เผยร่างกรอบ“จัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย”เสร็จแล้ว พร้อมกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วม

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข เผยคณะทำงานเทคนิคร่วมได้ร่างกรอบความร่วมมือ“จัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย”แล้ว พร้อมกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ชี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความไว้วางใจ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างห่วงเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน แต่ยังไม่สามารถกำหนดพื้นที่ได้เพราะกลุ่มผู้เห็นต่างยังกังวล

เมื่อ 26 ธันวาคม 2559 พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เผยแพร่คำแถลงข่าวผลการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคร่วมระหว่างตัวแทนตัวแทนรัฐบาลกับกลุ่มผู้เห็นต่าง(มาราปาตานี)ครั้งล่าสุดว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความไว้วางใจเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่

พล.อ.อักษรา ระบุว่า การประชุมดังกล่าวมีขึ้นที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย ในห้วงวันที่ 19-20 ธันวาคม 2559 โดยสรุปผลการประชุมในขั้นต้น ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำร่างกรอบแนวความคิด ความร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยแล้ว โดยมีกลไกที่จะให้ความสำคัญต่อการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด

“แต่การจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ยังมีรายละเอียดในการดำเนินการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมการทุกฝ่าย”

(ภาพเมื่อครั้ง คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ เดินขบวนรณรงค์สนับสนุนการพูดคุยสันติภาพในวันที่ 2 กันยายน 2559 ที่เรียกร้องให้พูดคุยเรื่องพื้นี่ปลอดภัย)

พล.อ.อักษรา ระบุอีกว่า นอกจากนี้กลุ่มผู้เห็นต่างฯโดยเฉพาะที่อยู่ในทีมพูดคุยและกองกำลังที่อยู่ในพื้นที่ ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยที่จะมาเข้าร่วม ซึ่งฝ่ายไทยได้ตอบยืนยันในหลักการว่าจะให้หลักประกันความปลอดภัยอย่างเต็มที่ต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว ตามแนวทางสันติวิธีที่ฝ่ายไทยได้ยืนยันแนวทางนี้มาโดยตลอด

พล.อ.อักษรา ระบุว่า ทำไมจึงยังไม่สามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัยได้ว่าเป็นพื้นที่ใด คำตอบคือเป็นเพราะกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งฝ่ายเราก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์เช่นเดียวกัน

“จะเห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ห่วงในเรื่อง “ความปลอดภัย” เหมือนกัน เราจึงสามารถร่วมมือกันได้โดยใช้ “แนวทางสันติวิธี” ที่จะต้องไม่มีฝ่ายใดใช้ความรุนแรงต่อกัน และมีภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นหูเป็นตา” พล.อ.อักษรา ระบุในคำแถลง

พล.อ.อักษรา ระบุทิ้งท้ายว่า เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจในความปลอดภัยอย่างแท้จริง ปัจจุบันเรากำลังคุยหารือกันในรายละเอียดเรื่องห้วงเวลาในการเตรียมพื้นที่ รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่ายในการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้คาดว่า ร่างกรอบแนวความคิดความร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยดังกล่าว จะถูกนำเสนอให้คณะพูดคุยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการพูดคุยครั้งต่อไปในช่วงต้นปีหน้า

เนื้อหาคำแถลงฉบับเต็ม

คำแถลงข่าวผลการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคฯ

ของ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

พลเอก อักษรา เกิดผล

ทปษ.นรม./หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ

๒๖ ธ.ค.๕๙

๑.การเดินทางไปพูดคุยฯ กับกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ของคณะทำงานด้านเทคนิคที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย ในห้วงวันที่ ๑๙-๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความไว้วางใจเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ทั้งในเรื่องหลักประกันความปลอดภัย การพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการ และการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน โดยคณะทำงานเทคนิคฯ เดินทางไปครั้งนี้ก็เพื่อยืนยัน กับกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ว่าฝ่ายเรามีความพร้อมในทุกเรื่อง เนื่องจากได้เราควบคุมดูแลความปลอดภัยพื้นที่อยู่แล้วทั้ง ๓๗ อำเภอ

๒.สรุปผลการประชุมในขั้นต้น ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าความรุนแรงนั้นไม่ใช่ทางออก จากความขัดแย้ง และได้ร่วมกันจัดทำร่างกรอบแนวความคิด ความร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ทั้งในเรื่องของคำจำกัดความ, คำนิยาม กลไก และระยะเวลาในการดำเนินการ โดยกลไกดังกล่าวนี้ได้ให้ความสำคัญต่อการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด

๓.แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถจัดทำร่างกรอบแนวความคิด และความร่วมมือเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่การจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ยังมีรายละเอียดในการดำเนินการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมการทุกฝ่าย นอกจากนี้กลุ่มผู้เห็นต่างฯ โดยเฉพาะที่อยู่ในทีมพูดคุย และกองกำลังที่อยู่ในพื้นที่ ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยที่จะมาเข้าร่วม ซึ่งฝ่ายไทยได้ตอบยืนยันในหลักการว่าจะให้หลักประกันความปลอดภัยอย่างเต็มที่ต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว ตามแนวทางสันติวิธีที่ฝ่ายไทยได้ยืนยันแนวทางนี้มาโดยตลอด

๔.สุดท้ายทั้งสองฝ่ายมั่นใจเต็มที่ว่าจะร่วมมือกันขจัดปัญหา และอุปสรรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่มีความหวาดระแวง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

๕.อย่างไรก็ดี อาจมีคำถามว่าทำไมจึงยังไม่สามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัยได้ว่าเป็นพื้นที่ใด คำตอบคือเป็นเพราะกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งฝ่ายเราก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ห่วงในเรื่อง “ความปลอดภัย” เหมือนกัน เราจึงสามารถร่วมมือกันได้โดยใช้ “แนวทางสันติวิธี” ที่จะต้องไม่มีฝ่ายใดใช้ความรุนแรงต่อกัน และมีภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นหูเป็นตา เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจในความปลอดภัยอย่างแท้จริง ปัจจุบันเรากำลังคุยหารือกันในรายละเอียดเรื่องห้วงเวลาในการเตรียมพื้นที่ รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่ายในการดำเนินการต่อไป