มูลนิธิเอเชียเปิดวงถก วาระชาติสันติภาพชายแดนใต้ เปิดผลวิจัย‘พื้นที่ปลอดภัย-ยุติธรรมทางเลือก’

ทูตหลายประเทศร่วมเวทีมูลนิธิเอเชีย ถกวาระชาติสันติภาพชายแดนใต้ พร้อมเปิดผลวิจัย "พื้นที่ปลอดภัย-ยุติธรรมทางเลือก” 2 ประเด็นหลักที่ถกเถียงในวงพูดคุยสันติสุข ชี้ยุติธรรมทางเลือกแม้ยุ่งยากแต่จำเป็นหากพูดคุยสันติภาพจะเดินหน้า พื้นที่ปลอดภัยความหมายยังแตกกระจาย ต้องถกเพื่อให้กระจ่าง รศ.ดร.สังศิต ชี้ปัญหาชายแดนใต้ต้องเอาชนะด้วยมุมมองใหม่ที่ทุกฝ่ายจะชนะร่วมกัน

ทูตหลายประเทศร่วมเวทีมูลนิธิเอเชีย ถกวาระชาติสันติภาพชายแดนใต้

19 ธันวาคม 2559 มูลนิธิเอเชีย ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ "พื้นที่ปลอดภัยและกระบวนการยุติธรรมทางเลือก: วาระแห่งชาติเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้" ที่โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยมีเอกอัครราชทูตจากหลายประเทศเข้าร่วม เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เยอรมัน นิวซีแลนด์ รวมทั้งข้าราชการ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศ สื่อมวลชนอีกจำนวนมาก

การจัดสัมมนาครั้งนี้มีขึ้น 2 วันระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2559 โดยสาระสำคัญอยู่ที่การนำเสนอผลวิจัย 2 เรื่องคือ 1.เรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety zone) 2.เรื่องกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (Alternative justice) ในรูปแบบของงานสัมมนาเพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพในเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและกระบวนการยุติธรรมทางเลือก รวมทั้งนำเสนอทิศทางของการพูดคุยเพื่อสันติสุขด้วย

2 ประเด็นร้อน ข้อถกเถียงในวงพูดคุยสันติสุข

ทั้งนี้ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและมูลนิธิเอเชียต่างก็ตระหนักถึงความซับซ้อนของประเด็นถกเถียงในวงพูดคุยเพื่อสันติสุข ตลอดจนความซับซ้อนของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิเอเชียจึงได้ให้การสนับสนุนโครงการวิจัย 2 โครงการเพื่อคลี่คลายประเด็นหลัก 2 เรื่องอันเป็นข้อถกเถียง สำคัญ (Critical issues) ของวงพูดคุยเพื่อสันติสุขและการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เปิดผลวิจัย “พื้นที่ปลอดภัย-ยุติธรรมทางเลือก”

ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวคือ 1.เรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety zone) ซึ่งมีนายอาทิตย์ ทองอินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหัวหน้าโครงการ

2.เรื่องกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (Alternative justice) ซึ่งดำเนินการภายใต้ 3 โครงการย่อย โดยสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ภาค 9 สำนักอัยการภาค 9 และสำนักสำนักอัยการสูงสุด 1 โครงการ, เครือข่ายไทยพุทธเพื่อสันติภาพ 1 โครงการ และ กลุ่มด้วยใจและเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี 1 โครงการ

โดยเอกสารโครงการได้ระบุข้อค้นพบสำคัญของงานวิจัยทั้ง 2 ชิ้น ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจโดยสรุป ดังนี้

ม.21 กฎหมาย 2 ฉบับ กับข้อห่วงใยในชายแดนใต้

ข้อค้นพบสำคัญของโครงการวิจัยกระบวนการยุติธรรมทางเลือก โดยยกกฎหมาย 2 ฉบับที่บังคับใช้ในพื้นที่ ได้แก่ มาตร 21 แห่งพระราบบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (ฝึกอบรมแทนการคุมขัง)และ มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 (ให้อำนาจอัยการสูงสุดในการถอนฟ้องฯลฯ) พบว่า ฉบับแรกมีปัญหาสำคัญในการปฏิบัติหลายประการที่ต้องพิจารณาและควรปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว

“ขณะที่กฎหมายฉบับที่สองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และหากจะนำมาใช้กับคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องมีการศึกษาโดยรอบคอบ”

เหยื่อยอมแลกไม่จับขัง ถ้าเกิดสันติภาพระยะยาว แต่...

ข้อค้นพบสำคัญในด้านประชาชนชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ คือ แม้ประชาชนกลุ่มศึกษา (ผู้นำศาสนาพุทธ ผู้สูญเสียบุคคลในครอบครัว อดีตผู้ต้องขังฯลฯ) ส่วนใหญ่จะสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมทางเลือก เมื่อแลกกับความสงบและสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ในระยะยาว แต่ก็มีข้อห่วงใยหลายประการต่อกฎหมายที่บังคับใช้หรือจะนำมาบังคับใช้ต่อไป

แม้ยุ่งยาก แต่จำเป็นหากพูดคุยเพื่อสันติสุขจะเดินหน้า

นอกจากนี้ ประชาชนต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องกระบวนการยุติธรรมทางเลือก กฎหมายและกลไกในการบังคับใช้ในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นหากกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจะเดินหน้าต่อไป โดยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากประชาชน

“พื้นที่ปลอดภัย” ความหมายที่แตกกระจาย

ข้อค้นพบสำคัญของโครงการวิจัยเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือ ในเบื้องต้นแม้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีการรับรู้เชิงบวกต่อความว่า “พื้นที่ปลอดภัย” กระนั้น แต่ละฝ่ายก็มีระดับมุมมองของความหมาย คุณค่า และนิยามเชิงปฏิบัติการที่แตกต่างกัน อันเป็นเหตุผลสำคัญของความยากในการหาจุดร่วมและผลักดันพื้นที่ปลอดภัยในเชิงรูปธรรมได้อย่างประสบผลสำเร็จ

ต้องถกเพื่อให้กระจ่าง

โครงการวิจัยนี้ทำการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่า เมื่อพูดถึงคำว่า “พื้นที่ปลอดภัย” ความหมายในกระบวนทัศน์ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องแตกกระจายออกเป็น 3 ตัวแบบ คือ พื้นที่สาธารณะปลอดภัย พื้นที่ปลอดภัยภายใต้โครงการประชารัฐร่วมใจ และพื้นที่สันติ

โดยที่แต่ละตัวแบบอาจมีจุดที่เหลื่อมซ้อนกันอยู่ แต่ต่างก็มีหลักคิด แนวปฏิบัติ จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และสิ่งที่ต้องแลกอันเป็นแบบฉบับของตนเอง การครุ่นคิดและอภิปรายเกี่ยวกับตัวแบบเหล่านี้ จะช่วยให้การพูด ถกเถียง และต่อสู้ต่อรองกันเรื่องพื้นที่ปลอดภัยมีความกระจ่างมากขึ้น

ปัญหาชายแดนใต้ต้องเอาชนะด้วยมุมมองใหม่ที่ทุกฝ่ายจะได้ชนะร่วมกัน

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเปิดงานว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงในชายแดนใต้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบมหาศาลต่อพื้นที่และผู้คน

“ดังนั้น งานวิจัยที่เราพยายามทำก็เพื่อที่จะช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งคลี่คลายโดยเร็ววัน”

รศ.ดร.สังศิต กล่าวด้วยว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเอาชนะด้วยความรู้ใหม่ ต้องมองในมุมใหม่ คิดวิธีการใหม่ และปรับใช้กับสถานการณ์จริงในพื้นที่ เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในครั้งนี้ อันจะส่งผลเป็นชัยชนะที่ทุกฝ่ายจะได้ชนะร่วมกัน

กำหนดการสำคัญๆ

ส่วนกำหนดการสำคัญๆ ของงานได้แก่ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง"ทิศทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน" พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

นอกจากนี้ยังมีวงเสวนาอีกหลายวงที่น่าสนใจ เช่น เสวนาพิเศษ "อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของกระบวนการพูดคุยสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้" นำเสวนาโดยนายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ปรึกษา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สภาบันพระปกเกล้า

การนำเสนอผลการวิจัยเรื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ในจังหวัดชายแดนใต้โดยอาจารย์อาทิตย์ ทองอินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต วิพากษ์โดยอาจารย์โซรยา จามจุรี จากคณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้และรองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ส่วนในวันที่ 20 ธันวาคม 2559 มีวงเสวนา เช่น กระบวนยุติธรรมทางเลือก (Alternative Justice) ในจังหวัดชายแดนใต้: มุมมองจากภาคประชาชน โดย นายรักษ์ชาติ สุวรรณ ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพและรองประธานสภาประชาสังคมชานแดนใต้ อาจารย์สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ ม.อ. และ ดร.อันธิฌา แสงชัย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.