แม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่สั่งการเร่งเยียวยาเหยื่อระเบิด ด้านองค์กรประชาสังคมแถลงการณ์ประณาม

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เดินทางมายังโรงพยาบาลปัตตานีเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนายเบิ้ม ที่ตลาดโต้รุ่ง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 22 ราย พร้อมสั่งการให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และร้านค้าที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่องค์กรประชาสังคมแถลงการณ์เรียกร้องพื้นที่ปอดภัยและประณามผู้ก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมาพร้อมมอบเงินช่วยเหลือ และกระเช้าให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี จำนวน 11 ราย โดย 2 ราย บาดเจ็บสาหัส ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู คือ ด.ช.พรหมพิริยะ พรหมนุกูล อายุ 7 ปี โดยแพทย์ต้องตัดลำไส้ออกไปเกือบ 60 เซนติเมตร ส่วน นางมโนชา ดวงตาข้างซ้ายบอด และตาข้างขวาสาหัส ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 9 ราย ปลอดภัยแล้ว
       
ด้านองค์กรประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยต่างส่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบพร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งหาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนั้นได้มีข้อเรียกร้องต่อผู้ก่อเหตุให้ยุติการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ การก่อเหตุในที่สาธารณะพร้อมทั้งเรียกร้องให้การพูดคุยสันติภาพพิจารณาการทำให้พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลอดภัย

แถลงการณ์คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ และองค์กรภาคประชาสังคม

http://www.deepsouthwatch.org/node/9656

ขอแสดงความเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ป้าสมพร ขุนทะกะพันธ์ และน้องนริศรา มากชูชิต และขอวิงวอน ภาวนาให้ผู้บาดเจ็บนับสามสิบคน ปลอดภัย และมีจิตใจที่เข้มแข็ง จากการประสบเหตุการณ์ระเบิดในตลาดโต้รุ่ง เมื่อคืนนี้

การกระทำความรุนแรงที่ไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่กระทำการอันโหดร้าย ต่อ เด็ก ผู้หญิง คนแก่ คนที่ไม่มีอาวุธและไม่ใช่เป็นคู่ต่อสู้. ถือเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ที่มีสิทธิ์ มีชีวิตรอด เป็นการกระทำการยกเข่ง เหมารวมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีคนหลากหลายศาสนา เพศ วัย จำนวนมาก ไปใช้ประโยชน์ กลุ่มคนที่กระทำจึงเป็นกลุ่มคนที่ควรถูกประณามจากสาธารณะอย่างยิ่ง

เราทั้งหลายขอวิงวอน ภาวนา ร้องขอให้ผู้ก่อเหตุยุติการกระทำ ละเว้นการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ เด็ก ผู้หญิง คน แก่ และคนที่ไม่มีอาวุธ ขอให้พื้นที่สาธารณะ ได้แก่ ตลาด ถนนหนทาง โรงเรียน วัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ และ พื้นที่ อื่น ๆ ที่มิใช่สนามรบหรือจุดตั้งกองกำลัง ถูกละเว้นจากการทำความรุนแรงและมีความปลอดภัย ขอให้รัฐเร่งจับกุมคนกระทำในครั้งนี้ ขอให้โต๊ะพูดคุยสันติสุข สันติภาพ ที่มาเลเซีย ในวันนี้ เร่งพูดคุยและ ได้ร่วมกันทำเรื่องพื้นที่สาธารณะ ปลอดภัย ลงนามโดยคณะทำงานวาระผู้หญิง ทั้ง 28 องค์กรสมาชิก 
 

แถลงการณ์สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace กรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณถนนพิพิธ เทศบาลเมืองปัตตานี (พื้นที่สาธารณะ)

http://www.deepsouthwatch.org/node/9657

เมื่อวันที่  24 ต.ค.59 เวลาประมาณ 19:00 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม (หน้าตลาดโต้รุ่ง) ถนนพิพิธ เทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมือง จังหวัดปัตตานี เบื้องต้นเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในตลาดซึ่งพื้นที่สาธารณะ เป็นเขตชุมชนที่มีเด็กและผู้หญิงพลุกพล่าน

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ ขอประณามการกระทำของผู้ไม่หวังดีในครั้งนี้ และขอต่อต้านการใช้ความรุนแรงอันเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ขาดเมตตาธรรม ไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมายและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง   

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพเรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายยุติการทำร้ายพลเรือน เด็กผู้หญิง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ยึดหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน และขอให้พื้นที่สาธารณะทุกพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ยุติการก่อเหตุความรุนแรง ไม่ให้เกิดการละเมิดโดยเด็ดขาด ขอให้ทุกฝ่าย เคารพพื้นที่ที่มีเด็ก ผู้หญิง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงซ้ำอีก

แถลงการณ์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

http://www.deepsouthwatch.org/node/9652

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอประณามผู้ก่อเหตุระเบิดดังกล่าวซึ่งได้ก่อความรุนแรงต่อพลเรือน เด็กและสตรีผู้บริสุทธิ์ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดในตัวเมืองจังหวัดปัตตานีในเวลา 19.00 น. ในพื้นที่ตลาดสาธารณะ ขณะที่ชาวบ้านเดินทางมาเพื่อจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครองจากการใช้อาวุธไม่ว่าจากฝ่ายใด

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธไม่ว่าฝ่ายใดหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธประหัตประหารและก่อเหตุรุนแรงที่อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และรัฐจะต้องนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือต่อผู้เสียหายทั้งทรัพย์สินและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดอย่างเต็มที่ ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ความอดทนอดกลั้นของทุกฝ่ายจะช่วยปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ระหว่างทางที่หลายฝ่ายกำลังหาทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ด้วยแนวทางสันติวิธี

แถลงการณ์ กลุ่มด้วยใจ และ Children Voice for Peace Project

http://www.deepsouthwatch.org/node/9653
 
แถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงปัญหาการละเมิด ในหลักสิทธิมนุษยชน ข้อ 3 บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย และ ที่สำคัญได้มีการละเมิดในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก คือ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด (Right of Survival) สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา (Right of Development) สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง (Right of Protection) ทางกลุ่มด้วยใจและโครงการ Children voice for peace ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งที่เป็นประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่และขอสื่อสารไปยังทุกฝ่ายดังนี้

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากความต้องการทางการเมือง แต่การกระทำนั้นได้ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนได้ และในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทั่วโลกเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสามารถยุติได้ด้วยการเจรจา

แถลงการณ์สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้

http://www.deepsouthwatch.org/node/9654

สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงโดยใช้วัตถุระเบิดในเขตพื้นที่สาธารณะ อันเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ พร้อมกันนี้สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ความรุนแรงที่ ดังนั้นสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ ดังนี้

ผู้ที่ก่อเหตุต้องยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และยุติการใช้วัตถุระเบิดในเขตพื้นที่สาธารณะโดยทันที  เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเร่งดำเนินการสืบสวน และสอบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วน ขอให้ทุกภาคส่วนหาทางปกป้องดูแลประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ ตลอดจนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด รัฐบาลจะต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาผู้เสียหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม