า ยังจำชุดที่ลูกชายสวมใส่ก่อนออกจากบ้านและสภาพศพของลูกชายที่ถูกยิงกลางหลังติดตาอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้จะเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องสูญเสียลูกชายไป แต่ก็พอทำให้เกิดความรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้างเมื่อศาลมีคำพิพากษาว่าลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ และพ้นข้อกล่าวหาในเรื่องอาวุธปืนและระเบิด

มีรายงานว่า ก่อนฟ้องคดีปกครอง ครอบครัวของนายฟรุกอน ได้รับเงินเยียวยาจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. จำนวน 500,000 บาท (ที่มา http://www.isranews.org/south-news/other-news/item/49698-court_49698.html)