“สุดแสนสะเทือนใจ” รวมแถลงการณ์ ข้อเรียกร้องและคำอาลัยต่อการสูญเสียที่ตาบา

ความสะเทือนใจกับเหตุการณ์การลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านตาบา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมาทำให้แทบทุกฝ่ายได้ร่วมกันมีแถลงการณ์ ข้อเรียกร้องและเสียงประณามต่อผู้ก่อเหตุอย่างกว้างขวางที่ไม่เคยมีมาก่อน โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้รวบรวมส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ และความรู้สึกที่หลากหลายต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

สำนักจุฬาราชมนตรี ประณามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียนตากใบ

ขอประณามต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้ซึ่งมนุษยธรรมที่นอกเหนือคำสอนของศาสนาตลอดจนแบบอย่างอันดีงานของท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล) ซึ่งในสภาวะสงครามท่านได้กำหนดเป็นหลักข้อห้ามในการทำร้ายเด็ก สตรี ผู้สูอายุ ผู้บาดเจ็บและผู้ครองตนเป็นพระและนักบวชในศาสนาอื่นๆ รวมทั้งห้ามทำลายศาสนสถานของทุกศาสนา ท่านนบีมุฮัมหมัดใช้เพียงธนูและดาบซึ่งจำกัดเป้าหมายเพียงผู้รุกราน ดังนั้นจะมุสลิมจะต้องยุติการใช้ความรุนแรงทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามยุติการต่อสู้ แต่การใช้ระเบิดที่มีอำนาจในการทำลายล้างอย่างไร้การควบคุมทำให้เกิดการสังหารผู้บริสุทธิ์จึงขัดกับหลักการของอิสลามอย่างแท้จริง

สำนักจุฬาราชมนตรีจึงขอเรียกร้องให้พร้อมใจกันแสดงออกถึงการต่อต้านและไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และให้ภาครัฐเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตโดยเร่งด่วนพ้อมทั้งสอบสวนเพื่อนำผู้ก่อการมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป และให้มีมาตรการที่รัดกุมเพื่อปกป้องพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย

Human Rights Watch (Thailand)

ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้ความเห็นชอบกับปฏิญญาว่าด้วยโรงเรียนปลอดภัยร่วมกับอีก 55 ประเทศ ซึ่งปฏิญญาดังกล่าวเป็นการสมัครใจให้คำมั่นในการวางแนวปฏิบัติในการปกป้องนักเรียน ครูและโรงเรียนซึ่งอยู่ในภาวะความขัดแย้งที่มีการสู้รบ โดยแถลงการณ์ของกลุ่มแสดงความกังวลกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ด้วย โดยชี้ว่าการสังหาร ทำให้สูญหาย การซ้อมทรมาน ไม่ได้เป็นวิธีการที่ควรจะใช้ตอบโต้ความรุนแรงจากอีกฝ่ายหนึ่ง และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดยังได้รับการปกป้องต่อไป

รอมฎอน ปันจอร์ บรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) แสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าคำแถลงของ Human Rights Watch ถือว่าแรงและโดดเด่นมากครับ นอกจากจะเรียกร้องให้ขบวนการฯ เคารพกฏหมายสงคราม Laws of War หรืออันเดียวกันกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ International Humanitarian Law

HRW ยังไปไกลถึงขั้นเรียกร้องให้เลขาธิการสหประชาชาติระบุชื่อ BRN เอาไว้ในลิสต์ของผู้ละเมิด Abuser ซึ่งบรรจุอยู่ในรายงานประจำปีสถานการณ์เด็กในพื้นที่ขัดกันทางอาวุธอย่างเป็นทางการ

การระบุชื่อที่ว่านี้สำคัญเนื่องจากมันจะนำไปสู่ความจำเป็นในการแสดงความรับผิดชอบของยูเอ็นและบรรดาหน่วยงานของยูเอ็น ไม่ว่าจะเป็น UNICEF UNHRC UNDP หรือ ฯลฯ ในการเข้ามาพัวพันเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งให้หนักหน่วงขึ้นกว่านี้ และยังเพิ่มความเป็นไปได้ที่คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติจะ sanction!

ผู้ละเมิดนั้นอาจมีฐานะเป็นฝ่ายที่ขัดแย้ง Parties to Conflict มีสภาพบุคคลในทางการเมืองระหว่างประเทศระดับหนึ่ง แต่เส้นทางในการบรรลุเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้จะลำบากยากเย็นมากยิ่งขึ้นอย่างชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแน่นอน!

ชมรมพุทธรักษาจังหวัดชายแดนใต้ ประณามการก่อเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนตาบา

ในนามชมรมพุทธรักษาจังหวัดชายแดนใต้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและและผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีลอบวางระเบิดในช่วงเช้าวันที่ 6 กันยายน 2559 ไม่ว่าผู้ก่อจะเป็นใครหรือกลุ่มใด การกระทำของบุคคลผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นได้นำความโศกสลดมาสู่ประชาชนคนไทยทั้งมวล เพราะผู้ได้รับผลกระทบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เป็นผู้ขัดแย้งต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ชมรมพุทธรักษาจังหวัดชายแดนใต้จึงขอประณามการก่อเหตุครั้งนี้ และเรียกร้องทุกฝ่ายร่วมมือยุติความรุนแรงโดยเร็วที่สุด

สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ : POSBO

ผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนความรุนแรงที่เกิดต่อเด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และยุติการใช้วัตถุระเบิดในเขตพื้นที่สถานศึกษาทันที เจ้าหน้าที่รัฐต้องเร่งดำเนินการสืบสวนและสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและลงโทษทางกฎหมายอย่างเร่งด่วน

ขอให้ทุกฝ่ายหาทางปกป้องดูแลประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอตลอดจนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่การศึกษาอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ เยียวยาผู้เสียหาและผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเรียกร้อให้ทุกฝ่ายใช้หลักการและแนวทางสันติวิธีในการเรียกร้องความต้องการ

เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ(คปส.)

เรียกร้องให้ยุทธวิธีการทหารของคู่ขัดแย้งหลักทั้งสองฝ่าย คือรัฐและขบวนการฯ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเป้าหมายอ่อนแออย่างเคร่งครัดด้วย ให้คู่ขัดแย้งหลักทั้งสองฝ่าย คือรัฐและขบวนการฯ นำเสนอมาตรการการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมแก่สาธารณะ และมีผลโดยตรงต่อการลดหรือยุติกิจกรรมทางอาวุธ โดยที่ภาคประชาชนสามารถตรวจสอบได้

ความล่าช้าและไม่ชัดเจนของกระบวนการพูดคุยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีข้อตกลงสันติภาพจากการเจรจาอย่างเป็นทางการ มีผลต่อการใช้อาวุธและความสูญเสียเช่นเหตุการณ์ระเบิดที่ตากใบในครั้งนี้

แถลงการณ์ของนายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ยูนิเซฟรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะโรงเรียนควรเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้ การค้นพบสิ่งใหม่ๆ ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการสำหรับเด็ก

นอกจากนี้ โรงเรียนทุกแห่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยไม่ควรมีเด็ก ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่การศึกษาคนใดต้องใช้ชีวิตและเรียนรู้ภายใต้ความหวาดกลัวต่อเหตุรุนแรง

ทั้งนี้ ยูนิเซฟขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆ จะได้รับความคุ้มครอง และไม่มีเด็กคนใดต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอีกต่อไป

กลุ่มด้วยใจและโครงการ Children voice for peace

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงปัญหาการละเมิดในหลักสิทธิมนุษยชน ข้อ 3 ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก คือ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด (Right of Survival) สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา (Right of Development) สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง (Right of Protection) ทางกลุ่มด้วยใจและโครงการ Children voice for peace ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งที่เป็นประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่และขอสื่อสารไปยังทุกฝ่ายดังนี้

ในกระบวนการพูดคุยของรัฐบาลไทยและ มาราปัตตานี โรงเรียนเป็นหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนต้องการให้มีความปลอดภัย แต่การพูดคุยอาจมีทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและเห็นด้วยจึงเป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงในบริเวณโรงเรียนโดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชน

ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทั่วโลกเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสามารถยุติได้ด้วยการเจรจาสันติภาพ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและมาราปัตตานีไม่ควรเป็นเหตุผลในการยกเลิกกระบวนการสันติภาพ ดังนั้นทุกคน ทุกฝ่าย จึงควรอดทน อดกลั้น ต่อการใช้ความรุนแรง และควรใช้กระบวนการยุติธรรมในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง)

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ขอปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบยอมรับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข และขอแสดงความเสียใจและความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าสันติภาพที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้หากผู้บริสุทธิ์ยังคงถูกคุกคามและสังคมอย่างไรซึ่งความมั่นคงปลอดภัย

1. ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีทางสู้

2. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางป้องกันปกป้องดูแลผู้บริสุทธิ์

3. ขอให้เจ้าหน้าที่นำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้โดยเร็ว

4. ขอให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ทุกฝ่ายควรเฝ้าระวังและห้ามละเมิดโดยเด็ดขาด

5. ขอให้ทุกฝ่ายเคารพพื้นที่ที่มีเด็กและเยาวชน ในทุกพื้นที่ไม่เพียงแค่พื้นที่สาธารณะเท่านั้น

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อเป้าหมายพลเรือนและเป้าหมายที่เปราะบาง และขอเรียกร้องให้กลุ่มที่ขัดแย้งกันยุติการกระทำที่รุนแรงต่อกลุ่มพลเรือนและกลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม เพราะการใช้ความรุนแรงยิ่งจะทำให้ความขัดแย้งขยายตัวและไม่ใช่วิถีทางที่นำไปสู่ทางออก

ขอให้ตัวแทนรัฐบาลกับกลุ่มมารา ปาตานี (MARA Patani) พูดคุยเรื่องพื้นที่ปลอดภัยต่อไป ตามที่ได้มีข้อสรุปร่วมกันเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2559 เพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพลเรือนและกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม CrCF

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอประณามการกระทำด้วยความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอเรียกร้องขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ความเป็นมืออาชีพสืบสวนสอบสวนสาเหตุการก่อเหตุระเบิด โดยดำเนินการเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษโดยเร็วและรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนให้รับทราบเพื่อไม่ให้สังคมต้องถูกครอบงำด้วยกระแสข่าวเท็จ ไร้ความเป็นจริง หรือทำให้สังคม และผู้สูญเสีย ต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้

ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันเป็นหูเป็นตาระแวดระวังและต่อต้านการก่อความรุนแรงทุกชนิด ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักสันติวิธีในการแสดงออก ไม่ว่าการก่อเหตุครั้งนี้จะกระทำโดยฝ่ายใดก็ตาม ถือเป็นการกระทำที่ขลาดเขลา ไม่กล้าเผชิญหน้า และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนหมู่มากอย่างน่ารังเกียจ

ขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าให้การช่วยเหลือเยียวยากรณีดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน

สมาพันธ์ครู 3 จว.ใต้ วอนอย่าคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ หนุนเวทีเจรจาสร้างพื้นที่สันติสุข

นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวว่าการก่อเหตุในครั้งนี้ กลุ่มคนร้ายไม่เลือกแบ่งแยกเป้าที่เจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่กลับก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่โดยไม่มองถึงอันตรายที่จะเกิดกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็กและสตรีตามกฎหมายสงครามสากลที่จะต้องหลีกเลี่ยงอันตรายทุกรูปแบบกับกลุ่มอ่อนแอเหล่านี้ ซึ่งถือว่ามีความโหดเหี้ยมอย่างไร้มนุษยธรรม

นายบุญสมกล่าวว่า ทุกคนต้องการเห็นและสนับสนุนการเจรจา เพราะทุกคนมีความมุ่งหมายให้พื้นที่เกิดความสงบสุข ไม่มีการก่อเหตุที่รุนแรงแบบคาร์บอม และไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นเป็นเรื่องปกติ และคุ้นเคยกับเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะความรู้สึกสูญเสียของผู้ได้รับกับครอบครัวที่ปกติมันมีความรู้สึกแตกต่างกัน

ขอว่าอย่าก่อเหตุกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะกับเด็กที่ไม่รู้ว่ามีความคิดอย่างไร เพราะยังมีเด็กที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บทุพพลภาพอีกจำนวนมาก ในการก่อเหตุก็จะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าจะก่อเหตุตรงไหนก็ได้ เราไม่รู้เขา แต่เขารู้เรา ถึงรู้ก็ยังจับกุมตัวไม่ได้ จึงอยากจะขอวิงวอนไปว่า ขอให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนานเป็นประวัติศาสตร์ในดินแดนพหุวัฒนธรรมแห่งนี้ได้พออยู่ พอกิน พอมี ที่ยืนอยู่ได้อย่างปลอดภัยในดินแดนแห่งนี้

เครือข่ายชาวพุทธแถลงขอ “พื้นที่ร่วมกัน” หนุนการพูดคุยเต็มที่

เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพจัดเสวนา “เครือข่ายผู้นำไทยพุทธเพื่อส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัด ชายแดนภาคใต้” ร่วมหาบทบาทของพี่น้องชาวไทยพุทธในประเด็นดังกล่าวเพื่อการอยู่ร่วมกันและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสันติสุข เน้นการมี “พื้นที่ร่วม” ได้ข้อสรุปร่วมกันคือ ทุกฝ่ายควรหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อลดความรุนแรงและการสูญเสีย

ข้อคิดเห็นต่อนโยบายพูดคุยสันติสุข มีความกังวลเช่น ฝ่ายรัฐจะทำตามข้อเรียกร้องกับฝ่ายผู้เห็นต่างมากเกินไป จนทำให้พี่น้องไทยพุทธมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต เมื่อมีพื้นที่ปลอดภัย กังวลใจในความไม่ปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ความไม่จริงใจของทั้งสองฝ่าย ผลประโยชน์แอบแฝงทำให้การพูดคุยไม่คืบหน้า กลัวจบลงที่การแบ่งแยกดินแดน มาเลเซียไม่เป็นกลาง คู่พูดคุยไม่ใช่ตัวจริง เป็นต้น

กัสตูรี มะห์โกตา

ในหน้า Face book ของนายกัสตูรี มะห์โกตา ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า “เหตุการณ์ที่ตาบาผมไม่มีข้อสงสัยสักนิดเลยว่าที่เกิดขึ้นนี้เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และผมไม่ชี้นิ้วไปยังฝ่ายใดๆ  ในการแก้ปัญหาผมขอเรียกร้องด้วยความจริงใจจากฝ่ายที่มีอำนาจของไทย พยายามอย่าไปให้ทหารหรือตำรวจหรือกองกำลังที่มีชื่อเรียกว่าอะไรก็ตามไปประจำการยังสถานที่เช่นโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด หลังจากนั้นเราจะได้ร่วมกันเฝ้าดูว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเหยื่อและขอดุอาให้เอกองค์อัลเลาะห์ให้จัดการการงานด้วยดีเถิด”

พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา

ด้าน พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา เขียนใน Face book ส่วนตัวว่า ขอร่วมประนามกับการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวเว๊าะบ๊ะ...ขอ ขอ ขอ ร้องขอ ขอร้อง เรียกร้อง ร้องเรียกมาตลอดกับบุคคลที่ต้องปกป้องในสถานการณ์ความรุนแรง 'เด็ก สตรี คนชรา ผู้ด้อยโอกาส ผู้นำศาสนา' รวมทั้งสถานที่ 'โรงเรียน โรงพยาบาล มัสยิด วัด' ...ฟังแต่ไม่ได้ยิน ได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง..ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ได้แต่ร้องขอกันต่อไป..เหนื่อยใจ เศร้าใจ..แต่ต้องเดินตามหาสันติภาพกันไป InshaAllah

สรยุทธ์ สุทัศนจินดา

ขณะที่ นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ได้เล่าเรื่องของมะเย็งใน Face book ส่วนตัวว่า น้ำตาไหลเมื่อรู้ข่าวเพื่อนร่วมงานของผม "มะเย็ง เวาะบะ" กับลูกสาว 5 ขวบ ด.ญ.มิตรา เวาะบะ เสียชีวิตจากเหตุมอเตอร์ไซด์บอมบ์ที่ตากใบ นราธิวาส เมื่อเช้านี้ ... "มะเย็ง" ขี่มอเตอร์ไซด์พาน้องมิตรา และลูกชายอีกคนวัย 6 ขวบ ไปส่งโรงเรียน โดยไปส่งน้องคนเล็กที่โรงเรียนแห่งหนึ่งก่อน แล้วจึงขี่รถมอเตอร์ไซด์มาส่งน้องมิตราที่โรงเรียนบ้านตาบา ช่วงที่ขี่รถมาถึงโรงเรียน คนร้ายกดระเบิดทำให้"มะเย็ง"กับลูกสาว กระเด็นไปไกลได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่สุด ...

"มะเย็ง" เคยเป็นรปภ.ของตึกมาลีนนท์ ช่อง 3 ในช่วงมหาอุทกภัยปี 54 "มะเย็ง" คอยติดตามดูแลช่วยเหลือผมในเวลาผมลงพื้นที่น้ำท่วมทุกๆ คืนต่อเนื่องกันเป็นเดือนๆ ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ผมเคยบอกว่าไม่ต้องตามทุกวันก็ได้ แต่ก็ยังเห็น "มะเย็ง" คอยตามลงพื้นที่หามรุ่งหามค่ำด้วย เขาเป็นคนพูดน้อย ก็มักจะบอกแค่ว่าหัวหน้าสั่ง ทั้งที่ผมก็รู้ว่าไม่ใช่หน้าที่ ต่อมาก็ยังเจอะเจอกันที่ช่อง 3 จนกระทั่งมารู้ข่าวว่า "มะเย็ง" ลาออกกลับไปรับจ้างแบกข้าวสารที่นราธิวาสเพื่อดูแลลูกเล็กๆ ที่ตากใบ ...

"มะเย็ง" เป็นคนดีมีน้ำใจ ขยันหนักเอาเบาสู้ ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของเพื่อนคนนี้ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของ"มะเย็ง"ครับ

ฐปณีย์ เอียดศรีชัย

ส่วนฐปณีย์ เอียดศรีชัย โพสต์เรื่องการช่วยเหลือนายมะเย็งจากเพื่อนๆ ที่ช่อง 3 ด้วยว่าน้ำใจจากเพื่อน รปภ. แม่บ้าน พนักงาน นักข่าว ช่างภาพ ผู้ประกาศข่าว ช่อง 3 โอนเข้าบัญชี นายมาหามะซูรียา เว๊าะบ๊ะ เพื่อช่วยเหลือลูกชายและครอบครัวของ นาย มะเย็ง เว๊าะบ๊ะ ก้อนแรก 45,000 บาท

พี่ๆน้องๆที่ช่อง 3 ยังนำมารวบรวมไว้ที่น้องฝน น้องหญิง ชั้น จี ตึกข่าวอาคารมาลีนนท์ ได้อีกนะคะ หรือจะโอนเข้าบัญชีน้าชาย ทราบว่าวันพรุ่งนี้จะมีการเปิดบัญชีให้น้องฮะซัน บัญชีใหม่จะแจ้งให้ทราบ

ขอบคุณน้ำใจจากคนตัวเล็กตัวน้อย พี่สายันต์ เขียวโต และเพื่อนๆ รปภ. รวมถึงแม่บ้าน และชาวช่อง 3 ทุกคนค่ะ