นักวิชาการ ม.อ.ปัตตานีร่วมวิจัย“บันทึกเรื่องราวในหลวงและพระราชินีในความทรงจำของล่ามภาษามลายู”

นักวิชาการรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ร่วมทำวิจัยประวัติศาสตร์บอกเล่า “บันทึกเรื่องราวในหลวงและพระราชินีในความทรงจำของล่ามภาษามลายู” เผยความทรงจำของล่ามภาษามลายูประจำพระองค์ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในคุณค่า มีความรู้สึกภาคภูมิใจและทำให้เกิดความงดงามท่ามกลางการอยู่ร่วมกันด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ ผู้อำนวยการสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ในฐานะนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมคณะโครงการวิจัยประวัติศาสตร์บอกเล่า“บันทึกเรื่องราวในหลวงและพระราชินีในความทรงจำของล่ามภาษามลายู” ภายใต้ชุดโครงการรังสรรค์สันติสุขให้แผ่นดิน สนับสนุนโดย มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมี รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าชุดโครงการ

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว การศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ของล่ามภาษามลายูประจำองค์ 2 คนที่ถวายงานใกล้ชิดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ว่าที่ร้อยโทดิลก ศิริวัลลภ และอาจารย์ธีรพจน์ หะยีอาแว

ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ เปิดเผยต่อไปว่า โครงการวิจัยนี้จะศึกษาวิเคราะห์เรื่องราวและภาพความเกี่ยวข้องต่างๆ อันทรงคุณค่าเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 40 ปี  ผ่านการถ่ายทอดจากความทรงจำของล่ามภาษามลายูประจำพระองค์ดังกล่าว

“โดยจะนำข้อมูลและภาพสำคัญๆที่ได้ทั้งพระราชกรณียกิจ แนวพระราชดำริ และเกร็ดความรู้นานาสาระต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ระหว่างการทรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร้อยเรียงเป็นบันทึกความทรงจำอย่างครอบคลุมและลุ่มลึก” ผศ.ดร.สามารถ กล่าว

ผศ.ดร.สามารถ เปิดเผยอีกว่า ความน่าสนใจของงานวิจัยชิ้นนี้ก็เพื่อต้องการจะเผยแพร่ให้ผู้คนได้รับรู้แล้วเข้าใจถึงคุณูปการของในหลวงราชการที่ 9 ที่ได้ทรงงานอย่างหนักให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“สิ่งที่สำคัญก็คือ งานวิจัยชิ้นนี้จะทำให้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะคนมลายูจะได้ทราบถึงการลงพื้นที่ของในหลวงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการที่มีล่ามภาษามลายูสะท้อนให้เห็นว่าในหลวงต้องการที่จะทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ส่วนใหญ่เป็นคนมลายู” ผศ.ดร.สามารถ กล่าว

ผศ.ดร.สามารถ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ของในหลวงและการได้ทำความเข้าใจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดโครงการในพระราชดำริมากมายที่ส่งผลให้พื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ได้มีไฟฟ้าใช้ หรือพื้นที่ที่ไม่มีถนนสัญจรก็มีการสร้างถนนหนทางขึ้นมา พื้นที่ที่ไม่มีน้ำใช้ในการเกษตรก็มีโครงการต่างๆจนประชาชนมีน้ำใช้ในการเกษตร และอื่นๆ อีกมากมาย

ผศ.ดร.สามารถ ย้ำว่า สิ่งที่สำคัญก็เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจอย่างเป็นระบบและทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในคุณค่า มีความรู้สึกภาคภูมิใจ และทำให้เกิดความงดงามในท่ามกลางการอยู่ร่วมกันด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสามารถสืบสานน้อมนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานมาเป็นข้อคิดและแบบอย่าง เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตทั้งส่วนตัว ส่วนรวมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้อย่างยั่งยืนต่อไป