Skip to main content
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
เผยแพร่วันที่ 22 กพ. 2555

 

นายแพทย์ตำรวจชันสูตรพลิกศพนายสุไลมาน แนซา สืบพยานที่ศาลอาญากรุงเทพใต้
ส่งสำนวนกลับศาลจังหวัดปัตตานี พิจารณาคดีครั้งต่อไปวันที่ 19 มีนาคม 2555

 

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีการนัดสืบพยานคดีไต่สวนการตายนายสุไลมาน แนซาที่เป็นการส่งประเด็นมาจากศาลจังหวัดปัตตานี พยานที่นำสืบวันนี้หนึ่งปากคือ พ.ต.ท. พงศ์ศิริเดช สุตสาครเย็น (ชื่อเดิม พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ สาครแป้น)  เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลตำรวจ สังกัดกลุ่มงานตรวจพิสูจน์ สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ใจความว่า

 พยานเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพนายสุไลมานในที่เกิดเหตุ ร่วมกับ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหนองจิก พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ปลัดอำเภอหนองจิก เจ้าหน้าที่วิทยาการจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ และพนักงานสอบสวน มีบิดาและญาติของนายสุไลมาน รวมทั้งสื่อมวลชน และนักสิทธิมนุษยชนด้วย

โดย พ.ต.ท.พงศ์ศิริเดช ฯเป็นผู้ตรวจร่างกายนายสุไลมาน จำไม่ได้ว่าผ้าที่ใช้ผูกคอตายนั้นผูกปมแบบเงื่อนตายหรือเงื่อนล็อค ไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายภายนอก ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบรอยลักษณะคล้ายมดแทะบางแห่งแต่ไม่แน่ใจว่าอยู่บริเวณแถวๆ ขอบกางเกงในหรือไม่  บริเวณอันฑะเป็นคราบของสัตว์กัดแทะแต่ไม่ปรากฏว่ามีเลือดไหล  แต่เป็นสะเก็ดเลือดแท่งๆ  สาเหตุการตายสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองเนื่องจากการผูกคอ  น้ำหนักตัวกดบริเวณเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอซึ่งเป็นลักษณะการตายที่สบายเหมือนการนอนหลับ แต่ใบหน้าจะคล้ำกว่าปกติ   ลักษณะตาของผู้ตายเป็นความแห้งของลูกตา ไม่ได้เกิดจากเส้นเลือดฝอยในลูกตาแตก  ลิ้นจุกปากเกิดจากแรงดันจากผ้าขนหนูดันโคนลิ้นทำให้ลิ้นจุกออกมาซึ่งขึ้นกับความหนาของวัสดุที่ใช้ผูกคอและตำแหน่งไปตรงกับโคนลิ้นหรือไม่  ริมฝีปากล่างด้านในไม่มีลักษณะของการกดกระแทก  บริเวณลำคอซ้ายมีแผลถลอกเกิดจากการกดทับของผ้าขนหนูที่ใช้รัดคอ เนื่องจากผู้ตายได้ตายมาเป็นเวลานาน เนื้อเยื่อจึงน่าจะตายแล้วไม่มีเลือดไปเลี้ยงทำให้เกิดแผลถลอก  ลำคอไม่หัก และการผูกคอตายลักษณะเช่นนี้คอจะไม่หักแน่นอน  ไม่ได้ตรวจละเอียดว่าสภาพฟันผู้ตายมีการหักหรือไม่  ไม่ได้ตรวจสอบเล็บมือและเล็บเท้าของผู้ตาย การผูกคอตายไม่จำเป็นต้องมีการเกร็งมือหรือกำมือเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพในขณะที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย 

ขณะชันสูตร สภาพศพที่แข็งเริ่มใกล้อ่อนตัวไปสู่สภาวะเน่าเปื่อย  ซึ่งโดยเฉลี่ยศพจะแข็งเต็มที่ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมง  หากถูกฆ่าด้วยวิธีใช้ถุงพลาสติกครอบหัวขณะผู้ถูกฆ่ามีสติอยู่จะต้องมีบาดแผลจากร่องรอยการต่อสู้เพื่อดิ้นรนหาอากาศหายใจ แต่จะไม่มีเลือดออกบริเวณนัยน์ตาของผู้ตาย เพราะไม่มีการกดที่บริเวณเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ

พ.ต.ท. พงศ์ศิริเดชฯ ให้การว่า ญาตินายสุไลมานอยู่ด้วยและเห็นการชันสูตรทุกขั้นตอน พยานได้แจ้งให้ทราบว่าหากสงสัยสาเหตุการตาย พนักงานสอบสวนจะส่งศพไปผ่าตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ญาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สงสัยสาเหตุการตาย และไม่ยอมให้นำศพผู้ตายไปผ่าชันสูตร  จึงได้มอบศพให้ญาติไปจัดการตามประเพณี

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ไต่สวนพยานประเด็นที่ส่งมาจากศาลจังหวัดปัตตานีเรียบร้อยแล้ว  และจะได้ส่งสำนวนคดีกลับไปยังศาลจังหวัดปัตตานี  โดยกำหนดวันนัดพร้อมที่ศาลจังหวัดปัตตานีในวันที่ 19 มีนาคม 2555  เวลา 13.30 น. เพื่อศาลจังหวัดปัตตานีจะได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยานที่เหลือต่อไป