แม่ทัพภาค 4 คนใหม่มอบนโยบาย ส่งเสริมเศรษฐกิจคนเห็นต่าง ใช้กฎหมายนำ เจ้าหน้าที่ต้องไม่สร้างเงื่อนไข

แม่ทัพภาค 4 ประชุมเสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2560 มอบนโยบายทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและใช้แนวทางการเมืองขยายให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างโปร่งใสและสานต่อโครงการที่ดำเนินการแต่ยังไม่เกิดผล ทั้งโครงการพาคนกลับบ้าน ส่งเสริมเศรษฐกิจสำหรับผู้เห็นต่างจากรัฐที่แสดงตนเพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในการประชุมเสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2560 มีวาระชี้แจงงานด้านเศรษฐกิจ ศาสนา กฎหมาย และมอบแนวนโยบายในการปฏิบัติงาน โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ อาทิ ผู้แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองอาสารักษาดินแดน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น ร่วมประชุมเพื่อรับฟังแนวนโยบาย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงถึงผลการประชุมว่าเป็นการวางแผนงานเพื่อใช้ขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อเป็นปีที่ 12 และพบว่าปี 2559 พบว่าสถานการณ์ลดลงในรอบ 12 ปี และประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น

ทั้งนี้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการเข้าดูแลพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ทำให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งอนุมัติให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพภาคที่ 1 และ 3 ทั้งหมด 8,000 นาย พร้อมส่งมอบพื้นที่แก่กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานราชการในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับการประชุมเสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการมอบนโยบายแก่หน่วยงานราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการพัฒนา 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยมอบนโยบาย 3 เรื่องคือ 1.การใช้กฎหมายนำ ซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วนต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรมและถูกต้อง การจับกุมต้องดำเนินการให้ถูกตัวบุคคล ต้องปฏิบัติด้วยความโปร่องใสในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการจับกุม การซักถาม และต้องไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ หากละเมิดกฎหมาย กรอบนโยบายหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็จะถูกปลดจากตำแหน่งทันที

ส่วนที่ 2.การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัย นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นในการค้า การลงทุน ของนักธุรกิจ

ส่วนที่ 3.การใช้การเมืองขยาย คือการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายประจำการที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้น และต้องลดความหวาดระแวง

 อีกทั้งพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ยังมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ผ่านโครงการต่างๆ โดยวางแนวนโยบาย 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลางและระยะยาว

นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่ 4 มีนโยบายสานต่อโครงการที่ดำเนินการแต่ยังไม่เกิดผล อาทิ โครงการพาคนกลับบ้าน การส่งเสริมเศรษฐกิจสำหรับผู้เห็นต่างจากรัฐที่แสดงตน เพื่อให้ผู้เห็นต่างได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้รัฐบาลมีการแต่งตั้งคณะทำงานพิเศษ ครม.ส่วนหน้า เพื่อเป็นชุดประสานงาน เชื่อมโยงแก้ปัญหาต่างๆในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะสามารถนำผลงานที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขได้ไปประชุมหารือกับรัฐบาลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นี้