ศ.สุริชัย หวันแก้ว “การวิจัยสันติภาพ คือการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน"

ศ.สุริชัย หวันแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษในงานประชุมวิชาการะดับชาติ “การวิจัยทางสังคมศาสตร์กับการสร้างสันติภาพ” เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ชี้ว่าการวิจัยต้องตอบสนองเป้าหมายที่ยั่งยืนในอนาคต ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงทางการเมือง การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออก

ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาของคนไทยส่วนรวม โดยเฉพาะประชาสังคม

ศ.สุริชัย หวันแก้ว กล่าวว่า ที่ประชุมองค์การสหประชาชาติกำหนดไว้เมื่อปี 2525 ว่าให้วันที่ 21 กันยายนเป็นวันสันติภาพของโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติเองก็ยืนยันถึงสถานการณ์นี้กันหนักว่าเดี๋ยวนี้รอบโลกก็มีภาวะที่หนักหน่วงมากขึ้น ในประเทศไทยเราเองนี่ หลายๆ ท่านก็คงจะจำได้ ในปี 2544 เราก็ได้มีเหตุการณ์ คือ เกิดการเลือกตั้งที่สำคัญด้วย รัฐบาลช่วงในปี 2545-2545 ก็มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ซึ่งก็รัฐบาลตอนนั้นก็คือทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี

ช่วงนั้นหลังจากเหตุการณ์การปล้นปืนที่ค่ายทหารที่นราธิวาส สถานการณ์ได้เพิ่มความรุนแรงที่ต่อเนื่องหลายๆ อย่าง อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆ ส่วนในกรุงเทพฯ ก็จัดสัมมนาเรื่องชายแดนภาคใต้กับอนาคตของประเทศไทย แล้วทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอร้องว่าช่วยให้ประชาสังคมมีส่วนร่วมในนโยบายเรื่องภาคใต้ด้วย หลังจากนั้นสักปีหนึ่งก็ได้ก็ได้เกิดคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ โดยมีท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน

เหตุการณ์และบรรยากาศของการตัดสินใจทางการเมืองของภาคใต้ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดต่อเนื่องและความรุนแรงเป็นเวลานาน ก็ทำให้เกิดความตื่นตัวหลายอย่าง รวมทั้งทุกวันนี้การตัดสินใจทางนโยบายมีการเอาใจใส่ต่อสถานการณ์ในภาคใต้ในฐานะประเด็นสูงสุด ประเด็นหนึ่งของชาติ

ปัญหาความรุนแรง ปรากฏการณ์ระดับโลก

ในสถานการณ์โลก เดี๋ยวนี้มีลักษณะความรุนแรงในรูปแบบที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน ไล่มาตั้งแต่ปรากฏการณ์ในฝรั่งเศส เหตุการณ์ล่าสุดที่มีการจับกุมเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี เป็นเด็กผู้หญิง 3 คนในรถที่เตรียมการจะระเบิด ก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนปัญหานโยบายการดูแลคนข้ามชาติของฝรั่งเศสนั้นเป็นอย่างไร

ในสหรัฐอเมริกาเรื่องการตัดสินใจสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ก็มีอาการของปัญหาที่นิยมความรุนแรง โดยการเอามันส์ หรือเอาความรุนแรงเข้ามาด้วย ลองสังเกตทางด้านผู้สมัครเช่น โดนัลล์ ทรัมป์ ที่ว่าแรงสุด

การวิจัยกับการสร้างสันติภาพ คือการแก้ปัญหาความเสี่ยงของโลกปัจจุบัน

ศ.สุริชัย ยังได้กล่าวถึงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพว่า การวิจัยจำเป็นต้องเผชิญกับยุคปัจจุบันที่ความเสี่ยงในโลกปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่ความเสี่ยงเฉพาะการประกันชีวิต ประกันบริษัท วินาศกรรมเท่านั้น แต่ความเสี่ยงในปัจจุบันมีหลายชนิด ถ้าอยู่ทางสายแพทย์มีความเสี่ยงของเชื้อไวรัสซิก้า ที่สร้างความวุ่นวายขึ้นมา ความเสี่ยงของการใช้ยาปฏิชีวนะแล้วกลายเป็นอาการดื้อยาซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่เรียกว่าการดูแลความเสี่ยงยุคใหม่ซึ่งกลายเป็นโรคดื้อ กลายเป็นความเสี่ยงร่วมกันที่ต้องใช้การบูรณาการ ไม่ใช่ความเสี่ยงเฉพาะสาขาวิชา

ความเสี่ยงทางสังคมเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะความเลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมในโลก ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางว่าสถานการณ์ของความเลื่อมล้ำภายในประเทศคือ ระหว่างภูมิภาค ระหว่างคนต่างฐานะ ต่างชนชั้น ต่างชาติพันธุ์ยังมีอยู่ ขณะเดียวกับความเลื่อมล้ำในภูมิภาคและในโลกก็ยังกว้างขวางมากขึ้นทุกวัน ความเสี่ยงมันเกิดขึ้นเพราะปัจจุบันมันมีการใช้ความรุนแรงในหลายลักษณะ

ความเสี่ยงอันตรายนี้เกี่ยวกับอนาคตไม่ว่าทำอะไรก็โยงไปสู่ความไม่เป็นธรรม ความคับแค้นใจ ความโกรธแค้น ที่มีต่อการถูกปฏิบัติต่อคนที่เขารู้สึกใกล้ชิดกัน กลายเป็นพวกเดียวกัน เช่นในกรณีของคนที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศสแต่ใจคอสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เขารู้สึกในซีเรีย ความคับแค้นอันนี้นำไปสู่การแค้น อะไรต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นปรากฏการณ์ข้ามทวีป ข้ามแดน

ความเสี่ยงต่อความรุนแรงทางการเมือง ทางสังคมเหล่านี้ ประสบการณ์ในประเทศไทยบอกเราว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะทำเป็นลืมไป ทั้งในการเมืองส่วนกลางและคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องดูแลและเรียนรู้ร่วมกัน ความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในภาคใต้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งที่ส่งต่อไปยังภูมิภาคอื่น

งานวิจัยสันติภาพต้องพูดถึงเป้าหมายอนาคตที่ยั่งยืน

ศ.สุริชัย ยังได้กล่าวด้วยว่างานวิจัยต้องเกี่ยวข้องกับสันติภาพว่าเช่นเดียวกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตรงที่ว่าถ้าไม่สนใจว่าสภาพแวดล้อมของโลก สภาพแวดล้อมของทะเล สภาพแวดล้อมของภูมิอากาศว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับให้เราต้องสนใจด้วย งานวิจัยก็จะเป็นงานวิจัยที่ละเลยบริบทที่สำคัญ เพราะโลกก้าวไปสู่เรื่องของภัยอันตรายนอกพิภพแล้ว

เช่นเดียวกัน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เราได้สัมผัสแล้วว่าประเทศเรามีความขัดแย้งรุนแรงทางสังคมการเมือง สิบกว่าปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่ามันหนักหนาสาหัสยังไง ทั้งนี้เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่เรานึกไม่ถึงว่าคนไทยชอบประสานประโยชน์ นิยมชมชอบสันติ แต่ดูเหมือนว่าเกิดภาวการณ์เปลี่ยนแปลงหลายอย่างค่อนข้างมาก คนไทยที่เราไม่รู้จักมีมากขึ้น

สิ่งที่ต้องยอมรับหรือตระหนักร่วมกันว่าบริบทความเสี่ยงอันตรายนั้นมีหลายระดับ ความเสี่ยงอันตรายระดับผืนพิภพ ระดับภูมิอากาศ ระดับมหาสมุทร เป็นภัยอันตรายที่ต้องสนใจร่วมกันทุกสาขาวิชา จะปล่อยให้พวกธรณีวิทยาแก้ไขปัญหาอย่างเดียวก็คงไม่พอ พวกสังคมศาสตร์ก็ต้องสนใจด้วย อันตรายเรื่องที่สอง คือ การขัดแย้งทางการเมือง เราจะแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงคงไม่ได้อีกแล้ว คงต้องสนใจและตระหนักว่าการแก้ปัญหาใดๆ ก็ตาม ต้องช่วยเสริมไม่ให้เกิดความรุนแรงต่อกัน หรือจนไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาใดๆ ได้    

คนที่ทำงานด้านการเยียวยา พ่อแม่หรือเยาวชนในจังหวัดภาคใต้คงจะทราบดีว่าเมื่อชีวิตถูกทำลายหรือถูกใครทำการปราบปรามหรือความรุนแรงทางอาวุธไม่ว่าจะเป็นราชการ หรือเป็นใครก็ชีวิตก็มีค่าเท่ากันเหมือนกันหมด เราเองก็ต้องเรียนรู้เพราะเมื่อสูญเสียไปจะเอาชีวิตคืนก็ไม่ได้

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ โอกาสใหม่ของการสร้างงานวิจัยให้ตอบสนองกับอนาคต โดยเฉพาะการพูดถึงเป้าหมายที่มีความยั่งยืน และมิติใหม่ของการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันในสังคม สร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาคี สร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เราได้มีการร่วมคิดร่วมแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกัน โดยอาศัยเป้าหมายในอนาคตที่เป็นความยั่งยืนร่วมกัน

การวิจัยเพื่อเสริมสร้างสันติภาพหากไม่สนใจบริบทว่าใครเป็นยังไง ไม่สนใจว่าโลกมันว่ายังไงคงจะไม่ได้ จะต้องทำยังไงให้เกิดแวดวงวิจัยที่เราได้ความรู้ทุกวัน ต้องเรียนรู้จากมุมกว้าง คือวิจัยนี้ไม่ใช่วิจัยเชิงปัจเจก เชิงเดี่ยว แต่เป็นวิจัยที่มีความรู้ทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลวิจัยสถานการณ์ผู้ชายชายแดนใต้ชี้ชัด ชีวิตขาดอิสระ ไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรม