Skip to main content

ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ

 
ผมห่างการเขียนไปนาน สาเหตุหลักคงเป็นเรื่องวุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา แต่อีกเรื่องหนึ่งคือ ผมตั้งใจว่าจะค่อยๆเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงรอมฏอนให้มากที่สุด ควบคู่กับการพยายามปฏิบัติตนให้ดีขึ้นบ้าง รอมฏอนปีนี้น่าสนใจมากตรงที่มีช่วงเวลาที่ทับกันเข้าพรรษาพอดี สำหรับคนที่กึ่งๆกลางๆ ขาดๆ วิ่นๆ ระหว่างพุทธกับอิสลามเยี่ยงผม เลยพลอยถือศีลอดไปบางวัน สลับกับการดื่มเหล้าเข้าพรรษาไปอีกหลายวัน (ผมต้องขออภัยเพื่อนๆที่คาดหวังกับศาสนปฏิบัติของผมด้วยครับ)
 
ในรอบเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงหลายประการ โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้น ภาพของความรุนแรงและความสูญเสียถูกโยนให้เป็นฝ่ายทหารไทยบ้างและกลุ่มผู้ก่อการบ้าง ผมไม่แน่ใจนักว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุแต่หากเป็นผู้ก่อการจริง การเข่นฆ่าในเดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์นี้คงมีแต่จะช่วยให้บาปของท่านมีมากขึ้น ในขณะที่หากผู้กระทำเป็นทหารไทย (จริง) การกระทำของพวกท่านก็เหมือนกับการใส่บาตรเข้าพรรษาด้วยเม็ดตะกั่ว
 
สำหรับผม การเข่นฆ่าเพื่อบรรลุเป้าหมายมิใช่หนทางที่ถูกต้อง แม้ว่าจะขุดเอาพระวจนะจากศาสดาองค์ไหนมากล่าวอ้างก็ตาม...มนุษย์ ควรมีชีวิตที่อิสระและเห็นข้อด้อยของการถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนแห่งศาสนา พอๆ เสรีภาพในการดำเนินชีวิตในกรอบของหลักศรัทธา

กระนั้น ในรอบเดือนนี้ ผมกลับพบว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ และน่าครุ่นคิดที่สุดก็คือเหตุการณ์ในคืนวันพุทธ คืนสุดท้ายก่อนวันอีดหรือวันฮารีรายอ...
 
ใช่...ในคืนวันนั้นมีรายการคนอวดผี ทางช่องห้า รายการนี้คือรายการที่บอกเล่าเรื่องราวสยองขวัญอันดับหนึ่งของประเทศ มีค่าโฆษณาที่แพง เบรคที่สองคือช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผี ซึ่งปกติช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ปลดปล่อยให้วิญญาณพ้นทุกข์ ควบคู่กับการเยียวยาบาดแผลทางใจของญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ คืนวันนั้น เป็นเรื่องราวของวิญญาณหนุ่มนายทหารที่ไปประจำการยังสามจังหวัดภาคใต้ เขาเสียชีวิตในหน้าที่ แม่และญาติของเขาเล่าให้พิธีกรรายการฟังถึงความเฮี้ยนของวิญญาณหลังจากตายไปมากมาย พวกเธอเล่าด้วยน้ำตาเพราะความเศร้าโศกพร้อมกับกังวลว่าวิญญาณของลูกชายจะไปสู่สุขคติหรือไม่...

จุดสุดยอดของช่วงรายการนี้คือการเชิญ ริว จิตสัมผัส มาเป็นคนอัญเชิญวิญญาณ ริว เชิญได้สักเดียวก็เอ่ยกับแม่และญาติของผู้ตายและคนชมรายการว่า 

"คนที่เป็นทหาร ถ้าเสียชีวิตในขณะปฏฺิบัติหน้าที่...เขาควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ...เพราะฉะนั้นเค้าเหล่านี้จะไปยังภพภูมิที่ดีแน่นอน เพราะเค้าเหล่านี้สละความสุขส่วนตัว ครอบครัว และชีวิต เพื่อให้คนทั้งประเทศอยู่อย่างเป็นสุข...และยิ่งถ้ามีการพระราชทานเพลิงหรือน้ำอาบศพ นี่คือสุดยอดของคนที่ทำดีให้กับแผ่นดิน...ดังนั้นคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจในกรณีที่ไม่ได้ไปเชิญวิญญาณ กรณีต่างจากวิญญาณทั่วไป เขาเหล่านั้นทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย...กรณีที่เขาเสียชีวิตและทางเจ้าหน้าที่ ทางกรม ผู้บังคับการณ์ได้นำน่างของเขาใส่โลงและคลุมด้วยธงชาติ...นั่นยิ่งกว่าการอัญเชิญดวงวิญญาณอีกครับ เขาได้รับเกียรติสูงสุดแห่งความดี เพราะเฉพาะนั้นวิญญาณไปดีแน่นอน..." (ดูรายละเอียดรายการได้ในยูทูป วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา)

ผมนั่งชมรายการอยู่เกิดอาการอึ้งขึ้นมาทันที หน้าชา และรู้สึกว่าช่วงรายการเมื่อครู่นี้แรงและลึกยิ่งกว่าความสูญเสียรายวัน ในวูบแรกคิดง่ายว่ามันเป็นการผลิตอุดมการณ์ชาตินิยมแบบซ้ำซากแต่ส่งผลให้คนมาฆ่ากัน แต่เอาเข้าจริงแล้วมันมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น โดยเฉพาะสิ่งที่อยากเรียกว่าการนิพนธ์สงครามศักดิ์สิทธิ์...

ใช่ เวลาเราเอ่ยคำนี้ เรามักนึกถึงกรณีการช่วงชิงนครศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเลมหรือไม่ก็การกระทำญีฮาด (Jihad) ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ญีฮาดไม่ได้แปลว่าสงครามศักดิ์สิทธิ์ หากแปลอย่างกว้างๆ ว่าการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อศรัทธาและความดี บางคนนึกถึงการก่อความรุนแรงช่วงเดือนรอมฏอนเพราะพลันนึกถึงมายาคติที่ว่า การต่อสู้เพื่อพระเจ้าในช่วงรอมฏอนจะได้บุญมากหรือเป็นการต่อสู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้ ตีความกันได้หลากหลายมาก นับตั้งแต่ความหมายของการต่อสู้ วิธีการ เป้าหมาย ฯลฯ โดยรวมแล้ว ผมคิดว่า มองในมุมของ "อิสลาม" หรือกระทั่งในมุมของ "มลายู" และ "มุสลิม" เอง การต่อสู้อันศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นสิ่งวุ่นวายแล้ว การนิยามหรือให้ความหมายเพื่อความเป็นเอกภาพนับว่าวุ่นวายกว่า วุ่นจนทะเลาะกันเอง

แต่ แน่นอนครับ ในมุมมองของรัฐไทย การต่อสู้เพื่อรักษาดินแดนนั้นศักดิ์สิทธิ์เสมอ หากเรากลับไปพิจารณารายการในข้างต้นให้ดีจะพบว่า สถาบันชาติมีพลังเสมือนเป็นลัทธิหรือศาสนาหนึ่ง สามารถกำหนดโลกหลังความตายและภพภูมิต่างๆได้ อำนาจอธิปัตย์ของชาติได้กลายเป็นแกนกลางในการกำหนดสิทธิขาดระหว่างบุคคลในชาติที่จงรักภักดีกับคนนอก โดยเฉพาะการผูกโยงความตายกับสถาบันกษัตริย์ รวมไปถึงสถาบันชาติ (กรณีธงชาติ-ชาติ ศาสน์ และกษัตริย์) ก็ยิ่งทำให้ความตายของทหารศักดิ์สิทธิ์จนไม่อาจแตะต้องหรือวิพากษ์วิจารณ์

สำหรับผม ความตายอันล่วงละเมิดมิได้นี้คือส่วนหนึ่งของการนิพนธ์สงครามศักดิ์สิทธิ์ของสยาม มันคือส่วนหนึ่งของการสร้างความชอบธรรมให้ผู้คนหยิบปืนมาประหัตประหารคนอื่นซึ่งตายโดยปราศจากธงชาติคลุมร่างและน้ำอาบศพพระราชทาน มองให้ไกลออกไป คำว่า "ตายเพื่อชาติ" กลับกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการ "ฆ่าเพื่อชาติ" ดังนั้น ในยุคนี้จึงไม่มีคำว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาปเสียแล้ว หากลึกๆ คือ ฆ่าใครก็ไม่บาปหรอกหากคนนั้น "ไม่ใช่ไทย" และเป็นสิ่งแปลกปลอมต่อแผ่นดิน 

มันคือเรื่องโศกนาฏกรรมและความรุนแรงแห่งสยามประเทศ รายการนี้เกิดขึ้นในคืนสุดท้ายก่อนวันฮารีรายอหรือวันอีดของอิสลามและยังอยู่ในช่วงเข้าพรรษา

ตอนท้ายของรายการช่วงนี้ คุณริว จิตสัมผัส ได้ทำตามคำขอร้องของวิญญาณทหารผู้เสียชีวิตด้วยการก้มลงกราบลาแม่อย่างงดงาม แน่นอน พล็อตโศกนาฏกรรมเช่นนี้เรียกน้ำตาได้ ภาระกิจปกป้องแผ่นดินไทยเชื่อมโยงกับพิทักษ์รักษามาตุภูมิโดยสมบูรณ์ 

ก็คิดต่อไปแล้วกัน การฆ่าเพื่อ "แม่" นั้น จะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน สงครามเพื่อปกปักแผ่นดินแม่จะรุนแรงเพียงใด 

ทั้งที่ในความเป็นจริง มันเป็นเพียงแผ่นดินที่ถูกจินตนาการ