แม่ทัพภาค 4: ขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่มีตัวตน-ศักยภาพ เหลืออยู่ในปัจจุบัน

Benar News Thai's picture

แม่ทัพภาค 4: ขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่มีตัวตน-ศักยภาพ เหลืออยู่ในปัจจุบัน

มารียัม อัฮหมัด 
ปัตตานี
 
    TH-bombing-1000
    ประชาชน ยืนดูซากคาร์บอมบ์ที่กระเด็นมาจากบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี ไกลหลายร้อยเมตรจากจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2560
     เบนาร์นิวส์
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวแก่สื่อมวลชน ในวันพฤหัส (1 มิถุนายน 2560) นี้ว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกลุ่ม BRN และ PULO เคยมีอยู่จริงในอดีต แต่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นองค์กรที่มีตัวตน พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้ออกมาพูดคุยกับทางรัฐบาล หากว่ามีอยู่จริง ขณะที่ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า การไม่มีอยู่อย่างเป็นทางการของกลุ่ม BRN และกลุ่ม PULO เป็นเพียงเพราะรัฐบาลไม่ยอมรับข้อเท็จจริง

    ในวันนี้ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ได้กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประเทศภาค 4 ส่วนหน้า ว่า ในสมัยก่อนนั้น BRN และ PULO มีอยู่จริง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป 40 ปี ปัจจุบันกลุ่มเหล่านี้ มีเพียงแค่ความพยายามในการสร้างความสำคัญให้กับตัวเองว่ายังมีบทบาท

    "ตอนนี้ เป็นองค์กรที่ไม่มีอะไรแล้ว ซึ่งถ้ามีจริง ก็ต้องเปิดหน้ามาคุย ไม่ใช่มาหลบๆ ซ่อนๆ แล้วมาบอกเป็นขบวนการ" พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว

    “คนเหล่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่จับได้ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน แม้แต่การเป็น RKK เขาก็ไม่รู้ เขารู้แค่ว่าเขามีหน้าที่ก่อเหตุ ยิง วางระเบิด โปรยตะปู สื่อจะไปให้ราคาว่าเป็นบีอาร์เอ็น พูโล อาร์เคเค (ชุดปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น) ความจริงต้องจบได้แล้ว ไม่ควรไปให้ความสำคัญเขาเป็นแค่ผู้ก่อเหตุรุนแรง" พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

    นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายนราธิวาสราชนครินทร์ ในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2547 เหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยที่ไม่มีขบวนการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นบีอาร์เอ็น พูโล บีไอพีพี หรือจีเอ็มไอพี ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งต่างไปจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือองค์การก่อการร้ายอื่นๆ ในต่างประเทศ

    อย่างไรก็ตาม 19 พฤษภาคม 2560 พล.ท.ปิยวัฒน์ ได้นำตัวผู้ต้องหาวางระเบิดเสาไฟฟ้า และผู้ต้องหาวางระเบิดห้างบิ๊กซีสามรายมาแถลงข่าวและทำแผนประกอบการรับสารภาพ ส่วนหนึ่งยอมรับว่าตนเองเป็นสมาชิกขบวนการบีอาร์เอ็น

    ในวันเดียวกันนั้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวประณามกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ที่ใช้ความรุนแรงกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และเด็ก พร้อมทั้งตอบคำถามถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่พาดพิงถึงนายสะแปอิง บาซอ ผู้นำบีอาร์เอ็นคนเก่า และนายดูนเลาะ แวมะนอ ผู้นำบีอาร์เอ็นคนใหม่

    “ที่ผ่านมาผมจำได้ว่าผู้นำคนก่อน สะแปอิง บาซอ เขาเลิกเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คนใหม่กลับมาทำเรื่องนี้ ผมถือว่ายอมรับไม่ได้ ถ้ามีอะไรเผชิญหน้ากัน ถ้ารุนแรงกับทหาร ก็เป็นคู่กรณีคู่ต่อสู้ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในสมัยก่อนเราเคยคุยกัน แล้วเขาก็ยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เขาจะไม่ทำ ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำ หรือทำน้อยสุด กลับมาทำในลักษณะนี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่เลวสุดๆ ถ้ามีอะไร ถ้าคุยก็คุยกัน ถ้าเราไม่มีอะไรต้องคุย ต้องใช้กำลังกัน เจ้าหน้าที่เขาก็มีหน้าที่ปกป้องดำเนินการ” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวในครั้งนั้น

    ด้าน ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า การไม่มีอยู่อย่างเป็นทางการของกลุ่ม BRN และกลุ่ม PULO เป็นเพียงเพราะรัฐบาลไม่ยอมรับข้อเท็จจริง

    “ไม่มีข้อมูลยืนยันที่เป็นทางการ แต่มีการเคลื่อนไหวเป็นแบบนี้มาตลอด ก็จะเห็นว่า กลุ่ม PULO จะมีการออกแถลงการประณาม ซึ่งมาจากต่างประเทศมากกว่า แต่ก็มีองค์กรกลไกภายในประเทศ ส่วนกลุ่ม BRN ไม่ทราบเลย เพราะเป็นองค์กรปิดมาตลอด จะทราบก็ต่อเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยจากคนทำงาน” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

    “รัฐเองไม่อยากให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ข้อมูลที่รัฐบาล ทหารได้ทำการศึกษาวิจัย มีงานทางวิชาการ ที่พบว่ามีการเคลื่อนไหวมีการต่อสู้มีแนวคิด มีการสร้างเครือข่ายไปทั่วในพื้นที่ จึงเชื่อว่า มีขบวนการ BRN อยู่จริง แต่ผู้บังคับบัญชาไม่ยอมรับ จึงไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวเพิ่มเติม

    “ผมมองว่าถ้าต้องการให้มีการแก้ปัญหาตรงเป้าหมาย รัฐควรจะยอมรับเพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงและถูกจุด” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวแนะนำ

    อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร ในฐานะเลขานุการคณะพูดคุยสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวที่กรุงเทพว่า การพูดคุยเพื่อสันติสุข ยังจะคงเดินหน้าต่อไป

    ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ นี้คณะพูดคุยเพื่อสันติสุข และองค์กรมาราปาตานี ได้บรรลุข้อตกลงในกรอบการดำเนินการเพื่อจัดตั้ง “พื้นที่ปลอดภัยนำร่อง” เพื่อเป็นการทดลองขึ้นหนึ่งเขต โดยในชั้นต้น ได้ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอพื้นที่ที่น่าจะเป็นไปได้ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 5 พื้นที่ ซึ่งจะคัดเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งพื้นที่ ในขั้นสุดท้ายอีกครั้ง

    “เป็นไปได้ที่แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาพูด เพื่อไม่ต้องการให้ความสำคัญกับกลุ่มเหล่านี้ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ มีความไม่สงบเกิดขึ้น มีองค์กรใต้ดิน มีส่วนเกี่ยวโยงกับ กลุ่ม BRN” ผศ.ดร.ศรีสมภพ ให้ทรรศนะต่อการให้ข่าวของแม่ทัพภาคที่สี่

    ก่อนหน้านี้ ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ได้ออกแถลงการณ์ประณามการวางระเบิดห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีปัตตานี และมีการเรียกร้องให้เรียกกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงนี้ คือกลุ่มก่อการร้าย แต่ก็ดูเหมือนว่า รัฐบาลนิ่งเฉย เพราะไม่ต้องการให้ความสำคัญกับกลุ่ม BRN เพราะกลัวถูกแทรกแซงจากต่างชาติ

    ทั้งนี้ นายสุณัย ผาสุก นักวิจัยประจำประเทศไทย องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซีว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี น่าจะเป็นขบวนการบีอาร์เอ็น

    “ถ้าดูรูปแบบการโจมตีจะสอดคล้องกับวิธีการที่บีอาร์เอ็นใช้มาตลอดเวลาสิบกว่าปี คือ โจมตีพลเรือนโดยไม่แยกแยะไทยพุทธ-ไทยมุสลิม และใช้ระเบิดหน่วงเวลา เพื่อต้อนคนให้เข้าสู่พื้นที่ระเบิดลูกที่ใหญ่กว่า ครั้งนี้เป็นการก่อเหตุที่รุนแรงมาก แต่บีอาร์เอ็นไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบตลอดเวลาที่ผ่านมา ถือว่าขี้ขลาดมาก” นายสุณัยกล่าว

     

    เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://www.benarnews.org/thai/news/TH-Deepsouth-insurgents-0601201714511...

     

    Thai