“พื้นที่ปลอดภัยและยุติธรรม” บทสนทนาสันติภาพ สภาประชาสังคมใต้-สำนักเลขาพูดคุยสันติสุข

เปิดบทสนทนาสภาประชาสังคมใต้กับสำนักเลขานุการคณะอำนวยการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ใน 5 ประเด็นหลัก จากพื้นที่ปลอดภัยจนถึงบทบาทการหนุนเสริมสันติภาพ ชี้พื้นที่ปลอดภัยแม้ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับแต่ยังต้องรอความชัดเจน ย้ำพื้นที่ปลอดภัยต้องพูดเรื่องความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนด้วย แนะให้เริ่มขยับจากข้างล่างก่อน โดยใช้เครื่องมือการพัฒนาเป็นตัวช่วย

คณะกรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดยนายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้พร้อมองค์กรสมาชิก ได้รับเชิญจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คพส.) เข้าร่วมหารือในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการแผนขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่โรงแรมอิมพีเรียล จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

วงสนทนาสภาประชาสังคมใต้กับสำนักเลขาฯอำนวยการพูดคุยสันติสุข

ในการประชุมที่นำโดยนายฉัตรชัย บางชวด หัวหน้า สล.คพส. และ พล.ต.สิทธิ์ ตระกูลวงศ์ เลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนใต้ ยังมีผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรอง ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมด้วย โดยมีการหารือร่วมกันในหลายประเด็น แต่เรื่องสำคัญๆ คือ เรื่องพื้นที่ปลอดภัย ความยุติธรรม และความร่วมมือของสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ในช่วงแรกตัวแทนสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ เริ่มต้นการนำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการระบุว่า ภาคประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างการเชื่อมการทำงานแบบมีส่วนร่วมได้

นโยบายปี 60-62 สร้างความต่อเนื่องในการพูดคุยกับทุกกลุ่ม

ขณะที่นโยบายบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ปี 2560-2562 มีกรอบการทำงานอยู่ 6 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย 1.สันติวิธี เพื่อความสงบสุข 2.การมีส่วนร่วม เน้นการมีส่วนร่วมในการทำงาน 3.สังคมพหุวัฒนธรรม การเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม 4.การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

ส่วนข้อที่สำคัญมาก คือข้อ 5.การสร้างความเชื่อมั่นต่อการสร้างความต่อเนื่องในการพูดคุยและพูดคุยกับทุกกลุ่ม และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานกระบวนการยุติธรรม และ 6.เพื่อให้เข้าใจกับสภาพความเป็นจริงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ปัจจัยบ่งชี้คือวาระชาติและประชาชนมีส่วนร่วม

ส่วนปัจจัยบ่งชี้ถึงความสำเร็จ ได้แก่ 1.การเป็นวาระแห่งชาติ 2.การมีส่วนร่วมของประชาชน 3.การใช้ผลงานทางวิชาการ

ขณะที่สิ่งที่จะต้องรีบดำเนินงานในอนาคต ได้แก่ 1.การพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.การอำนวยความยุติธรรม 3.การสร้างพื้นที่ปลอดภัย

5 ประเด็นหารือ จากพื้นที่ปลอดภัยถึงบทบาทหนุนสันติภาพ

หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่การหารือร่วมกัน หลักๆมี 5 ประเด็น ได้แก่ 1.ความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อเสนอพื้นที่ปลอดภัย 2.ทิศทางที่ควรจะเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาประชาสังคมชายแดนใต้กับหน่วยงานภาครัฐ 3.ความเป็นไปได้ในการพิจารณาแนวทางการสนับสนุนทางวิชาการต่อสำนักเลขานุการ

4.แนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในฐานะที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนการสร้างสันติภาพ และ 5.บทบาทของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ในการหนุนเสริมสันติภาพในห้วงที่ผ่านมา

แม้ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับแต่ยังต้องรอความชัดเจน

เรื่องพื้นที่ปลอดภัยเป็นประเด็นที่มีการใช้เวลาหารือร่วมกันนานที่สุด โดยคณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้สอบถามถึงความก้าวหน้าในเรื่องนี้ หลังจากมีการตอบรับข้อเสนอเรื่องพื้นที่ปลอดภัยสาธารณะจากทั้ง 2 ฝ่าย(คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มมาราปาตานี)มาแล้วก่อนหน้านี้

ด้านเลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนใต้ อธิบายว่า ประเด็นพื้นที่ปลอดภัยยังอยู่ในช่วงการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน โดยเมื่อไว้วางใจแล้วจะมีการดำเนินงานร่วมกัน และพื้นที่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่จะดำเนินงานต่อ

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการนิยามคำว่า“พื้นที่ปลอดภัย”ยังมีข้อจำกัดอยู่ และการกำหนดขอบเขต รวมทั้งกลไกการดำเนินงาน รูปแบบและระยะเวลาในการทำเรื่องพื้นที่ปลอดภัย ยังต้องรอให้ชัดเจนก่อนถึงจะสื่อสารได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ในขณะที่ข้อมูลยังไม่ชัดเจนแต่บางส่วนรีบสื่อสารไปก่อนแล้ว

พื้นที่ปลอดภัยในมุมมองคนไทยพุทธ

ด้านตัวแทนเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า ในวงคนไทยพุทธมีการแลกเปลี่ยนในประเด็นพื้นที่ปลอดภัยด้วย โดยเห็นด้วยกับการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ไม่ว่าพื้นที่ตำบลหรืออำเภอ ซึ่งทำงานผ่านมิติความปลอดภัยและการพัฒนา โดยใช้ชื่อโมเดลนี้ว่า พื้นที่สันติธรรมชาติ

ขณะที่การดำเนินเรื่องพื้นที่ปลอดภัยต้องมีกลไกการทำงานในพื้นที่ที่มีความชัดเจนอย่างน้อย 3 ฝ่าย คือ ฝ่าย A (ฝ่ายรัฐ) ฝ่าย B (ฝ่ายขบวนการ) และ ฝ่าย C (CSOs หมายถึงภาคประชาสังคม)

นอกจากนี้ต้องมีกระบวนการตรวจสอบเหตุที่เกิดในพื้นที่ด้วย ส่วนเรื่องการสร้างบรรยากาศของพื้นที่ปลอดภัยนั้น ต้องพิจารณาเรื่องการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่นั้นด้วย

ขณะที่ในมุมของการพัฒนานั้นต้องผ่านการให้องค์ความรู้และผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน และแนวทางของการพัฒนาต้องเอื้อกับเศรษฐกิจชุมชนด้วยเช่นกัน

ต้องพูดเรื่องความยุติธรรมด้วย

ผู้เข้าร่วมหลายคนพูดถึงประเด็นความยุติธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ว่า ถ้าจะสร้างพื้นที่ปลอดภัย ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องลดเงื่อนไขการใช้กำลังของกองทัพด้วย เพราะเป็นเรื่องที่มีการเรียกร้องมาตลอด แต่ปัจจุบันกลับมีการเพิ่มการใช้กำลังการทหารมากขึ้น

การใช้คำว่า“ปะทะ”บางครั้งอาจไม่ใช่การปะทะจริงๆ และการเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้งก็สัมพันธ์กับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ถามว่ารัฐจะได้ประโยชน์อะไรหากปฏิบัติการบางอย่างส่งผลให้มีการก่อเหตุรุนแรงตามมา

ต้องลดเงื่อนไขจากปฏิบัติการ
 
หากสามารถลดเงื่อนไขจากฝ่ายรัฐได้ แม้ว่าสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบันไม่สามารถบอกได้ว่าใครเหนือกว่าใครและใครอยู่ตรงไหนบ้าง แม้มองแล้วรัฐได้เปรียบกว่า แต่การถอยบางอย่างและการรุกคืบบางอย่างก็มีความสำคัญเช่นกัน

แม้ว่าปฏิบัติการบางอย่างมีการทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่บางครั้งก็กลับไปทำลายสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูดคุย ดังนั้นข้อเสนอแนะก็คือ ให้ดูเป็นกรณีที่ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐมีความยุติธรรมจริง โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ต้องขยับจากข้างล่าง

ผู้เข้าร่วมบางส่วนแสดงความเห็นว่า ส่วนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทำให้เกิดความกดกดดันต่อทั้งสองฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง (ฝ่ายรัฐปฏิบัติการมีการวิสามัญฆาตกรรม ส่วนฝ่ายขบวนการมีการตอบโต้) ซึ่งทำให้ข้อเรียกร้องเรื่องพื้นที่ปลอดภัยแผ่วลงได้ ดังนั้น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยได้ต้องมีกลไกจากข้างล่าง และนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อมากขึ้น โดยต้องขยับจากข้างล่าง

ใช้เครื่องมือการพัฒนาเป็นตัวช่วย

ขณะเดียวกันก็มีความเห็นว่า กลุ่มขบวนการมีความตั้งใจจริงในการทำงานร่วมกับรัฐ แต่อาจมีปัญหาที่ฝ่ายไทยยังไม่กล้าตัดสินใจ และหากยังไม่ลงมือปฏิบัติก็จะเป็นปัญหาระยะยาวได้

“ในการลงมือนั้น อาจใช้เครื่องมือการพัฒนาในพื้นที่มาเป็นตัวช่วยก็ได้ โดยผ่านการดำเนินงานในระดับเล็กก่อน เช่น ระดับหมู่บ้านหรือระดับตำบล โดยนโยบายในทุกระดับต้องเชื่อมโยงกันทั้งรัฐส่วนกลางและประชาชน”

ทำงานร่วมภาครัฐกับสภาประชาสังคม

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่มีการหารือด้วย เช่น ทิศทางที่ควรจะเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาประชาสังคมชายแดนใต้กับหน่วยงานภาครัฐ และการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลาย

พัฒนาโครงการวิจัยร่วมและแนวทางพัฒนาแบบมีส่วนร่วม

รวมทั้ง ความเป็นไปได้ในการพิจารณาแนวทางการสนับสนุนทางวิชาการต่อสำนักเลขานุการฯ ในฐานะที่เป็นเครื่องมือเชื่อมต่อและหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ เช่น การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสภาประชาสังคมชายแดนใต้ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ความขัดแย้งเพื่อสนับสนุนสันติภาพ (Peace Survey) หรือโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ เป็นต้น

เช่นเดียวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในฐานะที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนการสร้างสันติภาพ

เชื่อมร้อยเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในความขัดแย้ง

ขณะที่บทบาทของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ในการหนุนเสริมสันติภาพในห้วงที่ผ่านมา มีทั้งการเชื่อมร้อยเครือข่ายของภาคประชาสังคมที่มีภูมิหลังแตกต่างกันและยังเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในความขัดแย้งด้วย โดยมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการผลิตข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำเสนอต่อรัฐบาลและกลุ่มผู้มีความเห็นต่างจากรัฐ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาประชาสังคมเตรียมถกสภาความมั่นคงแห่งชาติ เตรียมจัดเวทีกระบวนการสันติภาพที่ กทม.

“กงสุลใหญ่มาเลเซีย” แนะประชาสังคมชายแดนใต้ควรกลับสู่พื้นฐานและให้ความรู้กระบวนการสันติภาพกับประชาชน

สภาประชาสังคมใต้พบปะกงสุลอินโดฯ ยกระดับงานสันติภาพ เรียนรู้บทบาท CSO ต่อคู่ขัดแย้งหลัก

สภาประชาสังคมใต้จับมือสถาบันวิชาการร่วมขับเคลื่อนสันติภาพ เตรียมยื่นข้อเสนอ 12 เวทีครูเอกชนต่อรมช.ศึกษาฯ

สภาประชาสังคมชายแดนใต้เปิดหน้าทำงานเชิงรุก นัดพบ 3 กงสุล อินโดฯ-มาเลย์-ฟิลิปปินส์

เผยบทบาทประชาสังคมอาเจะห์-มินดาเนา เวที mapping ชู 5 วาระด่วนหนุนสันติภาพชายแดนใต้

70 องค์กรเครือข่ายชายแดนใต้จับมือหนุนสันติภาพ เรียกร้องยุติความรุนแรงสร้างพื้นที่ปลอดภัย

สภาประชาสังคมฯ เตรียมดันอีก 3 โครงการใหญ่สำหรับภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมสันติภาพ

สภาประชาสังคมใต้ได้ประธานคนใหม่ พร้อมลุยยุทธศาสตร์ยุติธรรมสันติภาพเชื่อมอาเซียน

สภาประชาสังคมใต้แถลงยุทธศาสตร์ใหม่ สร้างพื้นที่กลาง-ผลักดันประชาชนร่วมกระบวนการสันติภาพ

ปธ.สภาประชาสังคมชายแดนใต้ชี้ พูดคุยสันติสุขยังไม่ล่ม แนะทุกฝ่ายออกมาสื่อสารหนุนเสริมสันติภาพ

‘ชีวิตผู้บริสุทธิ์ คือเรื่องแรกที่ต้องคุยบนโต๊ะสันติภาพ’: ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

เปิด 12 เวทีฟังครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เผย "ความหวัง ความกังวลและการหนุนเสริมสันติภาพ" อันหลากหลาย

อ่านดู ! ครูเอกชนสอนศาสนาอิสลาม “คาดหวัง-กังวล-หนุนเสริม” อะไรในกระบวนการสันติภาพ

เวทีครู สช.สงขลา ชี้การสร้างเครือข่ายครู/อุสตาซที่เข้มแข็งจะช่วยหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ

อดินันท์ ปากบารา : “ครูสอนศาสนาควรยืนขึ้นและแสดงตัวว่าเราต้องการสันติ”