İHH ตุรกีเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 4 แห่งในชายแดนใต้ที่เคยหนุน เตรียมเปิดอีกแห่งที่กรงปีนัง

İHH จากตุรกีลงพื้นที่เยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 4 แห่งในชายแดนใต้ที่เคยหนุน เตรียมเปิดเพิ่มอีกแห่งที่กรงปีนัง จ.ยะลา นักวิจัยชี้ลักษณะเฉพาะของตุรกีที่ช่วยแล้วมักติดตามผล ชี้ความท้าทายที่ตุรกีกำลังเผชิญอาจส่งผลให้เปลี่ยนบทบาทผู้ช่วยเหลือ คนในพื้นที่ควรประเมินอย่างใกล้ชิด

ทีมงานของมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (The Foundation for Human Rights and Freedoms and Humanitarian Relief) หรือ İHH จากประเทศตุรกี ได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อติดตามการดำเนินโครงการต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจาก İHH ในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีที่ผ่านการทำงานร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข อ.แว้ง จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 5-12 พฤศจิกายน 59 ที่ผ่านมา

โดยทีมงาน İHH ได้ไปเยี่ยมเยียนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ก่อตั้งแล้วเสร็จทั้งสิ้น 4 แห่ง ได้แก่ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอัสสาอาดะห์ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส, สถาบันศึกษาปอเนาะ มูญัมมะอฺนูรูลญีนานเพื่อเด็กพร้าและเยาวชนทั่วไป บ้านปาวา ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามัสรอ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี, และ สถานเด็กกำพร้าฟุรกอน โดก์อาน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

การมาเยี่ยมครั้งนี้ถือเป็นการเปิดใช้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าฟุรกอนโดก์อานอย่างเป็นทางการไปด้วย หลังจากการก่อสร้างอาคารในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วเสร็จ ซึ่งการก่อสร้างอาคารดังกล่าวผ่านการสนับสนุนของ TİKA ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนงานด้านการช่วยเหลือของรัฐบาลตุรกี

นายมุคลิซ หะมะ ผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามัสรอ ต.ท่าน้ำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้ทีมงานจากประเทศตุรกี กล่าวว่า การลงพื้นที่มาติดตามงานครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมเปิดอาคารเรียนและอาคารเด็กกำพร้าแห่งใหม่ ที่โรงเรียนรัศมีอิสลามวิทยา อ.กรงปีนัง จ.ยะลา มีการละหมาดฮายัดร่วมกันเพื่อความบารอกัต(สิริมงคล)

ขณะเดียวกันก็เริ่มลงเสาเข็มสร้างอาคารเรียนสำหรับเด็กเล็กประมาณ 200 คนในพื้นที่เดียวกัน (โรงเรียน Şehid Ömer Halisdemir) ซึ่งจะสอนวิชาทั่วไปพร้อมกับวิชาศาสนาอิสลาม

นอกจากการสนับสนุนผ่านมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขแล้ว İHH ยังช่วยเหลือส่วนอื่นๆด้วย เช่น สนับสนุนบางส่วนของโรงเรียนบูรณาการอิสลาม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นต้น ซึ่งทีมงาน İHH ก็ได้ไปเยี่ยมเยียนด้วยเช่นกัน

İHH จะเน้นให้ความช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรม เน้นมิติการพัฒนาเด็กกำพร้าและการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาเป็นหลัก โดยจะมีการติดตาม ประเมินผล และร่วมพัฒนาระบบการทำงานต่อไปด้วย

นายมูเนาวัร ผู้ประสานงานในเขตพื้นที่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ İHH ระบุว่า ปัจจุบัน İHH มี 12 โครงการ โดยเน้นการช่วยเหลือเด็กกำพร้าเป็นหลัก การมาครั้งนี้ก็เพื่อเปิดศูนย์เด็กกำพร้าแห่งใหม่ 2 แห่ง พร้อมกับโรงเรียนสำหรับเด็กๆ อีกหนึ่งแห่ง

“İHH จะเน้นมิติการพัฒนา ในอนาคตอาจจะมีโครงการลักษณะการพัฒนาทักษะอาชีพที่สามารถเลี้ยงชีพได้ต่อไป” นายมูเนาวัร กล่าว

ลักษณะเฉพาะของตุรกีคือการติดตามผล

นางสาวยาสมิน ซัตตาร์ นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยอิสตันบูล ซึ่งกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับบทบาทของตุรกีต่อพื้นที่ขัดแย้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า การช่วยเหลือของตุรกีจะมีลักษณะเฉพาะตรงที่เข้าถึงพื้นที่และมีการติดตามผลซึ่งทำให้เห็นความยั่งยืนของการทำงานในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันลักษณะหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ İHH จะเน้นกลุ่มอัตลักษณ์เฉพาะซึ่งก็คือมุสลิมที่ได้รับผลกระทบจากภัยต่างๆ รวมถึงภาวะยากจน

นางสาวยาสมิน กล่าว่า ตุรกีไม่ปฏิเสธในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอื่นๆ แต่อาจเน้นความเป็นมุสลิมเป็นอันดับต้น ตามด้วยความเป็นมนุษย์ที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือที่ไม่ต่างจากมุสลิม

“สำหรับพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี İHH เข้ามาช่วยเหลือยังคงน้อยกว่าอีกสองพื้นที่ขัดแย้งคือ มินดาเนาและอาราข่าน เนื่องจากการช่วยเหลือจะผกผันตามสัดส่วนของสถานการณ์และบริบทที่เอื้อต่อการดำเนินการ” นางสาวยาสมิน กล่าว

นางสาวยาสมิน กล่าวอีกว่า การเข้ามาของตุรกีไม่ใช่เข้ามาเพียงแต่กลุ่มองค์กรเอกชน แต่มีกลุ่มของรัฐด้วย ซึ่งล้วนเน้นการพัฒนาเชิงบวกเพื่อหนุนเสริมการพัฒนาศักยภาพ แม้มีข้อหวาดระแวงตามมาบ้างก็ตาม อย่างไรก็ดี การช่วยเหลือเหล่านี้ก็ส่งผลให้คนในชายแดนใต้/ปาตานีมีความรู้สึกเชิงบวกต่อตุรกี เมื่อเกิดเหตุการณ์สั่นคลอนในตุรกีก็จะส่งผลต่อความกังวลของคนในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ด้วยเช่นกัน

“เมื่อสถานการณ์ทั่วไปของตุรกีปัจจุบันไม่มั่นคงและเผชิญความท้าทายจากคำวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆฝ่าย เช่น เรื่องเคิร์ดที่มีความซับซ้อนและอาจย้อนแย้งในบางมุมที่รัฐบาลตุรกีกำลังแสดงภาพลักษณ์การใช้อำนาจกดพื้นที่ทางการเมืองของชาวเคิร์ด แม้มีมุมที่มองว่าเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและเพื่อความมั่นคงของตุรกีก็ตาม” นางสาวยาสมิน กล่าว

นางสาวยาสมิน กล่าวต่อไปว่า น่าสนใจว่าความท้าทายที่ตุรกีกำลังเผชิญนี้ ในที่สุดแล้วจะปรับเปลี่ยนตุรกีให้ดำเนินสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่ในอนาคต และในสถานะแบบนี้การแสดงบทบาทในพื้นที่ขัดแย้งอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังคงสำคัญหรือไม่

“ถ้าพิจารณาจากบริบทปัจจุบันที่มีแนวโน้มของการรักษาสถานะการเป็น“ผู้ช่วยเหลือ”ที่ดีต่อไปนั้น จะส่งผลดีอย่างไรต่อสถานการณ์ที่ตุรกีกำลังเผชิญ มิติเหล่านี้ก็จำเป็นต้องศึกษาและประเมินดูต่อไป” นางสาวยาสมิน กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์ตุรกี โดย 3 นักวิชาการรุ่นใหม่ “ตุรกีจะเป็นโมเดลหนึ่งของโลกมุสลิม”

ปาฐกถา ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม ชี้ตุรกีใช้ Soft Power พัฒนาประเทศและสร้างสันติภาพ

“มนุษยธรรมคือ soft power” แบบอย่างจากตุรกีสู่การเป็นผู้นำโลกมุสลิมในอนาคต

ไปดูโรงเรียนตุรกีที่ปัตตานี สถานศึกษาด้านมนุษยธรรมเพื่อเด็กกำพร้า

องค์กร Deniz Ferneri จากตุรกีเลี้ยงละศิลอดมอบของบริจาคเด็กกำพร้าผู้ยากไร้ที่ปัตตานี

มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขร่วมกับ IHH จากตุรกี มอบถุงยังชีพให้ผู้ยากไร้ชายแดนใต้ในเดือนรอมฎอน

IHH จับมือมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข จัดกิจกรรมละศิลอดแก่เด็กกำพร้าปาตานี

‘คือการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่’ ตุรกีบริจาควัวเกือบ 300 ตัวให้เชือดแจกผู้ยากไร้ในวันรายอพรุ่งนี้

โรงเรียนอิสลามที่ปะนาเระละหมาดขอพรให้ตุรกีผ่านวิกฤต ชี้เป็นต้นแบบพัฒนาสังคมมุสลิม

ละหมาดฮายัตขอบคุณพระเจ้าที่ได้คุ้มครองตุรกีพ้นภัยรัฐประหาร

สมาคมนักเรียนไทยในตุรกีจับมือองค์กรในพื้นที่จัดกิจกรรมละศีลอดแก่เด็กกำพร้าชายแดนใต้/ปาตานี