พล.อ.อักษรา เกิดผล “ชีวิตผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่สำคัญยิ่งกว่าศักดิ์ศรีใดๆ ขออย่าปฏิเสธการพูดคุย”

พล.อ.อักษรา เกิดผล ยืนยันการพูดคุยสันติสุขไม่ได้หยุดชะงัก ชี้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่สำคัญยิ่งกว่าศักดิ์ศรีใดๆ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนในพื้นที่มีส่วนสำคัญที่สุด เพราะความต้องการต่างๆโดยเฉพาะความปลอดภัยจะผลักดันให้ผู้เห็นต่างยุติการใช้ความรุนแรงและสร้างสันติสุขโดยเร็ว ชี้การพูดคุยสันติสุขต้องคิดใหม่จึงขอเจ้าหน้าที่อย่าปฏิเสธการพูดคุยเพราะผู้ก่อเหตุจะแสดงศักยภาพแม้ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการลดเหตุรุนแรงก็ตาม

พล.อ.อักษรา เกิดผล - พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์

พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอการชี้แจงถึงความก้าวหน้าของกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มมาราปาตานีอีกครั้ง ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งได้ลงพื้นที่มาพบปะส่วนราชการและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 300 คน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ที่กองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้

ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการลดเหตุรุนแรง

“การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธีไม่ใช่สูตรสำเร็จของการลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธีมี 2 งานสำคัญคือ การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการพูดคุยในประเทศ มีพล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ รับผิดชอบ ส่วนผมทำหน้าที่ไปพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างที่จัดโดยผู้อำนวยความสะดวกคือประเทศมาเลเซีย

ในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการพูดคุยเป็นหน้าที่ของทุกท่านที่ต้องช่วยกัน โดยมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และทุกหน่วยงานที่ลงมาทำงานในพื้นที่ต้องช่วยกัน ส่วนเรื่องกระบวนการพูดคุยจะมีอีกคำสั่งหนึ่ง และนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ เพราะฉะนั้นผมจะรับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรี”

การพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความก้าวหน้าตามลำดับ

“ขอเรียนว่าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความก้าวหน้าตามลำดับ ไม่ได้หยุดชะงักอย่างที่เป็นข่าว

พอไม่ไปคุยก็หาว่าไม่ก้าวหน้า แต่พอไปคุยก็หาว่าเสียท่า ซึ่งสื่อรายงานเมื่อ 2 วันก่อน ใครอ่านก็อินไปซึ่งไม่ใช่ และผมไม่ได้พูดอย่างนั้นว่าไปเพื่อเสียศักดิ์ศรี เพราะชีวิตผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สำคัญยิ่งกว่าศักดิ์ศรีใดๆ และผมไม่ได้ไปขอร้องใครเพียงแต่ให้เขาแสดงความจริงใจในระยะการสร้างความไว้วางใจ เพื่อนำมาสู่การสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดในพื้นที่ต่อไป

แต่พอไปเขียนว่าหยุดคุย 1 ปี หรือไปขอร้องให้เขาหยุด ท่านช่วยแก้ข่าวให้ผมด้วยว่า ผมไปสู้เพื่อชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องทุกคน ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่คนยังมีความคิดแย่ๆอย่างนี้ว่า ชีวิตคนมีค่าน้อยกว่าศักดิ์ศรี”

ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนในพื้นที่มีส่วนสำคัญที่สุด

“ผมขอเรียนว่า ปัจจัยสำคัญของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 3 ปัจจัย คือ กลุ่มผู้เห็นต่าง ฝ่ายเราคือส่วนราชการต่างๆทั้งในและนอกพื้นที่ และภาคประชาสังคม ภาคประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีส่วนสำคัญที่สุดต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข เพราะความต้องการต่างๆโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยจะผลักดันให้ผู้เห็นต่างยุติการใช้ความรุนแรงและสร้างสันติสุขโดยเร็ว”

การพูดคุยสันติสุขต้องคิดใหม่

“ขอย้ำอีกทีว่ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ท่านอาจจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง หรือเห็นว่าไปคุยกับกลุ่มผิดกฎหมายหรือไม่ก็ไปยกระดับองค์กรขบวนการ ทั้งหมดนี้ท่านต้องคิดใหม่ เพราะกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เป็นความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และอยู่ในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ในปี 2560-2562 ว่าจะมีกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อไป

ประการที่สองในการพูดคุยเพื่อสันติสุขนั้น ผมไม่ได้ไปคนเดียว เพราะมีทีมงานระดับปลัดกระทรวง มีทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทวงยุติธรรม กระทรวงต่างประเทศ รวมทั้งกอ.รมน.ภาค 4 สน. และศอ.บต.ร่วมคณะด้วยทุกครั้ง

ขอเจ้าหน้าที่อย่าปฏิเสธการพูดคุย

“เนื่องจากกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นท่านจะกล่าวถึงการพูดคุยเพื่อสันติสุขต้องไม่มีคำพูดหรือการกระทำที่ปฏิเสธการร่วมมือ เพราะเราต้องการให้ผู้เห็นต่างมาร่วมมือและเห็นด้วย ซึ่งไม่ง่าย

เพราะฉะนั้นจะเรียนว่า ต้องพูดให้เขาร่วมมือ อะไรที่นำมาสู่การปฏิเสธความร่วมมือ และถ้าเจ้าหน้าที่รัฐพูดมันจะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมรับ ไม่รับรองสถานะ ไม่ลงนาม อะไรต่างๆ ตัวจริงตัวปลอม เขาก็จะแสดงศักยภาพในพื้นที่และสร้างความเดือดร้อนต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

สุดท้าย กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขไม่ใช่สูตรสำเร็จและเป็น 1 ใน 7 กลุ่มงานของการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งอย่างยั่งยืน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลลงชายแดนใต้แจงภารกิจ 7 กลุ่มงาน ยันพูดคุยสันติสุขไม่หยุดชะงัก

คปต.ส่วนหน้าแถลงความก้าวหน้า เน้นเสริมงานหน่วยพื้นที่แก้ไขปัญหาให้เร็วขึ้น

ระเบิดป่วน ยิงถล่มหลายจุดในชายแดนใต้ คล้อยหลังคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลลงพื้นที่

Ketua Deligasi Khas Kerajaan Turun Ke Selatan Berbincang Bersama Pemimpin Agama, Ketua Sektor Kerajaan Dan CSO