เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาเสริมพลังผู้หญิง” ในกก.อิสลามนราธิวาส มีมุสลิมะห์รับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษา

กรรมการอิสลามนราธิวาสเปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาเสริมพลังผู้หญิง” มิติใหม่มีผู้หญิงเข้าร่วมให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในครอบครัว ส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักการศาสนาภายในครอบครัว เผยเฉพาะเดือนแรกมีมาขอหย่าแล้วถึง 25 คน

นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับคณะกรรมการชมรมผู้นำมุสลิมะฮ์ และเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาเสริมพลังผู้หญิงภายในสำนักงานอิสลามจังหวัดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา

นายซาฟีอี กล่าวว่า การมีการรวมกลุ่มของสตรีเพื่อแก้ปัญหาช่วยเหลือสตรีจึงถือว่าเป็นสิ่งดีที่สุด การได้มีองค์กรสตรีมาช่วยทำงานสนับสนุนกิจการของศาสนาจึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีและควรให้การสนับสนุน เพราะกรณีที่มีผู้หญิงถูกทำร้าย การมีสตรีมาช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครอบครัวและมรดกจะทำให้ผู้หญิงสามารถเปิดใจพูดคุยกันได้ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญเพื่อป้องกันปัญหามิให้บานปลาย

“ปัจจุบัน เมื่อประชาชนมาขอหย่าร้างที่สำนักงานอิสลามจังหวัด กระบวนการซักถามข้อเท็จจริงยังมีข้อจำกัดเพราะผู้ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยปัจจุบันเป็นผู้ชายทั้งหมด จึงมีความจำเป็นให้มีผู้หญิงเข้าร่วมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและมีความเข้าใจกันมากขึ้น” นายซาฟีอี กล่าว

นางซารีนา เจ๊ะเลาะ ประธานชมรมผู้นำมุสลิมฮ์นราธิวาส กล่าวว่าเฉพาะเดือนพฤศจิกายนที่เริ่มดำเนินการศูนย์ให้คำปรึกษาผู้หญิง มีผู้หญิงถึง 25 คนมาขอหย่าร้างเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายและสามีไม่ได้ดูแลเลี้ยงดูครอบครัว

“เมื่อทำโครงการนี้ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจปัญหาของผู้หญิงที่ลึกซึ้งมากขึ้น ความเข้าใจนี้นำไปสู่การให้คำแนะนำและการแก้ปัญหาที่ถูกต้องมากขึ้น ถ้าผู้ชายทุกคนเข้าใจหลักการที่ศาสนาสอนไว้ ดิฉันเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ในครอบครัวจะไม่เกิดขึ้น”

ศูนย์ให้คำปรึกษาเสริมพลังผู้หญิง ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส เปิดให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.00-15.30 น มีอาสาสมัครผู้หญิง 2 คนที่เป็นสมาชิกของชมรมผู้นำหญิงและเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพคอยให้คำแนะนำ รับปรึกษา ชี้แนะแนวทาง หาทางออกให้กับปัญหาในครอบครัว เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย บังคับขู่เข็ญ ละเมิดทางเพศ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ รวมถึงแนะนำการดูแลตนเองและครอบครัวให้อบอุ่นมีความสุข โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทยและมูลนิธิเพื่อนหญิง

นางรอซิดะห์ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่าเครือข่ายฯ เป็นองค์กรภาคประชาชน ทำงานด้านการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและช่วยเหลือสตรี พัฒนาศักยภาพสตรี มาตั้งแต่ปี 2550 โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อนหญิง ปัจจุบันมีสมาชิกผู้หญิงร่วมเครือข่ายกว่า 5,000 คนจากทั้งสามจังหวัด โดยสนับสนุนและประสานให้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายหรือความช่วยเหลือด้านอื่นที่เห็นว่าจำเป็น เช่น ประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาล หรือตำรวจหากเกี่ยวข้องกับคดีความ สนับสนุนฐานข้อมูลที่จัดเก็บจะมีการคัดกรองและสรุปรายงานให้คณะกรรมการอิสลามทราบเพื่อจัดระบบการแก้ปัญหาต่อไป นอกจากนี้ ยังมีแผนการร่วมกันจัดอบรมให้ความรู้ก่อนแต่งงาน โดยเสริมความรู้เรื่องทักษะชีวิต การจัดการปัญหาในครอบครัว และการรับผิดชอบต่อสังคม