เยาวชน 21 องค์กรร่วมเวที Media Facilitator สร้างนวัตกรรมใหม่สื่อสารเชิงบวกในพื้นที่ขัดแย้ง

เยาวชน 21 องค์กรร่วมอบรมปฏิบัติการสื่อสาร Media Facilitator มุ่งพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน สร้างเครือข่ายแก้ไขปัญหาในพื้นที่ขัดแย้ง ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้แนะต้องสร้างนวัตกรรมให้เยาวชนสื่อสารเชิงบวก ถ่วงดุลการสื่อสารเชิงลบ เผย 10 เรื่องราวน่าสนใจ แต่ภาพตำรวจและภาพเด็กกำพร้า เป็น 2 ประเด็นที่เด่นที่สุดของเยาวชน

เยาวชน 21 องค์กรร่วมอบรมปฏิบัติการสื่อสาร Media Facilitator

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 49 คน จาก 21 องค์กร เข้าร่วมสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ “Media Facilitator ร้อยพลังเยาวชนสื่อสารสันติภาพ” ที่โรงแรมซีเอส.ปัตตานี

ทั้ง 21 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่ม PUCUK PAKU, สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ POSBO, กลุ่มลูกเหรียง, ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.), กลุ่มฟ้าใส, กลุ่ม kedai anak yatim, กลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ม.อ.ปัตตานี, มอส. ม.อ หาดใหญ่, กลุ่มเยาวชนบ้านแยะ, กลุ่มเยาวชนบ้านตะบิงตีงี, กลุ่มเยาวชนโคกพะยอมรักษ์สันติ, ธนาคารใจอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, นักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, ปาตานีฟอรั่ม, มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก, มูลนิธิเพื่อการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, บัณฑิตอาสา ม.อ.พื้นที่ชุมชนกูแบอีเต๊ะ จ.ปัตตานี และพื้นที่โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรฯ จ.ยะลา, บ้านพิราบขาว, กลุ่มด้วยใจ, เครือข่ายวิทยุชุมชนตากใบ และกลุ่มเซากุน่า

อาจารย์สมัชชา นิลปัทม์

โครงการย่อยภายใต้โครงการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสาร สู่การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ครอบครัว ในพื้นที่สามชายแดนใต้ (Media Facilitator) เพื่อเรียนรู้กระบวนการสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆ จากนักวิชาการและนักปฏิบัติการสื่อสารมืออาชีพ ได้แก่ อาจารย์สมัชชา นิลปัทม์ จากคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี และนายสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักสื่อพลเมือง ThaiPBS

สมเกียรติ จันทรสีมา

มุ่งพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างเครือข่ายแก้ไขปัญหา

โครงการนี้โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ) ผู้จัดอบรมมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารสาธารณะองค์กรที่ทำงานในประเด็นเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยสร้างกลไกและเครื่องมือที่สามารถปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพ และให้ผู้เข้าร่วมได้ผลิตเนื้อหาเพื่อบอกเล่ากิจกรรม การขับเคลื่อน ผลงานความสำเร็จหรือเนื้อหาในมุมอื่นๆ เพื่อการสื่อสารสู่สาธารณะ โดยกองบรรณาธิการโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ทำหน้าที่บรรณาธิกร (Editorial work) และบริหารจัดการการสื่อสารสู่สาธารณะตามวาระที่เหมาะสมต่อไป

นายสะรอนี ดือแระ บรรณาธิการโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือสู่การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ครอบครัว ในพื้นที่สามชายแดนใต้ที่และมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนรวมคนไทยใจดี (BKIND) ให้การสนับสนุน เป้าหมายสำคัญของกิจกรรมนี้คือต้องการเรื่องเล่าจากทุกๆ คนที่มาร่วมเพื่อนำไปสื่อสารในเว็บไซต์ของเครือข่ายสื่อชายแดนใต้ และ เว็บไซต์โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ เพื่อให้มีการสื่อสารได้จริงและสามารถสื่อสารสู่สาธารณะได้

นายสะรอนี กล่าวว่า โครงการพัฒนานวัตกรรมฯ เป็นโครงการที่ มอส.ให้ทุนแก่องค์กรเด็กทั่วประเทศ ซึ่งในภาคเหนือทำเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนรู้แบบตามอัธยาศัย ภาคอีสานทำเรื่องตลาดแบ่งปันเรื่องเกษตรอินทรีย์ ภาคกลางทำพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กด้อยโอกาส ภาคตะวันออกทำหลักสูตรข้ามแดนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด ท้องไม่พร้อม และประเด็นอื่นๆ ส่วนภาคใต้มี 4 องค์กรที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ กลุ่มพิราบขาว กลุ่มซากูน่า กลุ่มด้วยใจ และโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ โดยการสร้างเครือข่ายเยาวชนต่างๆ และสื่อสารออกมาต่อสาธารณะ

แนะต้องสร้างนวัตกรรมให้เยาวชนสื่อสารเชิงบวก ถ่วงดุลการสื่อสารเชิงลบ

นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้  กล่าวเปิดงานว่า การสื่อสารหากจะให้เติบโตก็ต้องสานต่อและขยายออก เพราะในพื้นที่ความขัดแย้งลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่การสื่อสารเชิงลบ แต่ต่อไปนี้จะมีการสื่อสารจากเราที่ต้องสื่อสารออกไปข้างหน้า สื่อสารสิ่งที่เราทำเรียกว่า นวัตกรรม

“การสื่อสารเรื่องใหม่สามารถทำให้สังคมไปข้างหน้าได้ และถ้าคนใหม่ๆอยู่กับสิ่งเดิมๆ สังคมก็ไม่สามารถไปข้างหน้าได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ นวัตกรรมการสื่อสารใหม่ๆ จะทำให้การสื่อสารไปข้างหน้าได้  เพื่อที่จะสามารถทำให้ถ่วงดุลกับข่าวด้านลบที่สื่อสารออกมาได้” นายมูฮำมัดอายุบ กล่าว

10 เรื่องราวน่าสนของเยาวชน

ส่วนในการอบรม วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมทุกคนนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของตัวเอง จากนั้นให้แบ่งกลุ่มเป็น 10 กลุ่มให้ระดมความเห็นเพื่อเลือกเรื่องที่น่าสนใจที่สุดของกลุ่มแล้ววาดเป็นภาพลงกระดาษเพื่อนำเสนอ ดังนี้

กลุ่มที่ 1.Deep South Student Council (สภานักนักเรียนจังหวัดชายแดนภาคใต้) กลุ่มที่ 2.บ้านสานใจ บ้านพักใจ สำหรับผู้ที่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กลุ่มที่ 3 ชีวิตนักศึกษาปาตานีในต่างถิ่น กลุ่มที่ 4.ของดีโคกเคียง ต.โคกเคียง อ.เมือง จ.นราธิวาส กลุ่มที่ 5.ร้านอาเนาะยาเต็ม (บ้านเด็กกำพร้า) กลุ่มที่ 6.สะพานหงสุกล อ.บันนังสตา จ.ยะลา กลุ่มที่ 7.Kretok (กรือโตะ ชื่อเครื่องดนตรีพื้นบ้าน) กลุ่มที่ 8.พี่สอนน้อง กลุ่มที่ 9.ไม่สายสำหรับความสำเร็จ และ กลุ่มที่ 10.เรื่องเล่าจากกำปง

ภาพตำรวจและเด็กกำพร้า 2 ประเด็นเด่นของเยาวชน

จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดคัดเลือก 2 อย่างจากทั้ง 10 ภาพดังกล่าว คือภาพที่น่าสนใจที่สุด และประเด็นที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งปรากฏเรื่องที่น่าสนใจคือ ภาพที่น่าสนใจที่สุดที่ได้รับเลือกมากที่สุดอันดับ 1 คือภาพวาดของกลุ่มที่ 9. ชื่อภาพ “ไม่สายสำหรับความสำเร็จ” ของกลุ่มบ้านพิราบขาววาดตำรวจนายหนึ่งที่เป็นคนด้อยโอกาสมาก่อน แต่ได้รับโอกาสจากบ้านพิราบจะสามารถสมัครเป็นตำรวจได้

ส่วนประเด็นที่น่าสนใจที่สุดเป็นภาพของกลุ่มที่ 5.ร้านอาเนาะยาเต็ม (บ้านเด็กกำพร้า) ที่มีการวาดภาพเด็กและภาพปืนซึ่งหมายถึงเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่จากเหตุไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะในส่วนที่รัฐไม่ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งทั้ง 2 ภาพมีการแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมกันอย่างกว้างขวางและหลากหลาย

จากนั้นวิทยากรและทีมงานผู้จัดได้มอบหมายให้ทุกคนได้กลับไปสื่อสารเรื่องราวต่างๆที่ตัวเองสนใจโดยทางโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ และสำนักสื่อพลเมือง ThaiPBS จะช่วยในเรื่องการอบรมทักษะในครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังได้เปิดเพจ My Kampong เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและเรียนรู้เรื่องการสื่อสารได้พร้อมกันด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

“ทำไมเยาวชนอยากฝึกการสื่อสาร(แบบใหม่)” ในงานอบรมMedia Facilitator

มอส.ดันเครือข่ายองค์กรเด็กสร้างสรรค์ “นวัตกรรมสันติภาพโดยเยาวชน”

โครงการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสาร สู่การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ครอบครัว ในพื้นที่สามชายแดนใต้ (Media Facilitator)