UN WOMAN รุกสร้างพื้นที่ปลอดภัยผู้หญิงและเด็ก ขณะ พม.ปรับนโยบายสู่แนวปฏิบัติส่งเสริมสันติภาพ

UN WOMAN รุกสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็กเรียกร้องทุกฝ่ายดำเนินตามมติสหประชาชาติที่ 1325 ทั้งระดับประเทศและชายแดนใต้ ด้านกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม.ปรับจากร่างนโยบายสู่มาตรการและแนวปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ที่โรงแรม บีพี สมิหลาบีช อ.เมือง จ.สงขลา UN Woman ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดเวที “การประชุมเพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็ก” เพื่อเสนอต่อร่างมาตรการและแนวทางด้านสตรีและส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง โดยมีคณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ (PAW) เข้าร่วมประมาณ 60 คน

นางมิว่า คาโต้ ผู้อำนวยการ UN WOMAN สำนักงานภาคพื้นที่เอเชียและแปซิฟิก  กล่าวว่า UN WOMAN มีบทบาทในการสนับสนุน ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติให้มีการดำเนินงานในเรื่องผู้หญิงกับสันติภาพ และความมั่นคง โดยมีความร่วมมือจากภาครัฐและมีการสนับสนุนด้านงบประมาณ และนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเด็นความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิงและความก้าวหน้าของผู้หญิง

“UN Woman ร่วมทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อมุ่งเดินหน้าในการดำเนินตามมติคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ 1325 รวมไปถึงมติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นผ่านการพัฒนาร่างนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงแห่งชาติและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในข้อมติเพื่อยุติความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ” นางมิว่า กล่าว

ภาครัฐปรับจากนโยบาย สู่มาตรการการปฏิบัติ

นางรัตนา สัยยะนิฐิ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอนุกรรมการด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงปลอดภัย  กล่าวถึงความก้าวหน้าของภาครัฐว่ากรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. ได้มีการประชุมร่วมกับ UN WOMAN เมื่อเดือนตุลาคม 2558 โดยเห็นว่าจะต้องมีการเสริทสร้างความรู้ความเข้าใจความสำคัญของมติ 1325 และมติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางการนำมาใช้ในประเทศไทยต่อไป

จากแนวทางดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายและยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 ปรับเปลี่ยนจาก “ร่างนโยบายและยุทธ์ศาสตร์ด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง” เป็น “ร่างมาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง” โดยให้เพิ่มหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานสนับสนุน มาตรการและแนวปฏิบัติ

ข้อกังวลต่อพื้นที่ชายแดนใต้

ในขั้นตอนทบทวนร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวที่มีการเปลี่ยนเป็นมาตรการแลแนวทางปฏิบัติ คณะอนุกรรมการได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนบุคคลของสตรีและเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้อันเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบและสถานการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา รวมถึงความไม่ไว้วางใจทางสังคมของกลุ่มสตรีและเด็กทำให้ปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ในภูมิภาคนี้ของไทยมีมากขึ้นส่งผลต่อวิธีคิดและแนวทางการป้องกัน และการเสริมสร้างพลังอำนาจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับร่างมาตรการและแนวปฏิบัติด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงนั้นมีเป้าหมายให้สตรีมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพในทุกระดับ สตรีในพื้นที่สถานการณ์ความขัดแย้งได้รับการปกป้องและคุ้มครองสิทธิ ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา ประชาชน ผู้นำในพื้นที่ และสื่อมวลชนมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงรวมทั้งมีกลไกส่งเสริมการมีส่วนร่วมและมีระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย

การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ต้องเปิดพื้นที่และการสื่อสารที่ปลอดภัย

สำหรับการระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในจังหวัดชายแดนใต้”  มีข้อเสนอในหลากหลายประเด็น เช่น รัฐต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ต้องสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในการสื่อสารเรื่องของพื้นที่ปลอดภัย เพิ่มศักยภาพหรือทำความเข้าใจที่เกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัยต่อภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคม ชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  รวมทั้งจัดตั้งกลไกหรือคณะทำงานเฉพาะกิจโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพิจารณาพื้นที่ปลอดภัย

ต้องมีการสื่อสารการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางช่องทางต่างๆ วิทยุ สื่อออนไลน์ สื่อโทรทัศน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัย จัดศูนย์ประสานงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ โดยตั้งศูนย์อยู่ในมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการส่งเสริมการวิจัยด้านพัฒนาศักยภาพสตรีเพื่อให้ทุกภาคส่วนยอมรับบทบาทของสตรีในการทำงานด้านประชาสังคมและชุมชน