จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักวิชาการและนักกิจกรรม กรณีห้องเรียนเพศวิถี

Buku's picture
Sat, 2017-02-11 11:03 -- Buku

ตามที่ได้มีการออกอากาศรายการ กลางเมือง ทางช่องไทยพีบีเอส นำเสนอเรื่องห้องเรียนเพศวิถี ของโครงการห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู (Buku Classroom) และหลังจากการเผยแพร่ออกอากาศดังกล่าว มีกลุ่มนักวิชาการศาสนาหลายท่านออกมาโต้แย้งหรือแสดงความไม่เห็นด้วยในงานของห้องเรียนเพศวิถี โดย ”กล่าวหา” ว่าเราทำงานเพื่อสอนให้คนมุสลิมรักเพศเดียวกัน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของโครงการและเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากเป้าหมายในการทำงานของห้องเรียนเพศวิถี

หลังจากมีการโพสข้อความจากนักวิชาการศาสนาบางท่าน เราทราบในภายหลังว่ามีการถกเถียงวิวาทะในประเด็นนี้ระหว่างกลุ่มเพื่อนนักกิจกรรมและนักวิชาการที่รู้จักเราและห้องเรียนเพศวิถี เพื่อนๆจึงเข้าไปช่วยอธิบายหรือตอบโต้ในโพสดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจกันคลาดเคลื่อนหรือผิดใจกันเพราะคิดเห็นไม่ตรงกันในกรณีนี้ เพราะต่างมีฐานคิดคนละชุดกันอย่างสิ้นเชิง หากไม่ถ้อยทีถ้อยอาศัย คุยกันด้วยมิตรไมตรีในฐานะเพื่อนร่วมวงวิชาการหรือแวดวงนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิ ก็ไม่อาจทำความเข้าใจกันและกันได้อย่างที่น่าจะพอมีช่องทาง

ก่อนอื่นเราขอขอบคุณทุกท่านที่รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมหรืออยากจะช่วยแก้ข้อโต้แย้งต่างๆ จากการทำงานในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทั้งเรื่องความรุนแรงทางกายภาพ และความขัดแย้งทางความคิดทางอุดมการณ์รัฐชาติ เราย่อมทราบดีว่าการสนทนากันด้วยความสันตินั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการทำความเข้าใจความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้นเราไม่ปรารถนาจะเห็นการตอบโต้กันทางความคิดโดยใช้วาจาส่อเสียด เยาะเย้ย ถากถาง ดูถูกกันและกันจากทุกๆฝ่าย

ศาสนาอิสลามสำหรับเราคือความสันติ เราใช้ชีวิตที่นี่มาหกปี มีกิจการร้านหนังสืออยู่ที่นี่ เพิ่งเก็บเงินผ่อนที่ดินแปลงเล็กๆไว้สำหรับทำศูนย์การเรียนรู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมในอนาคต เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้กับคนทำงานด้านสิทธิและความเท่าเทียม เรามีพี่น้องพ้องเพื่อนมุสลิมจำนวนมากในดินแดนนี้ นับตั้งแต่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จากครั้งแรกที่ไม่รู้จักใครเลย จนกระทั่งมีเพื่อนทั้งในและนอกศาสนา ที่ทำงานร่วมกัน สนับสนุนกันและกันมาอย่างยาวนาน แม้ว่ามีความต่างทางศาสนา ชาติพันธุ์ แต่พวกเราไม่เคยเอามาเป็นประเด็นในการกีดกันใครออกไปจากพื้นที่แห่งนี้

เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเพื่อนชาวมุสลิมหลายท่านที่เคยไปมาหาสู่ พูดคุยกัน กลับเป็นคนที่ออกมาต่อต้านโดยไม่ทันพิจารณาข้อเท็จจริงหรือสอบถามข้อเท็จจริงจากเราซึ่งเป็นเจ้าของปัญหา แต่ถึงกระนั้นเรายังคงมีเพื่อนพี่น้องมุสลิมในพื้นที่อีกหลายท่านที่คอยให้กำลังใจ สนับสนุน และพร้อมอยู่ร่วมกันต่อไป ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยกับแนวคิดของเราหรือไม่ก็ตาม เราเชื่อมั่นว่าอิสลามไม่ได้สอนให้คนมีจิตใจที่คับแคบ กีดกันใครออกไป จารีตต่างหากที่นำศาสนามารับใช้อำนาจในการควบคุม ปิดปากคนไม่ให้พูด ไม่ต่างอะไรจากการที่รัฐไทยปิดปากคนในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองไทยหรือพลเมืองปาตานี อิสลามที่เรารู้จักให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ เคารพความแตกต่างหลากหลาย มีหลักการในการตักเตือนกันที่เป็นระบบ มีฮิกมะฮฺ ที่เป็นหลักการในอิสลามชัดเจน นอกจากนั้นยังต้องมีหลักความ “อิคลาส” หรือความบริสุทธิ์ใจในการตักเตือนนั้นอีกด้วย หากรู้ว่าสิ่งไหนจะส่งผลกระทบต่อเพื่อนมนุษย์ อิสลามไม่สนับสนุนให้ทำ เราเรียนรู้มาแบบนี้

เพราะฉะนั้นการโจมตีศาสนาอิสลาม ไม่ใช่สิ่งที่เราปรารถนาจะให้เพื่อนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยเรากระทำต่อเพื่อนมุสลิมคนอื่น และผลกระทบที่จะตามมาไม่ใช่เราซึ่งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่จะถูกกีดกันและเลือกปฏิบัติจากปรากฎการณ์นี้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการแลกเปลี่ยนในทางวิชาการหรืออย่างมีมิตรไมตรีจิตต่อกันและกัน พยายามทำความเข้าใจอีกฝ่ายด้วยความเปิดกว้าง สำหรับคนที่อยู่กับหลักศาสนามาตลอดทั้งชีวิต ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่แตกต่างไปจากสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เช่นเดียวกับหลักสิทธิมนุษยชน ความเชื่อนี้ไม่ได้อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด เราเองก็เริ่มเรียนรู้ที่จะเคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่าหลักการใดๆก็ตามในโลกนี้ ที่ส่งเสริมให้มนุษย์เคารพซึ่งกันและกัน ไม่ทำร้ายกัน มีมิตรไมตรีต่อกัน ไม่ว่าจะมีความต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว เพศภาวะ เพศวิถี แนวคิด อุดมการณ์ ที่แตกต่างกันอย่างไร แนวคิดนี้จะเป็นแนวคิดที่เป็นสากล เป็นที่ยอมรับและถือปฏิบัติ ส่วนแนวคิดที่มีไว้เพื่อทำร้ายมนุษย์ ละเมิดมนุษย์เพียงเพราะเขาแตกต่าง แนวคิดเหล่านั้นจะถูกละทิ้งในที่สุด

เรายังเชื่อมันในความเป็นมนุษย์ ตามประสาพวกมนุษย์นิยม ไม่มีศาสนา แต่ให้ความเคารพพระเจ้าของทุกคน และเคารพความเป็นมนุษย์ของทุกๆคนบนโลกใบนี้ และนี่ไม่ใช่การพูดไปตามหลักการ แต่เป็นวิถีชีวิตของเรา เป็นศีลธรรมหรือคุณค่าที่เราศรัทธา และใช้ในการดำรงชีวิตเสมอมา

ด้วยความขอบคุณ

ดาราณี ทองศิริ ผู้ก่อตั้งห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน Buku Classroom

 

Thai