จับกระแสปรากฏการณ์ “รองผู้ว่าสตรีมุสลิมคนแรก” สร้างขวัญกำลังใจสตรีทั้งชายแดนใต้

หลากหลายความรู้สึกของสตรีมุสลิมที่คลุมฮิญาบที่ทำงานในหน่วยงานของรัฐหลังจากนางพาตีเมาะ สะดียามู ที่เป็นสตรีมุสลิมคนแรกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ของสังคม หลายคนรู้สึกว่าแม้จะได้รองผู้ว่าสตรีเพียงคนเดียว แต่ในความรู้สึกเหมือนได้รับทั้งสามจังหวัด ขณะเดียวกันทุกคนยืนยันจะก้าวหน้าได้ต้องมีความรู้ความสามารถเป็นที่ตั้ง

นางสาวจริยา หลีเส็น เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ สังกัดที่ทำการปกครองจังหวัดปัตตานี กล่าวถึงกรณีที่นางพาตีเมาะ สะดียามู สามารถไต่เต้าในหน้าที่ราชการจนสามารถดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงว่านับเป็นปรากฏการณ์ที่ดีมากๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมุสลิมที่คลุมฮิญาบก็มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการได้ และแสดงแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยไม่ได้ปิดกั้นสตรีมุสลิม

นางสาวจริยากล่าวว่า ตนรับราชการมา 23 ปี โดยในช่วงแรกยังไม่ได้คลุมฮิญาบ ต่อมาเมื่อเริ่มคลุมฮิญาบแล้วช่วงแรกเริ่มรู้สึกว่าเพื่อร่วมงานมีอคติต่อการคลุมฮิญาบทั้งนี้ไม่ใช่เพราะหวาดระแวงหรือต่อต้านแต่เป็นความรู้สึกไม่ไว้วางใจอันเนื่องจากความแตกต่างมากกว่าซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาทุกคนไม่อาจไว้วางใจคนอื่นที่ไม่เหมือนกับกลุ่มตน อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่าความรู้สึกไม่ไว้วางใจของคนต่างศาสนิกต่อสตรีมุสลิมที่คลุมฮิญาบได้ลดลงไปมาก

สำหรับโอกาสและความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ นาวสาวจริยากล่าวว่าการคลุมฮิญาบไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ หรือในระบบราชการจะมีการวัดสมรรถนะต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล แต่อย่างไรก็ตามที่อาจจะมีบ้างที่บางคนอาจจะมีประสบการณ์ที่เกิดจากอคติซึ่งเกิดจากหน่วยงานหรือหัวหน้างานที่ไม่ไว้วางใจโดยอาจจะไม่ได้รับการมอบหมายงานบางอย่างได้

นางสาวจริยากล่าวว่า สถานภาพที่เป็นสตรีมุสลิมและคลุมฮิญาบที่ทำงานในองค์กรนั้นต้องมีความกล้าหารทางจริยธรรมค่อนข้างสูง ต้องมีความเชื่อมั่น ต้องเอาศาสนาเป็นที่ตั้ง เพราะถือว่าเป็นการทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมโดยไม่รู้ตัว

“เมื่อชาวบ้านโดยเฉพาะผู้หญิงเข้ามารับบริการที่หน่วยงานและเห็นว่ามีผู้หญิงที่คลุมฮิญาบอยู่ด้วยแม้เพียงคนเดียว ก็ทำให้เขาสบายใจ สะดวกใจที่จะมาใช้บริการ สำหรับข้าราชการสตรีเมื่อคุณพาตีเมาะขึ้นเป็นรองผู้ว่าราชกาจังหวัดได้จึงเป็นขวัญและกำลังใจอย่างมาก” นางสาวจริยากล่าว

อ.ฮามีดะห์ อาแด นักวิชาการอิสระ และอดีตอาจารย์ประจำสาขาวิชากฎหมายอิสลาม วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.อ.ปัตตานี กล่าวถึงกรณีนางพาตีเมาะ สะดียามู ได้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ตนมีความภูมิใจที่มีมุสลีมะฮ์สามารถขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ทำให้มีสิทธิที่จะพัฒนาสังคมชายแดนใต้โดยเฉพาะการพัฒนาต่อผู้หญิงให้ดีขึ้น เพราะผู้ชายอาจจะมีความรู้ในเรื่องผู้หญิงที่ไม่ละเอียดมากพอ

“แสดงให้ว่าการเป็นมุสลีมะฮ์ไม่ใช่เป็นอุปสรรค์ต่อการทำงานเพื่อสังคม เพียงแต่ต้องมีจุดยืนในเรื่องอิสลามให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะการแต่งตัวอยู่ในหลักการของอิสลาม ทำให้เห็นว่ามุสลีมะฮ์ต้องสามารถทำงานกับคนอื่นได้หรือเข้ากับคนอื่นๆ ที่มีความแตกต่างไปจากเราได้ เพราะการดะวะฮ์ ในอิสลามนั้น ต้องเข้ากับบุคคลที่มีแตกต่างจากเรา และเราต้องทำความดีให้คนอื่นๆได้รับรู้ เพราะอิสลามสอนให้มุสลิมทำความดีเพื่อให้คนอื่นๆได้เห็น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี” อ.ฮามีดะห์ กล่าว

นางสาวสุภาวดี สายวารี ทนายความจังหวัดยะลา กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนางพาตีเมาะ สะดียามู แต่เมื่อมีข่าวมาว่านางพาตีเมาะ สะดียามู ขึ้นมารองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง รู้สึกประหลาดใจว่าเป็นไปได้อย่างไร  สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าสังคมได้เปิดกว้างในเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา มากยิ่งขึ้น ซึ่งแตกต่างกับอดีต ทั้งนี้ยังมีผู้หญิงในพื้นที่อีกหลายคนที่ได้รับตำแหน่งสูงๆ ในระบบราชการ แต่น้อยคนนักที่จะมาสามารถก้าวเข้ามาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้

“กรณีของคุณพาตีเมาะมีคุณค่ามาก เพราะคุณพาตีเมาะใส่ญิฮาบตลอดเวลา จึงเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นใหม่ เพราะสมัยก่อนหากใส่ฮิญาบในงานรับปริญญายังระแวงเลยว่าว่าจะเป็นตัวถ่วงของสถาบันหรือของสังคมหรือเปล่า แต่ปัจจุบันนี้เปิดกว้างมากสำหรับมุสลิมะฮ์ ถือว่าคุณพาตีเมาะเก่งมากและสังคมให้โอกาสทำให้ขึ้นมาถึงรองผู้ว่าได้ เพราะลำพังเพียงแค่ความเก่งอย่างเดียวอาจจะเพียงไม่พอ” นางสาวสุภาวดี กล่าว

นางรวยนะห์ บุงาตันหยง ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านบุรินทร์ ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยากมากที่มุสลีมะฮ์ในพื้นที่จะสามารถขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าราชการได้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ เพียงแต่เขาต้องรักษาพฤติกรรมในฐานะมุสลิมะฮ์ให้อยู่ในแนวทางอิสลามเท่านั้น

“คิดว่าเขาเป็นตัวอย่างแก่คนในพื้นที่ว่าต้องมีการศึกษาที่ดีและพยายามศึกษาให้สูงๆ และต้องเรียนรู้ทุกสาขาวิชา ไม่ใช่เฉพาะเรียนรู้ศาสนาเท่านั้น”

นางสาวรุสดี กาเซ็ง พนักงานราชการครูอาสาสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี  กล่าวว่า เมื่อมีข่าวออกมาว่าคุณพาดีมะ สะดียามู ขึ้นมารองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตนก็รู้สึกขึ้นมาทันที่ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนที่เก่งมากจึงจะสามารถขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าได้ เป็นเรื่องยากมาก เพราะเป็นผู้หญิงและเป็นคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ตนรู้สึกนับถือในความสามารถของเธอ ยิ่งคิดว่าหากเธอมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ผู้หญิงต้องรับผิดชอบในครอบครัว ก็ยิ่งน่ายกย่องมากยิ่งขึ้น