รักษาอัตลักษณ์ทางภาษาช่วยสร้างสังคมสันติสุข เวทีสถาบันภาษามลายูไทยฯเรียกร้องทุกฝ่ายช่วยหนุน

สถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ศอ.บต.ร่วมกับสถาบันนานาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์วรรณกรรม ครั้งที่ 19 พร้อมเสวนาภาษามลายูกับการสื่อสารเพื่อสร้างสันติสุขด้วย ชี้การรักษาอัตลักษณ์ทางภาษาช่วยสร้างสังคมสันติสุข รองเลขาธิการ ศอ.บต.ยืนยันวันนี้แทบไม่ต้องพูดว่าข้อเสนอของหะยีสุหลงไม่ได้รับการยอมรับ วงเสวนาเรียกร้องทุกฝ่ายช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาษามลายู

สถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรื่องวรรณกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2560 ณ ห้องโถงอาคารอเนกประสงค์ ศอ.บต. โดยมีการบรรยายเรื่องทฤษฎีและหลักการใช้ภาษามลายูในภูมิภาคอาเซียน โดยดาโต๊ะฮัสเซ็ม เบนอาวัง ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันนานาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเสวนาเรื่องภาษามลายูกับการสื่อสารเพื่อสร้างสันติสุขด้วย มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน

นายปรีชา ชนะกิจกำจร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร ศอ.บต. กล่าวรายงานว่า สถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ศอ.บต.จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2556 มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาภาษามลายู ซึ่งเป็นภาษาที่สำคัญในการสื่อสารกับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน อันเป็นการรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านภาษาของคนในพื้นที่ ภายใต้การเคารพแห่งวิถีที่หลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรมต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป

นายปรีชา กล่าวต่อไปว่า ประกอบกับ สถาบันนานาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถาบันความร่วมมือทางด้านภาษาและวรรณกรรมในภูมิภาคอาเซียน มีสมาชิกประกอบด้วยประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์และไทย ได้ร่วมกันจัดกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องวรรณกรรมเปรียบเทียบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้น เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาษาและวรรณกรรมในทุกๆปี โดยประเทศภาคีสมาชิกเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

“วันนี้แทบไม่ต้องพูดว่าข้อเสนอหะยีสุหลงไม่ได้รับการยอมรับ”

นายปรีชา กล่าวด้วยว่า กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์โดยสรุปคือ 1.เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวรรณกรรมระหว่างภูมิภาค 2.เพื่อกระชับความสัมพันธ์และ 3.เพื่อพัฒนาสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศสมาชิกในการพัฒนาการศึกษา วัฒนธรรมและภาษามลายู รวมถึงเรื่องอื่นๆที่เป็นประโยชน์

จากนั้น นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานกล่าวในพิธีเปิดโดยสรุปว่า การใช้ภาษาเป็นการจรรโลงโลก ซึ่งการสร้างสันติภาพในโลกที่ดีกว่าสงครามก็คือการใช้การเจรจาและการเจรจาก็คือการใช้ภาษาที่ถูกต้อง วันนี้แทบไม่ต้องพูดถึงว่าข้อเสนอของหะยีสุหลงไม่ได้รับการยอมรับ เพราะวันนี้สิ่งที่หะยีสุหลงขอไว้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และยังทำประโยชน์กับทุกฝ่ายได้ วันนี้จึงเป็นการนับหนึ่งสองที่จะพัฒนาภาษามลายูให้ดีขึ้น

นายไกรศร กล่าวอีกว่า วันนี้เห็นป้าย 3 ภาษาในสถานที่ราชการ ซึ่งการพัฒนาภาษามลายูนั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้ ซึ่งการพัฒนาภาษาเป็นเรื่องที่ต้องขยาย และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่นี่จะใช้ภาษามลายูมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

เรียกร้องทุกฝ่ายช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาษามลายู

จากนั้นเป็นการบรรยายของดาโต๊ะฮัสเซ็ม เบนอาวัง ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันนานาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการเสวนาเรื่อง ภาษามลายูกับการสื่อสารเพื่อสร้างสันติสุขด้วย โดยมี ดร.หะมิดิง สะนอ ประธานสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ดร.ดอรอแม หะยีหะซา รองประธานสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ และ ดร.ตายุดดี อุสมาน จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นวิทยากร

ในวงเสวนามีการพูดถึงบทบาทภาษามลายูอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบทบาทคนรุ่นใหม่กับการสื่อสารภาษามลายูที่สามารถเชื่อมกับอาเซียนได้ ขณะเดียวกันบทบาทของสื่อก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องสื่อสารภาษามลายูออกมาให้มากขึ้น เพราะจะทำให้รัฐให้การยอมรับและสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งสร้างความภาคภูมิใจให้คนในพื้นที่มากขึ้นด้วย การต่อต้านรัฐก็ลงลงความสงบสุขก็ตามมาซึ่งนั่นหมายถึงสันติภาพนั่นเอง

ส่วนบทบาทของสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ในการส่งเสริมสนับสนุนภาษามลายูนั้น ดร.หะมิดิง บอกว่า มีหลายกิจกรรม เช่น การอบรมนักจัดรายการวิทยุ อบรมครูสอนภาษามลายู การผลิตหนังสือภาษามลายูต่างๆด้วย

อย่างไรก็ตามความคาดหวังต่อสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ในการพัฒนาการใช้ภาษามลายูในพื้นที่ให้ดีขึ้นนั้นอาจยังไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาและมีความอดทนมาก ซึ่งในประเด็นนี้ ดร.ดอรอแม กล่าวว่า เพราะการทำงานของสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์เป็นการทำงานที่สวนกระแสของสังคมไทยอยู่จึงไม่แปลที่ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายในพื้นที่ต้องช่วยกันพัฒนาภาษามลายูให้ดีขึ้นนั่นเอง