เปิดใจ ‘แบร์มุส’ ผู้ร่วมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กลับบ้านแล้ว ยืนยันปกป้องสิ่งแวดล้อม

Patani Society's picture

 

ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน

 

เปิดใจ ‘แบร์มุส’ ผู้ร่วมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กลับบ้านแล้ว ยืนยันปกป้องสิ่งแวดล้อม

 

นายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือ แบร์มุส เปิดใจครั้งแรก หลังปรากฏเป็นข่าวว่าเป็นแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนและหายตัวไป พร้อมการตั้งข้อสงสัยจากการให้สัมภาษณ์ของพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าอาจหายไปกับผู้หญิง จนภรรยา อาจารย์สุไรนี สายนุ้ย ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ออกมายืนยันว่า แบร์มุสอยู่ในที่ปลอดภัย ไม่ได้หายไปอย่างที่ถูกกล่าวหา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน แบร์มุสได้พบกับครอบครัว อาจารย์สุไรนี สายนุ้ย ภรรยาพร้อมลูก 2 คน เพื่อเดินทางกลับบ้านแล้ว

แบร์มุส เปิดเผยว่า ดีใจที่ได้เจอกับครอบครัว หลังเกิดเหตุเมื่อ 27 พฤศจิกายนได้หายไปอยู่ในที่ปลอดภัย เหตุที่ออกไปเพราะถูกทำร้าย จึงต้องไปหาที่ปลอดภัยและโทรศัพท์มือถือหาย จึงต้องไปหาร้านคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตเปิดเฟซบุ๊ก และส่งข่าวบอกครอบครัวว่าปลอดภัย จึงยืนยันว่าไม่ได้หายไปอยู่กับผู้หญิงอย่างที่ตั้งข้อสงสัย

แบร์มุส ชี้แจงถึงภาพข่าวที่ถูกตำรวจจับตัวหิ้วปีกเหมือนถูกจับกุม แล้วหายไปจากที่เกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งแบร์มุสอธิบายว่า

“เหตุการณ์ตอนนั้น พวกเรามาถึงที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มีเจ้าหน้าที่มาขวาง พวกเราจึงหยุดประชุมกันว่าจะทำยังไง พี่น้องบอกจะเดินไปนอนรอ จากนั้นผมก็โดนหิ้ว และโทรศัพท์หายไปตอนที่เกิดปะทะ ไม่รู้ว่าโดนเตะตรงไหนบ้าง แต่มารู้สึกเจ็บที่เข่า จึงบอกเจ้าหน้าที่ว่าเจ็บ เดินไม่ไหว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัว แล้วผมจึงไปหาพี่น้องที่ไปทานข้าวที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลา ซึ่งผมตามมาเป็นคนสุดท้าย แล้วนั่งรถพี่น้องคนหนึ่งมาเจอกันที่ทานข้าว” แบร์มุสเล่าถึงเหตุการณ์หลังมีภาพตำรวจหิ้วปีก

ส่วนที่หายไปก่อนเกิดปะทะรอบสอง แบร์มุสเล่าว่า “เมื่อมาถึงที่ทานข้าว และหลังอาจารย์ดิเรกให้สัมภาษณ์ ผมยืนอยู่ข้างหลังก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรกัน ผมอยากให้พี่น้องได้ละหมาด แต่ตอนนั้นผมเห็นตำรวจมาเยอะมาก ผมได้ยินเจ้าหน้าที่พูดกัน จึงคิดว่าเราต้องไปแล้ว พวกเขามากันแล้ว ตำรวจมีรถผู้ต้องขัง เขามากันเยอะมาก ได้ยินเจ้าหน้าที่บอกว่า จับให้หมด ผมจึงคิดว่าต้องหาที่ปลอดภัย

แบร์มุสเปิดเผยว่าการที่ไม่แสดงตัวเพราะก่อนหน้านี้มีข่าวเยอะมาก จึงต้องอยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนการมาร่วมเดินเทใจให้เทพา เพราะติดตามข่าวจากสื่อว่ามีการคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จึงมาร่วมตั้งแต่ปี 2558 เพื่อร่วมปกป้องชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพราะส่วนตัวทำงานร่วมกับเครือข่ายประชาชนชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ และได้ฟังจากนักวิชาการว่า ถ่านหินจะมีผลกระทบเยอะมาก ไม่คุ้มจะเอาสิ่งดีๆ ที่มีเช่น อ่าวปัตตานีไปสร้างโรงไฟฟ้า จึงฝากไปถึงพี่น้องทุกคนที่ร่วมเดิน เราจะทำงานกันต่อไปเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม

สำหรับแบร์มุส หรือ นายมุสตาร์ซีดีน วาบา เป็นครูโรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มาร่วมกับเครือข่ายคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอำเภอเทพา เพราะสนใจการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน และร่วมเดินเทใจให้เทพาตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน

 

#PATANiSociety

#News #TheStandardCo

#ข่าว3มิติ

 

Thai