อดินันท์ ปากบารา : “ครูสอนศาสนาควรยืนขึ้นและแสดงตัวว่าเราต้องการสันติ”

ข้อคิดจาก“อดินันท์ ปากบารา” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ต่อครูและอุสตาซในเวที"ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมสันติภาพ" เผยความเห็นของครูสำคัญต่อการทำงานด้านความคิดของประชาชน มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างสังคมที่สงบสันติให้ลูกหลานในอนาคต “ครูควรยืนขึ้นและแสดงตัวว่าเราต้องการสันติ” เพราะคนที่ปฏิวัติหรือปฏิรูปสังคมก็คนธรรมดาๆและเชื่อว่าบีอาร์เอ็นคงไม่โกรธ

นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นที่รู้จักกันดีของบรรดาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนใต้ทั้งหลาย เพราะเป็นข้าราชการระดับสูงไม่กี่คนที่นับถือศาสนาอิสลามและคลุกคลีอยู่กับพี่น้องมุสลิมในพื้นที่มานานโดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว

ก่อนจำอำลาตำแหน่งนี้ไป เขามีโอกาสไปมาร่วมพบปะพูดคุยกับบรรดาครูและอุสตาซ(ครูสอนศาสนาอิสลาม)โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามอ.กรงปินัง อ.รามัน และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เกือบ 100 คนในการประชุมเชิงปฏิบัติการ"ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ"สำหรับครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2559 ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 ที่โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อ.เมืองยะลา ซึ่งจัดโดยสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้

“หากไม่ทะเลาะกัน บ้านในสวนสวรรค์รอเราอยู่”

“ผมเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปัตตานีหลายสิบปีมาแล้ว เพราะเรียนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท เรียนจบก็กลับบ้านไปอยู่สตูล ก่อนจะรับราชการในที่อื่นๆอย่างยาวนานทั่วประเทศ

จนในปี 2545 ย้ายมาเป็นศึกษาธิการจังหวัดยะลา มาเป็นเพื่อนกับอุซตาซสือแปอิง บาซอ (อดีตผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา) เราต่างก็เป็นครู แต่สอนคนละอย่าง ตอนนั้นบ้านเมืองยังสงบอยู่ ไปไหนมาไหนก็มีความสุข ค่ำไหนนอนนั่น

จนต่อมามีผู้คิดเห็นต่างในพื้นที่ ซึ่งคนเราก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ท่านศาสนทูตมุฮัมหมัดสอนเราว่า อย่าทะเลาะกัน เพราะหากไม่ทะเลาะกัน บ้านในสวนสวรรค์รอเราอยู่ ท่านศาสนทูตสอนให้เราระงับความโกรธ ไม่ใช่โกรธไม่ได้ แต่ให้ระงับเอาไว้

“แต่ละองค์กรที่เข้ามาเพื่อจะช่วยมีเจตนาดี”

“แต่ปัญหาคือ คนในพื้นที่ขัดแย้งกัน ทะเลาะกันจนใช้อาวุธต่อกัน หรือที่องค์กรสหประชาชาติเรียกว่า Armed Conflicts (การขัดกันทางอาวุธ) หลังจากนั้นมีความพยายามจากหลายๆ ฝ่าย ต้องการที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งมีเจตนาดีกันทั้งหมด แม้กระทั่งองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ก็เดินทางเข้ามาในพื้นที่ด้วย และองค์กรอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ละองค์กรที่เข้ามาเพื่อจะช่วยก็มีเจตนาดีกันทั้งนั้น แต่ประเด็นคือไม่ได้ไปถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าต้องการอะไร มีความเดือดร้อนอะไร ยกตัวอย่างครั้งหนึ่งตนเคยได้รับหนังสือที่คนเจตนาดีบริจาคให้ปอเนาะ พอเปิดดูปรากฏว่าเป็นหนังสือที่ใช้กับบ้านเราไม่ได้เลย”

“ผมมองเห็นเด็กขาดโอกาส ก็อยากเห็นการยุติความขัดแย้ง”

“ในฐานะที่เราเป็นครูลองมองย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับผมมองเห็นเด็กในจังหวัดชายแดนใต้ขาดโอกาส แม้จะมีความสามารถ มีพรสวรรค์ที่พระเจ้ามอบให้ แต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีโอกาส

ดังนั้นความปรารถนาของคนที่มีอายุมากแล้ว อย่างผมเองก็เกือบจะหกสิบปีแล้ว ก็อยากจะเห็นการยุติปัญหาความขัดแย้ง พอได้แล้ว และลองมองไปยังบ้านเมืองอื่นๆ ที่เขามีความสงบ ลูกหลานของพวกเขามีโอกาสได้เรียนหนังสือ ได้เป็นคนที่เก่งมากกว่าเดิม

นี่คือความมั่นคง ที่หมายถึง การยุติความขัดแย้งที่ใช้กำลังทางอาวุธ แล้วหันมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องอาชีพ เรื่องรายได้ และที่สำคัญคือการได้ทำอีบาดะห์หรือได้ทำตามศาสนบัญญัติที่พระเจ้าทรงใช้ให้เราทำ และที่ศานทูตปฏิบัติให้เราดู”

“ครูควรยืนขึ้นและแสดงตัวว่าเราต้องการสันติ”

“ผู้นำในสังคมมีอยู่อย่างหลากหลาย แต่ผู้นำทางความคิดหรือทางปัญญาที่จะให้ประชาชนได้ตื่นรู้ ก็คือครู เมื่อภาคประชาสังคมอย่างสภาประชาสังคมชายแดนใต้จัดเวทีด้านสันติภาพ เราในฐานะครูควรยืนขึ้นและแสดงตัวว่าเราต้องการสันติ สันติที่เรากล่าวทักทายว่า อัสสาลามูอาลัยกุม แปลว่า ขอความสันติจงมีแด่ท่าน นี่คือสันติ

และหากวิตกกังวลในเรื่องใดก็จงบอกกล่าวออกมา แล้วความคาดหวังของเราเป็นอย่างไร แล้วตัวเราจะช่วยหนุนอะไรในกระบวนสันติภาพได้บ้าง เพราะจริงๆ แล้วความสำคัญไม่ใช่คนใหญ่ๆ ข้างบนเขาคุยกัน แต่หมายถึงพลังของพวกเราที่อยู่ที่นี่”

คนที่ปฏิวัติหรือปฏิรูปสังคมก็คนธรรมดาๆทั่วไปนี้แหละ

“ในสมัยศานทูตมุฮัมหมัดใช้คนที่ไหนในการปฏิวัติหรือปฏิรูปสังคม ก็คนธรรมดาๆทั่วไปนี้แหละ สหายของท่านบางคนมาจากการเป็นทาสมาก่อนหลายคน พวกเราในฐานะที่เป็นครูจึงควรคิดให้มาก ช่วยกันออกความคิดสิ่งที่ทำวันนี้นอกจากเพื่อตัวพวกเราแล้ว เพื่อสมาชิกในครอบครัวของเรา และเพื่อลูกหลานของพวกเรา

บางท่านอาจจะกังวลว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่จะทำให้ขบวนการบีอาร์เอ็น (แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายู)ไม่พอใจหรือเปล่า โกรธหรือเปล่า หรือมาราปาตานี จะโกรธหรือเปล่า ผมคิดว่าไม่โกรธหรอก เพราะต่างก็เจริญกันแล้ว การพูดคุยกันเป็นทางออกอันพึ่งประสงค์ของทุกฝ่าย

ดังนั้นความคิดดีๆ ของท่านที่เป็นครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ควรที่จะแสดงออกมา และตนจะไม่ยอมให้ใครนำความคิดเห็นนี้ไปใช้เพื่อผลประโยชน์ใดๆ เว้นเสียแต่ใช้เพื่อเดินไปสู่ความสงบสุขของพื้นที่ และความสันติที่พวกเราทุกคนต้องการ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด12เวทีฟังครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เผย"ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมสันติภาพ"อันหลากหลาย

อ่านดู ! ครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม “คาดหวัง-กังวล-หนุนเสริม”อะไรในกระบวนการสันติภาพ

เวทีครู สช.สงขลา ชี้การสร้างเครือข่ายครู/อุสตาซที่เข้มแข็งจะช่วยหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ