เวทีครู สช.สงขลา ชี้การสร้างเครือข่ายครู/อุสตาซที่เข้มแข็งจะช่วยหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ

เวทีครูเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดสงขลา "คาดหวัง กังวลและหนุนเสริมอะไรในกระบวนการสันติภาพ" ชี้กระบวนการพูดคุยมีความหวังที่จะทำให้เกิดสันติภาพได้หากรัฐบาลจริงจังและสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจเป้าหมายการพูดคุย แต่กังวลเรื่องความไม่ต่อเนื่อง ย้ำการสร้างเครือข่ายครู/อุสตาซ และช่วยกันสื่อสารจะช่วยหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพได้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาสำนักงานการศึกษาเอกชน (สช.) จังหวัดยะลาร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ความหวัง ความกังวล และการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ" สำหรับครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2559 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยรวมเวทีที่ 9 และ 10 ที่มีครู/อุสตาซโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย อ.นาทวี และ อ.จะนะ จ.สงขลาเข้าร่วมจากทั้งหมด 12 เวทีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลา

แม้เวทีครั้งนี้มีเพียงแค่ครู/อุสตาซจาก อ.จะนะ เข้าร่วมจำนวนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเกิดความขัดข้องในเรื่องการประสานงาน แต่ก็เป็นไปอย่างเข้มข้น เริ่มต้นด้วยการบรรยายหัวข้อ ทำความเข้าใจกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี โดย นายรอมฎอน ปันจอร์ บรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนก่อนจะพูดคุยกันในประเด็น "ความหวัง ความกังวล และการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ" เช่นเดียวกับ 8 เวทีที่ผ่านมา

ความคาดหวัง

ในประเด็นความคาดหวังต่อกระบวนการสันติภาพ ครูและอุสตาซจากจังหวัดสงขลาพูดถึงกระบวนการสันติภาพหรือการพูดคุยเพื่อสุข/สันติภาพว่า กระบวนการนี้มีความหวังที่จะทำให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ได้หากรัฐบาลจริงจังในการแก้ไขปัญหาและดำเนินกระบวนการสันติภาพอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคาดหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาด้วยการซื้อใจฝ่ายเห็นต่างหรือแม้แต่ประชาชนเองก็ตาม เพราะด้วยวิธีเอาชนะใจเท่านั้นที่จะจบปัญหานี้อย่างยั่งยืนได้

สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารของทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ ทั้งสองฝ่ายจะต้องสื่อสารกับคนจำนวนมากในสังคมให้เข้าใจจริงๆ โดยเฉพาะคนที่สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย ถึงกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพว่าเพราะเหตุใดจึงต้องคุย ไม่ใช่คุยกันเฉพาะคนระดับบนของทั้งสองฝ่ายแล้วประชาชนงง ไม่เข้าใจ ส่งผลให้ไม่มีใครสนับสนุนการพูดคุย เพราะไม่เข้าใจเป้าหมายจริงๆ ของการพูดคุยเพื่อสันติภาพ นอกจากนี้ ควรต้องสื่อสารด้วยภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจของชาวบ้านด้วย

ความกังวล

สิ่งที่กังวลคือ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรือรู้ไม่จริงเกี่ยวปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ จนทำให้ไม่อยากสนใจ ไม่อยากมีส่วนร่วม เพราะกลัวจะเกิดอันตรายต่อตนเอง โดยเฉพาะในเขต 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาที่ผู้คนมีภูมิหลังแตกต่างกัน บางแง่มุมผู้คนแถบนี้รู้สึกถึงชะตากรรมร่วมกันกับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะพี่น้องมุสลิม แต่ในบางครั้งก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะตระหนักเป็นครั้งคราวก็เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายที่ใกล้ตัว

ประเด็นสำคัญคือ กังวลในเรื่องของความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพหรือการพูดคุยเพื่อสันติภาพ เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลกระบวนการสันติภาพที่รัฐบาลชุดก่อนทำก็อาจไม่ถูกสานต่อ

ความจริงจังในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็เป็นที่สำคัญ เพราะประชาชนเองสัมผัสได้ว่ารัฐบาลมีศักยภาพมากกว่าที่ทำอยู่ หากต้องการจะให้ปัญหานี้จบลงจริงๆ แต่เกรงว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านนี้อยู่ในพื้นที่ไม่ได้มีความจริงจังที่จะให้ปัญหานี้จบลงจริงๆ

การหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ

ในประเด็นนี้สิ่งสำคัญคือการสื่อสาร โดยครูและอุสตาซจะต้องช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่เป็นจริง และช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ ที่สำคัญคือการสร้างเครือข่ายครู/อุสตาซที่เข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสันติภาพ เพราะแน่นอนว่าครูและอุสตาซไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวคนเดียวได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด12เวทีฟังครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เผย"ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมสันติภาพ"อันหลากหลาย

อ่านดู ! ครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม “คาดหวัง-กังวล-หนุนเสริม”อะไรในกระบวนการสันติภาพ