คปต.ส่วนหน้าแถลงความก้าวหน้า เน้นเสริมงานหน่วยพื้นที่แก้ไขปัญหาให้เร็วขึ้น

โฆษก คปต. แถลงความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของ คณะ คตป. ส่วนหน้า เน้นเสริมการทำงาน ของหน่วยงานในพื้นที่ให้แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เผย คปต.ส่วนหน้า แบ่งมอบภารกิจตาม 7 กลุ่มภารกิจงาน ตามแผนปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2558-2560 แล้ว พร้อมเผยชื่อหัวหน้าผู้รับผิดชอบ

วันที่ 24 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. ) ที่ห้องประชุมวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ สำนักงานคณะกรรมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 นายสัมพันธ์ มูซอดี โฆษกสำนักงานคณะกรรมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า  พร้อมด้วย พ.อ.เวชศักดิ์ ขันธอุบล หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คปต. ส่วนหน้า และ นายอุชุกร ทรงวรัชญ์ หัวหน้าส่วนงานประชาสัมพันธ์ คปต. แถลงข่าวความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของ คปต. ส่วนหน้า โดยมีสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมรับฟัง

นายสัมพันธ์ มูซอดี โฆษกสำนักงาน คปต. ส่วนหน้า กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของ ครม.ได้แต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นหัวหน้าพิเศษ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรองหัวหน้าพิเศษ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และมีคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลทั้งหมด 13 ท่าน

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า คปต.ส่วนหน้า ได้ประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อแบ่งมอบภารกิจตาม 7 กลุ่มภารกิจงาน ตามแผนปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2558-2560 โดยได้มอบหน้าที่รับผิดชอบ 7 กลุ่มภารกิจงานของ คปต. และกระทรวง กรม หน่วยงาน ประกอบด้วย

กลุ่มภารกิจรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.ปราการ ชลยุทธ รับผิดชอบ

กลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล และ  พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รับผิดชอบ

กลุ่มภารกิจงานสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศเรื่องสิทธิมนุษยชน กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ รับผิดชอบ

กลุ่มภารกิจงานการศึกษา ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ รับผิดชอบ

กลุ่มภารกิจงานพัฒนาศักยภาพในพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน กระทรวงมหาดไทย  เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มีนายภาณุ อุทัยรัตน์และนายจำนัล เหมือนดำ รับผิดชอบ

กลุ่มภารกิจงานเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย สภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.จำลอง คุณสงค์และนายพรชาต บุนนาค รับผิดชอบ และ

กลุ่มงานแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก มี พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ และพล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นผู้รับผิดชอบ

นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้ชี้แจงกรอบงานและนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คปต.ที่สั่งการไว้คือ ให้ทำหน้าที่ในการประสานงานระหว่าง ครม. รัฐมนตรีและส่วนราชการในส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่ ประสานกับ คปต. กอ.รมน. ศอ.บต. จังหวัด ส่วนราชการ กลุ่มที่ปรึกษา ภาคเอกชน ธุรกิจ และ ภาคส่วนต่างๆ ในการเชื่อมโยงให้เกิดการบูรณาการและปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติและการพัฒนา รวบรวมแผนงาน โครงการ บุคลากร งบประมาณของทุกหน่วยงาน อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้และเป็นไปตามยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยบูรณาการงานระดับพื้นที่ก่อนถึงระดับนโยบาย ให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการ รายงานปัญหาอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาต่อนายกรัฐมนตรี เป็นระยะ

นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พลเอกอุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าผู้แทนพิเศษ ได้นำคณะผู้แทนพิเศษ เข้าเยี่ยมคำนับจุฬาราชมนตรีและร่วมหารือแนวทางสร้างสันติสุขกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านจุฬาราชมนตรีได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จะต้องใช้ความเข้าใจไม่ใช้ความรุนแรงเพราะถ้ายิ่งใช้จะยิ่งขยายปัญหาออกไปมากขึ้น ซึ่งก็เป็นแนวทางเดียวกับที่ทางรัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้ว ภายใต้หลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ผู้แทนพิเศษฯที่รับผิดชอบตามกลุ่มภารกิจงานทั้ง 7 กลุ่ม ได้เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่โดยได้เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ร่วมหารือแนวทางการฝึกอาชีพในสังคมได้อย่างปลอดภัยและได้ติดตามความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสและรับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่เพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไป

ด้าน พ.อ.เวชศักดิ์ ขันธอุบล หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คปต. ส่วนหน้า กล่าวว่า ใน 7 กลุ่มภารกิจงาน คณะผู้แทนพิเศษที่ลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ทำงานเจาะจงเฉพาะงานใดงานหนึ่ง แต่ในกลุ่มภารกิจงานอื่นในพื้นที่ก็สามารถเก็บรวบรวมปัญหาเหล่านั้นและรับทราบปัญหาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อนำเรียนให้แก่นายกรัฐมนตรีทราบได้ ในกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนก็จะรับรู้ไปสู่ระดับนโยบายที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

พ.อ.เวชศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรอบพื้นที่การทำงานจะไม่มีอำนาจในการสั่งการ แต่มีหน้าที่ในการประสาน รับฟังปัญหาต่างๆรวมทั้งติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่เดิม หรือเกินกว่าที่หน่วยงานในพื้นที่เดิมจะแก้ไขปัญหาได้ ในด้านนโยบายหรือข้อกฎหมายก็จะนำข้อมูลไปพูดคุยหารือกับคณะกรรมการทั้ง 13 ท่าน และจะนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบ  ซึ่งไม่ใช่การลดบทบาทหน่วยงานในพื้นที่เดิมแต่เป็นการเสริมการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ให้แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น