ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ รับรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ปี 2559 จากผลงาน“ลังกาสุกะโมเดล”

เปิดสุนทรพจน์ ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้ได้รับรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ปี 2559 ในพิธีพระราชทานปริญญา จากผลงาน“ลังกาสุกะโมเดล” เพื่อพัฒนาการผลิตยาสมุนไพรในชุมชนชายแดนใต้ จนมีโรงงานแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรที่โรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ของชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรไทย

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 หน้าเพจของคณะการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ได้เผยแพร่คำกล่าวสุนทรพจน์ของ ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้ได้รับรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ประจำปี 2559 ซึงเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศแก่ผู้ได้รับรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)ประจำปีการศึกษา 2558 เมื่อวันที่ ​27 กันยายน 2559 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีเนื้อหาดังนี้

“เรียน​ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเยือนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของดิฉันอีกแห่งหนึ่ง ดิฉันเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่นี่ หลังจากที่เรียนจบปริญญาเอกด้านเภสัชเคมี (Pharmaceutical Chemistry) จากมหาวิทยาลัย Bath สหราชอาณาจักรในปี พ.ศ.2524 โดยเป็นอาจารย์ที่คณะเภสัชศาสตร์ ม.อ.ระหว่างปี พ.ศ.2524 – 2526 หลังจากนั้น ดิฉันก็เดินทางมา ม.อ.เป็นประจำเพื่อมาสอนวิชาเภสัชเคมีเป็นเวลาติดต่อกัน 7 ปี ทุกวันนี้ ดิฉันยังติดต่อและพบปะกับลูกศิษย์และรุ่นน้องจาก ม.อ.อยู่เสมอ ศิษย์เก่าของ มอ.หลายคนก็ไปทำงานกับดิฉันที่วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต

ดิฉันให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะชุมชนในจังหวัดภาคใต้ เพราะคิดว่า ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ประเทศไทยของเราโดยรวมก็จะเข้มแข็งด้วย รางวัลที่เคยได้รับมาล้วนเกี่ยวข้องกับงานชุมชน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลแม็กไซไซ สาขาบริการสาธารณะในปี พ.ศ.2552 รางวัลศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย โดยการสนับสนุนของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นผลงานจาก “ลังกาสุกะโมเดล”ในการพัฒนาการผลิตยาสมุนไพรในชุมชนของสามจังหวัดชายแดนใต้ และงานในทวีปแอฟริกา เป็นการสอนให้ชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพราะดิฉันเชื่อว่าหากชุมชนเข้มแข็งแล้ว พวกเขาก็จะมีความสุข

นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2547 กว่า 12 ปี แล้วที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อให้เกิดความกดดัน สูญเสีย ขาดโอกาส และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ความไม่สงบทำให้ไม่มีใครอยากลงไปช่วยเหลือประชาชนและชุมชน แต่พื้นที่นั้นอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ สมุนไพรนานาชนิด ในปี 2551 ดิฉันและ ผศ.ดร.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.อ.ได้ริเริ่มแผนพัฒนา (Roadmap) การผลิตยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรใน 11 จังหวัดภาคใต้ และเห็นว่า ควรจะขยายเครือข่ายการดำเนินงานและสร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขให้แก่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

จากเริ่มต้นที่ชาวบ้านมีความระแวงสงสัยและไม่เข้าใจ เวลาผ่านไป 8 ปี ชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายลังกาสุกะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความไว้วางใจ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เนื่องจากการทำงานภายใต้ลังกาสุกะโมเดลมีแนวทางปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงให้ไว้ว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และความคิดว่าพื้นฐานของประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม สิ่งนี้คือจุดเด่นของประเทศไทย

การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรที่สามารถใช้เป็นอาหารและเป็นยาได้สอดคล้องกับจุดเด่นของประเทศ และช่วยชาวบ้าน เกษตรกร กลุ่มสตรี และชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านสาธารณสุขมูลฐาน สร้างอาชีพ รักษาความรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านพืชสมุนไพรของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมายของลังกาสุกะโมเดล คือ ช่วยให้ชุมชนเข้มแข็ง สร้างความยั่งยืนให้พวกเขาอยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะยาว โดยการถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยาให้แก่บุคลากรสาธารณสุข ชุมชน และเกษตรกรในสามจังหวัดชายแดนใต้

​ลังกาสุกะโมเดลดำเนินงานอย่างครบวงจร มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเรื่องการตลาดด้วย โรงงานผลิตยาสมุนไพรของโรงพยาบาลในเครือข่ายล้วนผ่านมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice (GMP)) ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จังหวัดยะลา และโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และมีโรงงานแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรที่โรงพยาบาลกะพ้อ จังหวัดปัตตานี สร้างประโยชน์มากมายแก่ชาวบ้านและชุมชน ทั้งเรื่องการส่งเสริมอาชีพและรายได้ของชุมชน ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่นสามารถผลิต เก็บเกี่ยว และแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรเบื้องต้นที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย มีการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัยพืชสมุนไพรไทยในสถาบันการศึกษาไปสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้มีการผลิตยาจากสมุนไพรในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง และสร้างความมีส่วนร่วมคิดและร่วมทำงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน นำไปสู่ความภาคภูมิใจและความเข้มแข็งของชุมชน

ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณ

​1.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ให้เกียรติมอบรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ให้แก่ดิฉัน

​2.คณะเภสัชศาสตร์ ม.อ.โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผศ.ดร.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีซึ่งได้เดินทางไปช่วยงานในสามจังหวัดชายแดนใต้แทบทุกครั้ง

​3.ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จังหวัดยะลา โรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และโรงพยาบาลกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

​4.เภสัชกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

5.นายแพทย์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

​6.คลินิกแผนไทยและแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง

​7.วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ที่ได้มอบโอกาสให้ดิฉันทำงานนี้อย่างเต็มความสามารถ

​8.บุคคลที่ดิฉันอยากขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง คือ ชาวบ้านและชุมชนในสามจังหวัดชายแดนใต้สำหรับความเข้าใจ ความเต็มใจให้ความร่วมมือ เพื่อให้งานประสบความสำเร็จแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม

สุดท้ายนี้ ดิฉันหวังว่า ลังกาสุกะโมเดลจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังในการทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนและส่วนรวม ดังคติพจน์ของ มอ. ที่ว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

กฤษณา ไกรสินธุ์ วิกิพีเดีย

เจาะชีวิตฉายา 'เภสัชกรยิปซี 'ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์' 'บุคคลแห่งปีเอเชีย' นักสู้เอดส์