บทเรียนจากสัญญาทรัมป์

Mazlan_FTU's picture

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

บทเรียนจากสัญญาทรัมป์ 

1. สัญญาทรัมป์คือสัญญาฉบับถ่ายเอกสารจากสัญญาต้นฉบับของสัญญาบัลโฟร์เมื่อ100 ปีที่แล้ว ที่ใช้ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดประกาศปล้นแผ่นดินปาเลสไตน์ท่ามกลางรู้เห็นของชาวโลก ตอกย้ำประโยคเด็ดที่ว่า "เป็นสัญญาที่มาจากผู้ที่ไม่ใช่เป็นเจ้าของ มอบให้แก่ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์อันชอบธรรม"

2. สัญญาฉบับแรกเป็นการยกดินแดนปาเลสไตน์ให้แก่ไซออนิสต์ ในขณะที่สัญญาฉบับที่สองเป็นการยกอัลกุดส์ให้แก่ยิว

3. สัญญาฉบับแรกให้เงื่อนไขแก่ไซออนิสต์ว่าจะต้องให้ความยุติธรรมแก่ทุกศาสนิกชน ให้อิสรภาพแก่ทุกหมู่เหล่าในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งใกล้เคียงกับสัญญาฉบับที่สอง โดยระยะเวลา 1 ศตวรรษ ทั่วโลกพากันรับรู้ว่าสัจจะในหมู่โจร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

4. เมืองหลวงที่แท้จริงของอิสราเอลหาใช่อัลกุดส์ แต่คือกรุงวอชิงตันต่างหาก ซึ่งเมื่อ1ศตวรรษที่ผ่านมาคือกรุงลอนดอนนั่นเอง

5. ทั้งรัฐบาลกรุงลอนดอนในอดีตและกรุงวอชิงตันในปัจจุบัน ที่อ้างเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกรณีปาเลสไตน์ ความจริงทั้งสองรัฐบาลนี้คือคู่ขัดเเย้งของชาวมุสลิมต่างหากไม่ใช่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

เป็นผู้ก่อการร้ายและผู้สนับสนุนก่อการร้ายตัวจริง หาใช่เป็นผู้ผดุงสันติภาพสากลตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

6. ยิวคือชนชาติที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย ขี้ขลาดและกลัวตายมากที่สุด ถึงขนาดต้องใช้รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯช่วยประกาศประเทศและเมืองหลวงของตนเอง ผิดธรรมเนียมชองประเทศอื่นทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยืนยันสัจธรรมในอัลกุรอานที่เปิดเผยพฤติกรรมขี้ขลาดของพวกเขาว่า "พวกเขาจะไม่ต่อสู้กับพวกท่านยกเว้นในเมืองที่มีป้อมปราการอย่างแน่นหนาหรือจะแอบซ่อนที่กำแพงอันเข้มแข็งเท่านั้น" (อัลหัชรุ/14)

7. ความเข้มแข็งและความมีแสนยานุภาพของอิสราเอล ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งและความมีแสนยานุภาพของสองประเทศนี้เป็นหลัก ที่คอยส่งท่อน้ำเลี้ยงและให้การดูแลเป็นอย่างดี อิสราเอลไม่ต่างอะไรกับเด็กอันธพาลที่มีพ่อแม่เลวๆคอยให้ท้ายเท่านั้นเอง

8. ทรัมป์และผู้นำสหรัฐฯหาใช่ใครอื่นนอกจากสะพานและเครื่องมือของยิวที่ถูกใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อโร้ดแม็พของพวกเขาเท่านั้น ความเหนือของทรัมป์หากเทียบกับผู้นำสหรัฐฯคนก่อนคือความเป็นนักธุรกิจในคราบนักการเมืองขวาจัด ที่ต้องรักษาอำนาจทางธุรกิจของตนเพื่อแลกกับตำแหน่งผู้นำ ซึ่งทรัมป์ได้ทำหน้าที่ตามสัญญาแล้ว

9. อัลกุดส์คือชีพจรของประชาชาติมุสลิม ความอ่อนแอและความเข้มแข็งของอัลกุดส์สามารถสะท้อนถึงสภาพเรือนร่างเดียวกันของประชาชาติเป็นอย่างดี และการที่ทรัมป์กล้าประกาศอย่างเหิมเกริมว่าอัลกุดส์คือเมืองหลวงของอิสราเอลนั้น เพราะเขาประเมินแล้วว่า ประชาชาติมุสลิมคงไม่มีน้ำยาอะไรมากไปกว่าการประท้วง การเผาธงชาติ การสาปแช่งในสื่อโชเชียลเท่านั้น ในขณะที่ผู้นำชาติอิสลามต่างๆ คงเพียงพอกับการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเท่านั้นเอง

10. อัลกุดส์คือสัญลักษณ์การต่อสู้ปกป้องตนเองของผู้อ่อนแอจากการกดขี่ข่มเหงของผู้มีอำนาจ ถึงแม้มีหลายฝ้ายจะดูถูกและคอยซ้ำเติมการต่อสู้ของพวกเขาด้วยวาทกรรมและแผนโสโครกต่างๆทั้งในนามอิสลามหรือไม่ใช่อิสลาม แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆกับการยืนหยัดอันมั่นคงนี้ การต่อสู้ในลักษณะนี้จะดำเนินอย่างต่อเนื่องจนถึงวันกิยามะฮ์

11. อัลกุดส์ไม่มีวันตายหายไปจากหัวใจของประชาชาติมุสลิม ถึงแม้จะมีพี่น้องบางคนของเขา แอบวางอุบายหลอกล่อเขา ทิ้งไปในก้นบ่อลึก แล้วพากันแสดงละครแกล้งร้องไห้จากการจากไปของเขา โดยสร้างพยานเท็จด้วยการทาเลือดแพะที่เสื้อของเขาให้เป็นหลักฐานว่า สุนัขได้ฆ่าเขาแล้ว แต่ในความเป็นจริง เขายังอยู่อย่างปกติสุขในก้นบ่อลึก พร้อมถูกยกขึ้นมาเหนือบ่อ เพื่อประกาศความเป็นตัวตนที่แท้จริงเหนือแผ่นดินตลอดไป

12.ผู้ที่สามารถปกป้องอัลกุดส์ที่แท้จริงคือบ่าวของอัลลอฮฺเท่านั้น อัลลอฮฺไม่มีทางยกให้แก่ชนเปื้อนเลือดที่ได้เข่นฆ่าบรรดานบีมีอำนาจปกครองอัลกุดส์ อัลลอฮ์ทรงต้องการประวิงเวลาให้แก่ผู้อธรรมเหิมเกริมบนโลกนี้ พร้อมยกระดับปัญหาของอัลกุดส์ให้เป็นวาระแห่งประชาชาติอิสลามที่แท้จริง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงวาระแห่งกลุ่มนิยม ชาตินิยมหรืออาหรับนิยมเท่านั้น

13. อัลกุดส์เปิดโดยท่านเคาะลีฟะฮ์อุมัรบินอัลค็อฏฏอบ และได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยบรรดาคอลีฟะฮ์หลังจากนั้นทั้งในยุคคุละฟาอฺรอซิดีน ราชวงศ์อุมาวียะฺฮ์ อับบาสิยะฮฺ์และอุษมานียะฮ์ ผู้ที่สาปแช่งบุคคลเหล่านี้ ไม่มีทางที่จะมีความจริงจังและจริงใจปกป้องอัลกุดส์ ยกเว้นเพื่ออำพรางธาตุแท้ของตนเองหรือแสวงหาผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น

14. ประชาชาติมุสลิมควรใช้โอกาสนี้ วืพากษ์ตัวเอง หันกลับสู่แนวทางที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งและให้ความสำคัญกับความเป็นพี่น้องในอิสลาม ความเป็นอุมมะฮ์วาฮิดะฮฺที่มีภารกิจและเป้าหมายที่้เหมือนกันแทนที่จะห้ำหั่นใส่กันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

15. เชื่อมั่นในความช่วยเหลือของอัลลอฮ์ และพระองค์พร้อมช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธา ตราบใดที่ผู้ศรัทธาพร้อมให้ความช่วยเหลือพระองค์

 

ปล. บทความอยู่ในระหว่างปรับปรุงเพิ่มเติม

 

Thai