“ที่นี่มีเด็กเจ็บตาย” 4 องค์กรพล็อตจุดเกิดเหตุที่เด็กเป็นเหยื่อ รณรงค์ปกป้องเด็กจากความรุนแรง

“ที่นี่มีเด็กเจ็บตาย” กลุ่มด้วยใจ กลุ่มบุหงารายอ กลุ่มเซากูนาและมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ลง5 พื้นที่พล็อตจุดเกิดเหตุที่เด็กตกเป็นเหยื่อ จากหน้าสถานีรถไฟจะนะจนถึงโรงเรียนบ้านตาบา พร้อมรณรงค์ปกป้องเด็กจากความรุนแรง เรียกร้องผู้กระทำอย่าก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ เรียกร้องรัฐมีมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 กลุ่มด้วยใจพร้อมด้วยกลุ่มบุหงารายอ กลุ่มเซากูน่า (Zauquna) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ทำโครงการ“ปกป้องเด็ก ปกป้องอนาคตของพวกเรา” (Protect Children Protect our Future) เป็นการรณรงค์เพื่อปกป้องเด็กจากความความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไม่ให้มีเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุไม่สงบอีกในอนาคต

กิจกรรมที่สำคัญคือการลงพื้นที่จุดเกิดเหตุที่มีเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงปีนี้ พร้อมอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อทุกคนได้ระลึกว่าที่นี่เคยเกิดเหตุที่ทำให้เด็กได้รับผลกระทบทั้งจากระเบิดและจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐรวม 5 จุด ได้แก่

1.บริเวณหน้าสถานีรถไฟจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่เคยเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 ทำให้เด็กเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

2.บริเวณข้างร้านขายของชำ หมู่ที่ 5 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ที่เคยเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

3.บริเวณหน้าโรงแรมเซาเทิร์นวิว อ.เมือง จ.ปัตตานี ที่เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

4.บริเวณสี่แยกโรงแรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่เกิดเหตุตำรวจลาดตระเวนชายแดน (ตชด.) มีปฏิบัติการตามหน้าที่แต่ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559

5.บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ทำให้เด็กเสียชีวิต 1 ราย

นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ หัวหน้ากลุ่มด้วยใจ เปิดเผยว่า เป้าหมายของโครงการนี้เพื่อเรียกร้องให้ผู้กระทำความรุนแรงไม่ก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะหรือในพื้นที่ที่มีเด็กอาศัยอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง และเรียกร้องให้รัฐมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่เข้มแข็งมากกว่านี้ เนื่องจากมาตรการที่มีอยู่ยังไม่สามารถปกป้องเด็กได้

“อนาคต กลุ่มด้วยใจและเครือข่ายจะยังคงขับเคลื่อนการรณรงค์ปกป้องเด็กในพื้นที่ต่อไป จนกว่าจะไม่มีเด็กเสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยจะคิดค้นกิจกรรมรูปแบบต่างๆมาใช้ในการรณรงค์” นางสาวอัญชนากล่าว