ชาวบ้านและชมรมอิหม่ามไม่ขอพัฒนามัสยิด 300 ปี กับ ศอ.บต. ชุดนี้

Benar News Thai's picture

 

ชาวบ้านและชมรมอิหม่ามไม่ขอพัฒนามัสยิด 300 ปี กับ ศอ.บต.ชุดนี้

 

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
นราธิวาส
 
 
 
 
 
    TH-mosque-1000
    เด็กและเยาวชนชาวมุสลิมเยี่ยมชมมัสยิดโบราณตะโละมาเนาะ หรือมัสยิด 300 ปี ในวันที่ 6 เมษายน 2560
     เบนาร์นิวส์
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ในวันศุกร์ (21 เมษายน 2560) นี้ ชมรมอิหม่ามคอเต็บบีหลานร่วมประชุมกับชาวบ้านตะโละมาเนาะ เรื่องโครงการพัฒนามัสยิดโบราณตะโละมาเนาะ หรือมัสยิด 300 ปี ในกรณีที่ชาวบ้านและชมรมอิหม่ามประกาศยุติความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภายใต้ (ศอ.บต.) ในการพัฒนามัสยิดเป็นแหล่งการเรียนรู้ เนื่องจากโครงการไม่โปร่งใส และ ศอ.บต.ไม่ปฎิบัติตามสัญญา โดยประกาศว่า จะไม่พัฒนาโครงการกับ ศอ.บต. ชุดปัจจุบันเด็ดขาด ด้าน รองเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ โครงการพยายามฟังเสียงชาวบ้านมากที่สุด และพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องผู้รับเหมาอยู่

    “เราต้องการให้ ศอ.บต.ทำตามสัญญาเดิมก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่ที่ทราบแม้แต่บริษัทที่มาทำยังเป็นบริษัทที่ล้มละลาย เราเรียกว่าบริษัทตายแล้ว มันไม่ปกติพวกเราจึงต้องการยุติโครงการ จะยังไงก็ตาม ถ้า ศอ.บต.ยุคนี้จะขอไม่ร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์มัสยิดแน่นอน อย่าเอาชาวบ้านไปอ้างเพื่อหาประโยชน์” ชาวบ้านตะโละมาเนาะระบุ ระหว่างประชุม

    ต่อประเด็นดังกล่าวนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้มัสยิดตะโละมาเนาะยังไม่ได้ล้มเลิกไป เพียงแต่ชะลอโครงการไว้ และจะไม่มีการพัฒนา จนกว่าชาวบ้านจะยินยอม

    “ปฐมเหตุของความรู้สึกที่ขัดกันหรือไม่พอใจกัน เริ่มต้นจากจะให้ชมรมอิหม่าม หรือ ให้ ศอ.บต. เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันจากกรมบัญชีกลางว่า ให้ ศอ.บต. เป็นผู้ดำเนินการ สร้างความสับสนเกิดขึ้นในพื้นที่ว่า ทำไมไม่ให้ชมรมอิหม่ามดำเนินการ ซึ่งที่จริงแล้ว ทางหน่วยงานของรัฐประสงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมกันอย่างดีที่สุด” นายไกรศรกล่าว

    นายไกรศร ชี้แจงเกี่ยวกับ “ป้ายโครงการพัฒนามัสยิดระบุว่าโครงการเดินหน้าต่อ” ว่า เป็นป้ายที่ติดตั้งไว้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า โครงการยังไม่ได้ล้มเลิกเท่านั้น ไม่ได้มีการเดินหน้าก่อสร้างจริงๆ และขณะเดียวกันยังไม่ได้มีการจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้กับบริษัทผู้รับเหมาที่เป็นปัญหา โดยยืนยันว่า ศอ.บต. กำลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่

    “เรื่องการสั่งให้ขึ้นป้ายให้เข้าใจว่า ศอ.บต.ไม่หยุด จริงๆ อยากให้รู้ว่าโครงการนี้ยังอยู่ ไม่ได้จะทำต่อ ณ ตอนนี้ เพราะถูกสั่งชะลอมานานแล้ว ที่มาก่อสร้างก็ต้องตรวจสอบ และยังไม่เคยให้เงิน ยังไม่เคยเห็นเลยว่ามีการจ้างซับคอนแทรคจริงหรือไม่ ศอ.บต.กำลังทำเรื่องค้างเก่าที่ผ่านมาให้ถูกต้อง” นายไกรศรเพิ่มเติม

    ในปี 2555 มีการพูดถึงเรื่องการพัฒนามัสยิดตะโละมาเนาะให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ขึ้น โดยตามสัญญาเดิมจะเป็นการร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. ชมรมอิหม่ามคอเต็บบีหลาน และชาวบ้าน แต่ล่าสุด โครงการต้องยุติชั่วคราว เนื่องจาก ชาวบ้านอ้างว่า ศอ.บต. ว่าจ้างบริษัท ชาติธนา จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ และลงนามในสัญญาจ้างกัน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 แต่กลับพบว่า บริษัทนี้ถูกฟ้องล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ด้วยเหตุนี้ ชมรมอิหม่ามจึงประกาศยุติความร่วมมือในการพัฒนาโครงการดังกล่าวในปลายเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

    เมื่อปลายเดือนมีนาคม จากการตรวจสอบต่อมาทราบว่า บริษัทที่ประสบปัญหาได้ให้เอกชนรายอื่นรับเหมาช่วง และได้เริ่มงานในพื้นที่ไปแล้ว 2 งวดงาน แต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากชื่อบริษัทคนละชื่อกันกับที่ทำสัญญาเอาไว้ และมีการพิจารณาว่าต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่ และหากยกเลิกสัญญา จะเยียวยาเอกชนรายใหม่ที่เริ่มงานไปแล้วอย่างไร เพราะไม่สามารถเบิกเงินงวดงานได้ ซึ่งฝ่ายอัยการกำลังพิจารณาข้อกฎหมายอยู่

    มัสยิดตะโละมาเนาะ ตั้งอยู่บนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2167 ปัจจุบันมีอายุ 392 ปี มีความเก่าแก่ระดับเดียวกับมัสยิดรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย และเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โครงสร้างหลักของมัสยิดทำจากไม้ แต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับมัสยิดโลหะ สิ่งสำคัญที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน เนื่องจากมัสยิดแห่งนี้เป็นที่เก็บคัมภีร์กุรอ่านที่เขียนด้วยลายมือของท่านวันฮุเซน และภายในยังมีเครื่องใช้ ถ้วยชามโบราณจำนวนมากเก็บรักษาอยู่ด้วย

    โครงการบูรณะมัสยิดตะโละมาเนาะ มูลค่าก่อสร้าง 200 ล้านบาท ประกอบด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์ และทัศนียภาพมัสยิดตะโละมาเนาะ ดังนี้โซน 1 ซ่อมแซมดูแลรักษามัสยิด และปรับปรุงในส่วนที่ชำรุดให้คงตามสภาพเดิม เวนคืนบ้านของชาวบ้านที่บดบังทัศนียภาพมัสยิด 5 หลัง ย้ายสร้างใหม่ในบริเวณใกล้เคียง สร้างห้องประชุม หอจดหมายเหตุ ย้ายโรงเรียนตาดีกาที่อยู่ด้านข้างมัสยิด และสร้างอาคารใหม่สองชั้น โซน 2 บริเวณภายนอกมัสยิดเนื้อที่ 10 ไร่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะสาวอ

     

    เผยแพร่ครั้งแรกที่  http://www.benarnews.org/thai/news/TH-mosque-bankrupt-04212017133421.html

     

    Thai