ความจริงในเรื่องเล่าชายแดนใต้ : ผู้สร้างความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์จะพ่ายแพ้ในที่สุด

นำเรื่องเล่า “จากวงเล่าเรื่อง  IPP ครั้งที่ 22”  เมื่อ 17-18 ก.ย.2559 มาเล่าต่อ นำโดยนักเล่าเรื่อง ดร.นอร์เบิร์ต  โรเปอร์  นักวิจัยอาวุโสสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้(CSCD) ม.อ.ปัตตานี และอาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ม.อ.หาดใหญ่ ต่อด้วยข้อสังเกตของผู้เข้าร่วมวงประชุม  คำตอบ รวมถึงปฏิกิริยาของนานาชาติ

ดร.นอร์เบิร์ต   :เรื่องราวนี้อาจดูล้าหลังไปบ้าง แต่พยายามเพ่งมองไปยังตัวแสดงหลักๆ ของสถานการณ์ ย้อนมองและครุ่นคิดถึงเรื่องราวตลอดระยะเวลาหลายปีของชายแดนภาคใต้เพื่อจะกำหนดเห็นอนาคตของพื้นที่นี้ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้เรียบง่ายแล้ว หากก็ยังมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์เฉพาะตน และสามารถโต้แย้งได้

6 เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี

หนึ่งคือแนวทางของ คสช. โดยการลด หรือกำจัดความรุนแรงในพื้นที่ให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการต่อต้านการก่อความรุนแรง และป้องกันการก่อเหตุด้วยวิธีการต่างๆ หรือที่มีการพูดเรื่องการสร้างกำแพงหรือแนวรั้วกั้นชายแดน  การลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่นการเกิดขึ้นของเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจพิเศษ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย)  การสร้างแรงจูงใจทางกระบวนการยุติธรรม การให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับ(อดีต)นักรบ และสุดท้ายคือการพยายามสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย”

สอง แนวทางของพรรคการเมืองไทย  ซึ่งขณะนี้อาจไม่ค่อยมีบทบาทมากนักจากสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็มีการพยายามเจรจาหาทางประนีประนอมมาโดยตลอด โดยดึงกลุ่มผู้นำทางการเมืองปัตตานีสู่ระบบโครงสร้างทางการเมืองของประเทศไทย โดยจะยกมาสองพรรคการเมืองหลักในพื้นที่ คือพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำการเจรจาอย่างลับๆ มาพักใหญ่แล้ว หากก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้  และพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับการเจรจาอย่างเป็นทางการในปี 2556 สมัยรัฐบาลที่แล้ว รวมไปถึงฝ่ายที่สามคือมาเลเซียในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการเจรจา

สาม แนวทางปีกการทหารของบีอาร์เอ็น  ที่ทำการปฏิบัติการลับต่างๆ  เพื่อบรรลุสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง (แยกอิสระ/อยู่ภายใต้รัฐไทย) โดยพยายามบ่อนทำลายกองกำลังของรัฐไทย สร้างสถานการณ์และความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน  เพื่อให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถควบคุมและให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ได้  ทั้งพยายามอ้างความชอบธรรมในการปฏิบัติการณ์ความรุนแรง ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนด้วย จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ หากในทางกลับกัน ยิ่งใช้ความรุนแรงมากเท่าไร ยิ่งกลับส่งผลกระทบในทางลบมากขึ้น

แล้วอะไรคือความพอดีสำหรับการปฏิบัติการเพื่อได้รับความชอบธรรมจากประชาชน

สี่ แนวทางปีกการเมืองของบีอาร์เอ็นและมาราปาตานี  เกิดขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมและการสนับสนุนจากประชาชน  ซึ่งมาราปาตานีมีความใกล้ชิดกับบีอาร์เอ็น และได้ออกมาทำหน้าที่นี้ หรือหากไม่มีมาราปาตานี ก็ย่อมต้องเกิดปีกการเมืองอื่นขึ้นมาทดแทนเพื่อสร้างความสนับสนุนจากประชาชน ในการบรรลุสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเองภายใต้รัฐไทย  ซึ่ง อบูฮาฟิส เองก็ยังเลี่ยงที่จะพูดว่าต้องการรูปแบบใด อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายสำคัญในการเข้าร่วมพูดคุยอย่างเป็นทางการกับรัฐไทย  ก็เพื่อได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยการเข้าร่วมทางการเมืองที่เป็นที่ยอมรับ และกลุ่มเองก็ต้องยอมรับหลักปฏิบัติทางกฎหมายสากล

ห้า แนวทางของขบวนการมลายูมุสลิมที่ไม่เอาความรุนแรง ซึ่งพยายามสร้างการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มแข็งสำหรับการกำหนดชะตากรรมของตนเอง (แยกอิสระหรืออยู่ภายใต้รัฐ) และเข้าร่วมภาคีทางการเมืองในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ปราศจากความรุนแรง

และหก แนวทางของภาคประชาสังคม และนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพแบบผสมผสาน  รณรงค์ให้มีการเคารพกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อการประนีประนอมในการปกครอง และยอมรับพหุวัฒนธรรมของพื้นที่แห่งนี้

ทั้งหกกลุ่มคือผู้ขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดชายภาคแดนใต้

คำถาม/แรงกระเพื่อมจากวง IPP

ปัญหาภาคประชาสังคม - ภาคประชาสังคมในพื้นที่มีความแข็งแกร่ง และการร่วมมือกันมากน้อยเพียงใด และสามารถเขื่อมต่อกับต่างประเทศอย่างไร มีข้อเสนอใหม่ๆ ที่นำสู่การปฏิบัติและส่งผลโดยรูปธรรมในการสร้างสันติภาพในพื้นที่อย่างไรได้บ้าง เพราะหากถามประชาชนทั่วไปเขายังไม่ต้องการถึงขนาดแยกอิสระ

ฝ่ายที่สาม - ประเทศมาเลเซียมีบทบาทที่ใกล้ชิดกับเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์จังหวัดชายแดนของไทย ควรให้ความสำคัญกับส่วนนี้ให้มากขึ้น

ทัศนของประชาชนในภูมิภาคอื่น - การพยายามทำความเข้าใจ ส่งผ่านข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างทัศนคติความเท่าเทียมและสิทธิของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับอีก 73จังหวัดของประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาทกรรมต่างๆ ที่ยังถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจต่อปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง

กลุ่มที่ควรเพิ่มเติม - ในส่วนของกลุ่มที่ห้า ควรให้ความสำคัญกับประชาชนที่เป็นชาวพุทธในพื้นที่เพราะมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนแนวทางสันติวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ยังขาดผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาทั้งสองศาสนา ซึ่งมีบทบาทและอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชนสูง

คำตอบของนอร์เบิร์ต

กลุ่มประชาชนชาวพุทธรวมอยู่ในกลุ่มที่หกแล้ว ส่วนภาคประชาสังคม ต้องมีการจัดกระบวนการกลุ่มเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น

ส่วนที่เกี่ยวกับประเทศมาเลเซียนั้น ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นบทบาทผู้ประสานงาน และยังไม่สามารถกำหนดเรื่องราวจุดมุ่งหมายของตัวเองได้ชัด ซึ่งต่างจากฝ่ายรัฐไทยและกลุ่มขบวนการที่มีจุดมุ่งหมายของตนและพยายามสร้างบทบาทในพื้นที่มาก่อนหน้าแล้ว อีกประการคือ มาเลเซียยังไม่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ และมีความเข้าใจกับประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่อย่างเพียงพอที่จะสร้างเรื่องราว จนสามารถกำหนดบทบาทหลัก

นอร์เบิร์ต:  ปฏิกิริยานานาชาติจากเหตุระเบิดใต้ตอนบนและการสูญเสียของผู้บริสุทธิ์

“ที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือ มีกลุ่มนักการทูตต่างประเทศที่ผมได้สัมผัสที่กรุงเทพ มีประเทศ แคนาดา ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เว  อเมริกา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ลงมาเผ้าดูและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เขามองว่าอยากให้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยแนวทางสันติจากทุกฝ่ายอย่างจริงใจ ทั้งแปลกใจต่อผลประชามติที่ออกมาและเห็นใจประชาชนในพื้นที่อย่างมาก  แต่เมื่อมีเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ภาคใต้ตอนบน กับหลายครั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เหตุการณ์หน้าโรงเรียนตาบาที่ทำให้เด็กและผู้ปกครองเสียชีวิต)  ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ ซึ่งหากมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากเหตุการณ์ย่อมส่งผลต่อประเทศไทยในสายตาต่างประเทศ  นักการทูตต่างประเทศสองท่าน บอกว่าก่อนหน้านั้นเขาอยากเข้าไปร่วมทำงานแนวทางสันติวิธีกับบีอาร์เอ็น แต่จากเหตุการณ์นี้ เขาอาจจะพิจารณาเรื่องการคว่ำบาตรกลุ่มบีอาร์เอ็น หรือใส่ชื่อในแบล็กลิสต์ ซึ่งแม้จะมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ แต่ก็เริ่มมีการพูดถึงประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง การทำงานของบีอาร์เอ็นจะยากลำบากมาก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (LTTE )ในประเทศศรีลังกาเมื่อ ค.ศ.2005 ที่ถูกขึ้นบัญชีดำจนทำให้พ่ายแพ้ต่อรัฐบาลในปี ค.ศ.2009”