วะเราะอ์หรือความสำรวมตนในมุมมองอิสลาม

mharicy's picture

 

ท่านอิมามอลีเคยถามท่านศาสดามุฮัมมัดว่า "โอ้ ท่านร่อซูลุลลอฮ์ (ศาสนทูตของอัลลอฮ์) การปฏิบัติใดที่ประเสริฐสุดสำหรับเดือนนี้ (เดือนรอมฏอน) ?

ท่านนบีกล่าวตอบว่า "โอ้ บิดาของฮะซันเอ๋ย กิจที่ประเสริฐสุดในเดือนนี้คือ วะเราะอ์ (ความสำรวมตนและหลีกเลี่ยง) จากสิ่งที่เป็นฮะรอม (ต้องห้ามทางศาสนา)

วะเราะอ์และความสำรวมตนนั้นมีหลายระดับขั้นด้วยกัน

 

วะเราะอ์ของตาอิบีน
 

ระดับแรก ซึ่งเป็นระดับล่างสุดและพื้นฐานที่สุดนั้นก็คือ วะเราะอ์ของผู้กลับใจ (เตาบะฮ์) ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการทำบาป

และมีการสำนึกผิดในความผิดพลาดที่เคยกระทำไป และมุ่งหน้าสู่การภักดีต่อพระองค์อัลลอฮ์

 

 

วะเราะอ์ของศอลิฮีน

วะเราะอ์หรือความสำรวมตนที่สูงขึ้นไปกว่านั้นก็คือ วะเราะอ์ของศอลิฮีน (ผู้บำเพ็ญตน) ซึ่งไม่เพียงแต่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นฮะรอม

แต่พวกเขาหลีกเลี่ยงในสิ่งที่เคลือบแคลงสงสัยว่าอาจเป็นฮะรอมด้วย ท่านนบีเคยกล่าวไว้ว่า "จงละสิ่งที่ท่านเคลือบแคลงสงสัย และจงยึดในสิ่งที่พวกท่านไม่เคลือบแคลงสงสัยเถิด"

สิ่งที่เคลือบแคลงสงสัยว่าอาจเป็นฮะรอมนั้น อาจเป็นอาหารที่เราไม่แน่ใจว่าฮะลาล (อนุญาต) หรือไม่ คำพูดที่เราไม่มั่นใจว่าพูดได้หรือไม่

สิ่งเหล่านี้แม้ว่าในเชิงฟิกเกาะฮ์ (บทบัญญัติ) จะอนุโลมให้กระทำได้

แต่ตราบใดที่ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ก็ควรงดเว้นเสีย และนี่คือวะเราะอ์หรือความสำรวมตนในระดับของศอลิฮีนนั่นเอง.

 

 

วะเราะอ์ของมุตตะกีน

ระดับขั้นที่สูงไปกว่านั้นก็คือ วะเราะอ์หรือความสำรวมตนของมุตตะกีน (ผู้ดำรงความยำเกรง) พวกเขาไม่เพียงแต่ละเว้นสิ่งฮะรอม (ต้องห้าม) รวมถึงสิ่งที่เคลือบแคลงว่าฮะรอมหรือไม่

ทว่าพวกเขาละเว้นแม้สิ่งที่เป็นฮะลาล (อนุญาต) ปกติที่อาจนำไปสู่ฮะลาลที่เคลือบแคลงสงสัยอีกด้วย

ยกตัวอย่างเช่น บางครั้งคนเราสนทนากันในเรื่องปกติ แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่าการสนทนานั้นอาจจะนำไปสู่จุดที่สงสัยว่าอาจเป็นการนินทาผู้อื่น (อันเป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นบาป) ก็ควรจะหลีกเลี่ยงเสีย

หรือในกรณีของการค้าขายที่จะนำไปสู่รายได้ที่น่าสงสัย (ว่าอาจเป็นรายได้ที่ต้องห้าม) ก็ควรหลีกเลี่ยงเสียตั้งแต่แรก

สรุปคือ วะเราะอ์ระดับมุตตะกีนคือการหลีกเลี่ยงสิ่งฮะลาลที่อาจนำไปสู่ฮะลาลที่เคลือบแคลงนั่นเอง

 

วะเราะอ์ของศิดดีกีน

แต่ที่สูงไปกว่านั้นก็คือ วะเราะอ์หรือความสำรวมตนในระดับของ ศิดดีกีน (ผู้สัจจริง) ซึ่งพวกเขาจะละเว้นทุกสิ่งทุกอย่างที่นอกเหนือจากพระประสงค์ของอัลลอฮ์ทั้งหมด

ฉะนั้น หากหัวใจของผู้ใดปฎิเสธทุกสิ่งที่นอกเหนือจากอัลลอฮ์ หัวใจนั้นก็คือ หัวใจของศิดดีกีน นั่นเอง

อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ว่า "อัลลอฮ์มิได้กำหนดให้บุคคลใดมีสองหัวใจในทรวงของเขา"

หัวใจก็คือสัญลักษณ์ของความละมุนละไมและชีวิตชีวา(ที่เป็นกรรมสิทธิ)ของพระองค์นั่นเอง ฉะนั้น ในคนๆเดียวกันจึงไม่อาจจะมีสองหัวใจได้

ครูบาอาจารย์ของพวกเราก็กำชับให้เราขอดุอาจากพระองค์ว่า "ขอทรงอย่าปล่อยให้มีสิ่งใดเข้าสู่หัวใจของเรานอกจากความรักที่มีต่อพระองค์เลย" (วะก็อลบี บิฮุบบิกะ มุตัยยะมา/ดุอากุเมล)

ถอดความจากคำบรรยายของอายะตุลลอฮ์ อัลอุซมา เชคอับดุลลอฮ์ ญะวาดี ออโมลี

http://alhassanain.com/thai/show_articles.php?articles_id=291&link_articles=ethics_and_supplication/ethics_articles/Radub_wara

 

 

 

 

 

 

 

 

Thai