Skip to main content
เผยแพร่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555
 
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล
เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง
กับการคุ้มครองสิทธิเด็กในกระบวนการยุติธรรม
 
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมv(CrCF) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ดำเนินการเพื่อให้ทุกภาคส่วนภายใต้การกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนและคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ทั้งขอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทุกประการที่จำเป็นเพื่อสร้างให้เกิดมาตรการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็กในกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้เช่น  ควรมีการกำหนดขั้นตอนและระเบียบการปฏิบัติที่ใช้กับเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะในกรณีที่มีการจับกุมและควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษทุกฉบับ  มีขั้นตอนการคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับหรือทำร้ายร่างกายเด็กและเยาวชนระหว่างที่มีการสอบสวนและควบคุมตัว เป็นต้น
ตามที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรมร่วมกับมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้จัดทำรายงานเรื่อง "กระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน: กรณีศึกษาเด็กและเยาวชนที่ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงต่อเด็ก โดยได้เสนอต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในวาระการพิจารณารายงานของประเทศไทยเมื่อวันที่  24-25 มกราคม พ.ศ. 2555  ในเวทีการประชุมดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอชื่นชมและยินดีที่รัฐบาลของ ฯพณฯ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิเด็กในประเทศไทย และแถลงต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กอย่างตรงไปตรงมา โดยแสดงเจตจำนงที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและพัฒนาเด็กรวมทั้งเยาวชนหญิงชายให้เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ขณะนี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนและคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติได้มีข้อแนะนำต่อรัฐบาลไทยให้คำแนะนำว่า “ให้ทบทบวนการใช้กฎหมายพิเศษ โดยคำนึงว่าห้ามไม่ให้มีการดำเนินคดีอาญาและควบคุมตัวเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีโดยใช้กฎหมายพิเศษ และห้ามไม่ให้มีการควบคุมตัวเด็กในสถานที่ควบคุมตัวของทหาร และให้การดำเนินคดีอาญาต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยใช้มาตรฐานกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต่อเด็กเท่านั้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใดใดก็ตาม”
“แม้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ฯ มีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ตองปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมตัวบุคคลผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ผู้บังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอาจมีความยากลำบากในการปฎิบัติหน้าที่ก็ตาม  แต่มาตรการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า18 ปีตามมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเด็กในกระบวนการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวที่บังคับใช้ทั่วประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นและแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงทางการเมืองที่รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้หลักนิติธรรมและแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น”  พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าว