เปิดงาน“สานพลังประชารัฐ-สานใจไทยฯ” ชี้ทางแก้ไฟใต้ต้องเน้นพูดคุยสันติภาพที่นำสู่สังคมพหุวัฒนธรรม

เลขา ศอ.บต. เปิดโครงการ“สานพลังประชารัฐ สร้างสันติสุขชายแดนใต้” ชี้ทางแก้ปัญหาต้องเน้นการพูดคุยสันติภาพที่นำสู่สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติวิธีเคารพอธิปไตย และข้อเรียกร้องประชาชนต้องอยู่บนเงื่อนไขการพัฒนา ด้านองคมนตรีเปิดงานวัน“สานใจไทย สู่ใจใต้” ปีที่ 11 เผยเยาวชนชายแดนใต้เข้าร่วมแล้ว 5,550 คน

สำนักสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2559 เวลา 13.30 น. ที่โรงแรม หรรษาเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดโครงการ“สานพลังประชารัฐ สร้างสันติสุขชายแดนใต้” พร้อมร่วมบรรยายพิเศษ“แนวทางการพัฒนาสู่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมีเครือข่ายภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนจาก จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลาและ จ.นราธิวาสร่วมฟังกว่า 150 คน

นายภาณุ กล่าวว่า ศอ.บต.ได้เดินหน้าแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” ซึ่งพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้ริเริ่มขึ้นในการนำเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมศึกษาวิถีชีวิต พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในสังคมวัฒนธรรมในพื้นที่อื่นๆอย่างกรุงเทพมหานคร โดยจะมีพ่อแม่บุญธรรมคอยดูแล ทำให้กลุ่มเยาวชนดังกล่าว มีความพิเศษกว่าเยาวชนทั่วไป คือ จะมีความเป็นผู้นำสูง และสามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

นายภาณุ กล่าวว่า ขณะนี้การจัดโครงการดังกล่าวดำเนินการมาแล้ว 28 รุ่น ที่ผ่านมาพล.อ.เปรมได้ให้ความสำคัญในการมาเป็นประธานในพิธีเปิดและให้โอวาทแก่เด็กเยาวชนเป็นอย่างมาก โดยเน้นย้ำการให้ความเป็นธรรมและเป็นไทยกับพี่น้องประชาชนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

ชี้ทางแก้ปัญหาต้องเน้นการพูดคุยสันติภาพที่นำสู่สังคมพหุวัฒนธรรม

“ในเรื่องดังกล่าวทาง ศอ.บต.ได้จัดให้มีชุดอาสาคลายทุกข์ประจำหมู่บ้านในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด การปรับปรุงศูนย์ดำรงธรรมให้ลงไปในอำเภอและหมู่บ้าน เพื่อเข้าถึงประชาชน และดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการลดความรุนแรงในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาในสังคมพหุวัฒนธรรม การกระจายความเข้าใจให้เกิดขึ้นทั้งภาครัฐและประชาชน พร้อมได้ประกาศเดินหน้าการพัฒนาให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน” นายภาณุ กล่าว

นายภาณุ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพัฒนาถึงร้อยละ 60 นอกจากนี้ทางออกในการแก้ไขปัญหาจะต้องเน้นประเด็นที่สำคัญคือ การพูดคุยสันติภาพซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ เป้าหมายพูดคุยจะต้องนำสู่การแก้ไขปัญหาชาติไทยสู่สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติวิธี ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน คนที่พูดคุยจะต้องมีหัวใจเป็นไทยอยู่ในกรอบระเบียบ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ เคารพอธิปไตย และ การนำข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขการพัฒนาในการพูดคุย

องคมนตรีเปิดงานวัน“สานใจไทย สู่ใจใต้” ปีที่ 11 เผยเยาวชนชายแดนใต้เข้าร่วมแล้ว 5,550 คน

วันเดียวกัน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวัน“สานใจไทย สู่ใจใต้”(เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน) โดยมีนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. คณะกรรมการดำเนินโครงการ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจากจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลาและนราธิวาสให้การต้อนรับ

โครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้”ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 รวม 28 รุ่น และมีเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วม 5,550 คน โดยนำเยาวชนในพื้นที่ทั้งที่นับถือศาสนาพุทธ อิสลามและศาสนาอื่นๆ ไปร่วมอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อจะได้ศึกษาเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน แม้จะมีความแตกต่างกันแต่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ และใช้ความเป็นเพื่อนต่างศาสนิกมาเป็นแนวคิด รวมทั้งปรับใช้ในการร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการดำเนินงานโครงการได้มุ่งมั่นพัฒนาร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยสามารถทำให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของสังคม อีกทั้งยังสร้างจิตสำนึกในความรักและหวงแหนแผ่นดินเกิด และก่อให้เกิดความผูกพันทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในพื้นที่อีกด้วย

หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด องคมนตรีได้มอบโล่ให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการ และเยาวชนดีเด่นรวม 20 ราย และเยี่ยมชมบูธผลงานและนิทรรศการ รวมทั้งนำเสนอผลงานจิตอาสาของชมรมเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้” ทั้ง 5 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาระหว่างเยาวชนในแต่กลุ่มจังหวัด ในหัวข้อ “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” อีกด้วย