ชาวมาเลเซียอาลัย ดร.ฮารูน ดีน แกนนำอาวุโสพรรคปาสเสียชีวิต

ชาวมาเลเซียอาลัย ดาโต๊ะ ศรี ดร.ฮารูน ดีน แกนนำพรรคปาสเสียชีวิต สื่อมาเลย์ยกเป็นผู้นำจิตวิญญาณ มีชีวิตเรียบง่ายแต่น่าเกรงขาม เผยมีบทบาทสำคัญในการต่อกรฝ่ายตรงข้ามและยังสะพานเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง

ดาโต๊ะ ศรี ดร.ฮารูน ดีน แกนนำพรรคปาสแห่งมาเลเซียเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแสตนฟอรด์แห่งฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 16 กันยายน 2559 เช้าตามเวลาท้องถิ่นของมาเลเซีย

โดยสื่อชื่อดังของมาเลเซียอย่าง BH online (BERITA HARIAN) รายงานว่าเขาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและมีชีวิตที่เรียบง่าย แต่เป็นบุคคลที่น่าเกรงขามในสายตาผู้คนไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สนับสนุนเขาหรือฝ่ายตรงข้าม

บุคลิกดังกล่าวในการปราศรัย การแสดงความคิดเห็นและคำตักเตือนของเขาแต่ละครั้งทำให้สามารถเป็นที่ตอบรับของทุกคน โดยเขามีเชื้อสายมาจากรัฐเปอร์ลิสโดยกำเนิดที่เป็นที่เคารพรักของทุกคน

“ถึงแม้ว่าอิทธิพลของท่านมีมากมายจนเลยบทบาทการนักปราศรัย นักการเมืองและแพทย์แผนอิสลามไปแล้วก็ตาม แต่ท่านกลับวางตัวอย่างถ่อมตนตลอดเวลา ถึงแม้ในยามที่ท่านอยู่ในวงพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับใครก็ตาม” BH online ระบุ

BH online ยังระบุอีกว่า บทบาทของเขาในฐานะแกนนำพรรคปาสของมาเลเซียได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเป็นปราการในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม และยังเป็นดั่งสะพานเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ในทางการเมืองอีกด้วย

“ในเวทีการเมือง ท่านมักจะใช้วิธีการที่มีความอ่อนน้อมอ่อนโยน แต่มีความชัดเจนในจุดยืน สิ่งไหนที่ไม่ค่อยตรงกับความคิดของท่าน ท่านมักจะคัดค้านอย่างนอบน้อมแต่เห็นผล ที่ส่งผลโดยตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะนักการเมืองของท่านและกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคปาส” BH online ระบุ

ชีวประวัติโดยสังเขป

ดร.ฮารูน ดีน เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1940 ที่หมู่บ้าน โบโฮร มาลี กางาร์ รัฐเปอร์ลิส ท่านเป็นบุตรคนที่สามจากทั้งหมดสิบพี่น้อง

พี่ชายชื่อ อิสฮาก ดีน น้องชายชื่อ อาบู ฮาซัน ดีน ซึ่งทั้งสองคนได้กลายเป็นผู้นำศาสนาที่มีความเกรงขามเช่นกัน

ท่านได้แต่งงานเมื่อช่วงอายุได้เพียง 25 ปี กับ ดาติน คอดียะฮ์ ศอลิฮ ซึ่งชีวิตคู่ของท่านได้มีทายาทรวมกันห้าคน ผู้ชายสอง ผู้หญิงสาม

วัยเด็กท่านได้เข้าเรียนในระดับชั้นประถมที่มัดราซะฮ์ อัล อิสลาฮียะฮ์ อัล วาตานียะฮ์ ที่โบโฮ มาลี ก่อนที่จะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนระดับมัธยมที่มัดราซะฮ์ อัล อาลาวียะฮ์ และ อัล กูลียะฮ์ อัล อิสลามียะฮ์ ที่กลัง สลางอร์

หลังจากที่ท่านได้เรียนจบจากโรงเรียนประถมและมัธยม ท่านได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยอิสลามมาลายา ระหว่างปี (1962-1965) ก่อนที่จะไปเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ที่กรุงไคโร ประเทศอิยิปต์ (1966-1968).

ในช่วงที่กำลังศึกษาที่อียิปต์ ท่านได้ลงทะเบียนเพื่อเรียนสองคณะด้วยกัน อันแรกในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ที่กรุงไคโร และในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรืออนุปริญญาที่วิทยาลัย อินชาม ที่กรุงไคโร เช่นกัน ก่อนที่ท่านจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ในด้านชารีอัต ที่มหาวิทยาลัย ดารุล อูลูม ที่อิยิปต์ ตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปี 1974

ท่านได้เริ่มอาชีพในฐานะเป็นอาจารย์ประจำคณะอิสลามศึกษา ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย เมื่อปี 1975-1976 ก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกเลื่อนตำแหน่งในฐานะรองคณบดีประจำคณะอิสลามศึกษา ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 1977 จนถึง 1985

และท่านยังได้สืบทอดความรู้การด้านการแพทย์แผนอิสลามจากคุณพ่อของท่านตั้งแต่เด็กๆ และท่านได้ยุติบทบาทการเรียนการสอนของท่าน ต่อมาท่านได้ก่อตั้งศูนย์ดารุลชีฟาอฺ ซึ่งเป็นศูนย์ที่บริการให้การรักษาตามแบบฉบับอิสลามที่กลายเป็นที่มีชื่อเสียงในมาเลเซียในเวลาต่อมา

ท่านมีความชื่นชอบในด้านการเมืองและได้เลือกที่จะอยู่กับพรรคปาสในฐานะเป็นเบ้าหลอมในการต่อสู้ทางการเมือง และเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2004 ท่านได้ลงสมัครชิงเก้าอี้ในเขตอาราวแต่สุดท้ายท่านต้องพ่ายแพ้ให้กับผุ้สมัครจากพรรคแห่งชาติมาเลเซีย ดาโต๊ะ ศรี เชด ราซลัน ปุตรา ญามาลุลลายน์

ความพยายามที่จะลงชิงชัยที่นั่งในสภากฎหมายแห่งชาติ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้ลงสมัครจากพรรคแห่งชาติมาเลเซียเช่นเคย ดาโต๊ะ ศรี ชาฮีดีน กัซซิม

ความพยายามครั้งที่สองและครั้งที่สาม ดร.ฮารูน ลงสมัครชิงที่นั่งในรัฐสภาในปี 2008 และ 2013 ก็พ่ายแพ้เช่นกัน

การจากไปของแกนนำอาวุโสของพรรคปาส ดาโต๊ะ นิ อาซิซ นิ มัต เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ต้นปีที่แล้ว ได้ทำให้ตำแหน่งหัวหน้าดังกล่าวได้ตกไปอยู่ในมือของท่านโดยปริยาย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2015 ที่ผ่านมา

ดร.ฮารูน ยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการการทำงานของพรรคปาส นับตั้งแต่ปี 1975 จนถึงปี 1983 นอกจากดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพรรคปาสแล้ว ยังได้เป็นสมาชิกสภาชูรออูลามาอ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สูงสุดของการกำหนดนโยบายของพรรคดังกล่าว

คุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้มีต่อแวดวงการเมือง ด้านการแพทย์แผนอิสลาม และการเผยแพร่ศาสนาในประเทศมาเลเซีย ได้แสดงให้เห็นว่าท่านยังได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล เมื่อได้ถูกมอบตำแหน่งในฐานะหัวหน้าการเผยแพร่สัจธรรมของสภาการไกล่เกลี่ยอิสลามแห่งชาติมาเลเซีย

ขอให้ความเมตตาของพระองค์จงประสบแด่ดวงวิญญาณของท่าน อัลฟาติฮะฮ์

ที่มา http://www.bharian.com.my/node/193172