เรื่องราวยังเศร้าสะเทือน ‘มะเย็ง-มิตรา-ตัลมีซี’ สัปดาห์แห่งความสุขที่กลายมาเป็นความเศร้า

เปิดเรื่องราวที่ยังเศร้าสะเทือนของ ‘มะเย็ง-มิตรา-ตัลมีซี-ครูโรงเรียนบ้านตาบา’ เหยื่อระเบิดหน้าโรงเรียน จากช่วงเวลาแห่งความสุขกลายมาเป็นความเศร้า

นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสดเหตุการณ์หนึ่งสำหรับเหตุรถจักรยานยนต์บอบม์หน้าโรงเรียนบ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ที่ทำให้มีผู้ที่เสียชีวิต 3 ราย คือนายมะเย็ง เว๊าะบ๊ะ อายุ 36 ปี ที่เสียชีวิตพร้อมลูกสาววัย 4 ขวบชื่อเด็กหญิงมิตรา เว๊าะบ๊ะ และนายตัลมีซี มะดาโอ๊ะ อายุ 23 ปี พ่อค้าขายขนมโตเกียวหน้าโรงเรียน และยิ่งเศร้าสลดเข้าไปอีกเมื่อไปรับฟังเรื่องราวของพวกเขา

มะเย็ง-มิตรา เว๊าะบ๊ะ

นางยามีละ เวาะบ๊ะ พี่สาวนายมะเย็ง เล่าว่า “น้องชายทำงานที่กรุงเทพนานมาก ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจนถึงเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา จึงตัดสินกลับมาอยู่บ้านกับตน ที่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 1 ต.เจ๊ะเห เนื่องจากต้องการให้ลูกสาวอยู่ในบรรยากาศที่ดีกว่าที่กรุงเทพ ซึ่งเมื่อก่อนจะกลับมาบ้านตอนช่วงเทศกาลรายอเท่านั้น

มะเย็งมีลูก 2 คน คนโตชื่อเด็กชายพงศ์พัฒน์ เวาะบ๊ะ มีชื่ออิสลามคือฮาซัน ส่วนคนที่ 2 ชื่อเด็กหญิงมิตราแต่คนละแม่กัน

ฉันเลี้ยงดูฮาซันตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนตอนนี้อายุ 6 ปี จึงเหมือนลูกชายของตนเองและยังสนิทกับตนมากกว่าพ่อ ดังนั้นฉันก็จะเลี้ยงฮาซันต่อไป ส่วนมิตราอยู่กับพ่อเขาตลอดจนถึงวินาทีสุดสุดท้าย

เมื่อมะเย็งกลับมาอยู่บ้านก็ประกอบอาชีพขายข้าวสารในพื้นที่ อ.ตากใบกับ อ.สุไหงโก-ลก ระหว่างทำงานเขาจะฝากมิตราให้ครูที่โรงเรียนบ้านตาบาเลี้ยงดูก่อนเพราะยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าเรียน ซึ่งพึ่งฝากไว้ได้แค่ 3 สัปดาห์ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน

“พอฉันได้ยินข่าวว่าน้องมิตรากับมะเย็งโดนระเบิดตายที่โรงเรียน ฉันก็ทำอะไรไม่ถูกพูดอะไรไม่ออก ไม่เคยคิดเลยว่าน้องชายกับหลาวสาวต้องมาจบชีวิตแบบนี้ เพราะเขาไม่มีส่วนเกี่ยวกับเหตุไม่สงบในพื้นที่ซักนิดเลย”

ตัลมีซี มะดาโอะ

นายยะยา มะดาโอะ พ่อของนายตัลมีซี เล่าเรื่องราวของลูกชายทั้งน้ำตาตลอดการให้สัมภาษณ์ว่า “ตัลมีซีเป็นคนดีมาก คนแถวนี้ชอบเขา เขาแต่งงานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังแต่งงานก็ยึดอาชีพขายขนมโตเกียวหน้าโรงเรียนบ้านตาบาในช่วงเช้าและช่วงเย็นหลังโรงเรียนเลิก เวลาที่เหลือก็ไปขายที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองตากใบ และขายตามงานต่างๆ  เช่น งานวันเด็ก เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว

ตอนนี้เขามีลูกชายอายุ 8 เดือน ชื่อเด็กชายวินดาล เขาอาศัยอยู่รวมกับตนที่บ้านเลขที่ 310 หมู่ที่ 7 ต.เจ๊ะเห

“ก่อนหน้านี้พี่ชายเขาชวนไปขายขนมโตเกียวที่มาเลเซียแต่เขาไปไม่ได้ เพราะต้องการช่วยเหลือครอบครัวแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ถ้าไปขายที่มาเลเซียจะมีรายได้เยอะกว่า แต่เขาไม่ยอมไป ดังนั้นการขาดเขาก็เหมือนขาดปีกไปข้างหนึ่ง”

ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน เขาพูดกับน้องสาวว่า หากเขาเป็นอะไรไปให้น้องสาวช่วยเลี้ยงลูกชายเขาด้วย แต่ภรรยาตอบว่าไม่ได้

ในวันเกิดเหตุ ก่อนจะออกไปขายขนม เขาบอกว่าวันนี้มีความรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา ปกติช่วงเวลาเกิดระเบิดนั้นเขาไปขายที่อื่นแล้ว เพราะเป็นเวลาที่นักเรียนทั้งหมดเข้าแถวแล้ว แต่วันนั้นเขารอขายขนมให้มะเย็งกับมิตรา สุดท้ายทั้งสามคนก็ถูกระเบิดไปพร้อมกัน

ช่วงนี้ตนให้ภรรยาเขากับลูกชายอยู่ที่นี่ไปก่อน จะได้ช่วยเหลือกันได้ ถ้าไปอยู่ที่อื่นกลัวจะลำบาก ไม่มีใครช่วยเหลือ จนกว่าสะใภ้คนนี้สามารถดูแลตัวเองและลูกชายได้

หลังเกิดเหตุมีคนมาเยี่ยมจำนวนมาก ตนก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนบ้าง มาเยอะในบ้านไม่มีที่ว่างเลย ตอนละหมาดญานาซะฮ์(ละหมาดศพ) ตนบอกให้เชิญคนมาละหมาดแค่ 50 คนแต่มีคนมาละหมาดประมาณ 200 คนจนเต็มมัสยิด ทำให้รูสึกดีใจที่มีคนมาช่วยเยอะมาก ทั้งๆบางคนก็ไม่ได้รู้จักมาก่อน

“อยากบอกคนก่อเหตุว่า พอเถอะ หยุดเถอะ  สิ่งที่เกิดกับลูกชายผมมันยากที่จะยอมรับได้ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆอีก”

ครูโรงเรียนบ้านตาบา

ครูโรงเรียนบ้านตาบาคนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เล่าว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะนักเรียนกำลังเข้าแถวหน้าเสาธง ในจังหวะที่นักเรียนทุกคนกำลังอ่านดุอา(ขอพร) เมื่อเกิดระเบิดนักเรียนก็วิ่งเข้าไปในโรงอาหาร ร้องไห้กันเกือบทุกคน แต่ก็มีครูวิ่งไปดูที่เกิดเหตุด้วยทั้งๆจังหวะนั้นอันตรายมาก เพราะกลัวว่ามีลูกที่ 2

เมื่อวิ่งไปถึงก็เห็นร่างเด็กหญิงมิตรานอนนิ่งอยู่จึงจะเข้าไปยก แต่เห็นถังแก๊สบนรถโชเล่ย์ของตัลมีซีที่ขายขนนโตเกียวยังเปิดอยู่ จึงเข้าไปปิดแก๊สก่อน ถ้าไม่ปิดก็ไม่ต้องบรรยายเลยว่าจะเกิดความเสียขนาดไหน

อยากรู้ว่าคนทำเขาคิดอะไร มีจิตสำนึกหรือเปล่า แต่ก็ต้องขอบคุณชาวบ้านที่เข้ามานำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลตากใบ ทั้งที่เป็นจังหวะที่อันตรายมาก เพราะอาจจะมีระเบิดลูกที่ 2 หรือลูกที่ 3

ความเป็นจริงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์หน้า เป็นช่วงเวลาความสุขของนักเรียนและบุคลากร เพราะสัปดาห์ที่แล้วมีการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียน ส่วนสัปดาห์นี้จะงานวันเกษียณอายุราชการครูในวันที่ 10 กันยายน 2559 นี้ซึ่งจะมีกิจกรรมสนุกๆให้นักเรียนด้วย ส่วนสัปดาห์หน้าเป็นเทศกาลฮารีรายออิดิ้ลอัฏฮา

“แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ทุกอย่างจบ และกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้าของทุกคน”

หลังเกิดเหตุ ครูทุกคนกินข้าวก็ไม่ลง นอนก็ไม่หลับ เปิดดูโทรศัพท์มือถือก็มีแต่ข่าวความสูญเสียของลูกศิษย์ ทำอะไรก็ไม่ถูก นักเรียนก็ไม่มาเรียน ทั้งที่ไม่ได้สั่งปิด ครูก็เลยไม่รู้จะสอนใคร เจอผู้ปกครองก็บอกว่าถามลูกว่าทำไมไม่อยากไปโรงเรียน ลูกก็ไม่ตอบ

เจอแม่ค้าในตลาด ก็ขอให้ครูช่วยซื้อผลไม้ให้หน่อยเพราะขายไม่ออก คนคนจากฝั่งมาเลเซียไม่มา(ตาบาเป็นชุมชนชายแดนไทย-มาเลเซีย) แต่ครูทุกคนก็ต้องเข้มแข็งและจะสอนนักเรียนต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! บึ้มตำรวจแต่โดนเด็กอนุบาลเสียชีวิตพร้อมพ่อ สภานักเรียนขอให้หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์

“สุดแสนสะเทือนใจ” รวมแถลงการณ์ ข้อเรียกร้องและคำอาลัยต่อการสูญเสียที่ตาบา

‘ชีวิตผู้บริสุทธิ์ คือเรื่องแรกที่ต้องคุยบนโต๊ะสันติภาพ’: ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้