บันทึกรักจากกะเดียร์

ResearchReview's picture

 

 

#บันทึกรักจากกะเดียร์

ปลายปีที่ผ่านมา มีสายโทรศัพท์จากเครือข่ายมูลนิธินูซันตารา ประสานงานมา ถามคำถามหลักว่า "อาจารย์สนใจจะทำกิจกรรมด้วยกันไหมคะช่วงต้นปีหน้า" ตอนฟังไม่มีข้อมูลอะไรเลย แต่คำตอบที่ให้ไปคือ"ได้คะ" เพราะเรามีใจอยากทำอะไรให้เด็กในพื้นที่อยู่แล้ว และเราก็รู้ว่าองค์กรที่ทำงาน เขาทำงานให้เด็กในกลุ่มที่มีโอกาสน้อยในสังคม เราจึงยิ่งมีใจให้และไม่ลังเล

การพบกันเพื่อทำความเข้าใจมีช่วงก่อนสิ้นปี การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเริ่มขึ้น และบทสนทนาจบได้ไม่ยากนัก และรู้ว่าหน้าที่ต่อไปคือ การออกแบบหลักสูตรค่ายการเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะให้เด็กในพื้นที่ เงื่อนไขหนึ่งที่ทราบคือพื้นที่ที่จะจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้เป็นที่ที่มีความรุนแรงค่อนข้างสูง(กว่าพื้นที่อื่นเมื่อเทียบกัน) พอรู้แบบนั้นฉันยิ่งต้องไป เพราะในใจคิดเลยว่า "ถ้าเป็นแบบนี้เด็กกลุ่มนี้ยิ่งมีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น"

แต่เวลาเตรียมตัวอาจมีไม่มากนัก เพราะกิจกรรมค่ายจะต้องทำในช่วงปลายมกราคม ถึงมีนาคม แล้วเราต้องจัดประมาณ 5 พื้นที่ ทีนี้แหละการบ้านหนักก็ตกมาที่ฉัน

พอนึกถึงหน้าเด็กประถมลอยมา ความอลหม่าน ผสมผสานกับความซนของวัยนี้ คงพาฉันวุ่นแน่ๆ จะทำยังไงให้ปูอยู่ในกระด้งได้ ทำให้ลิงน้อยอยู่นิ่งนานๆ ฉันถึงขั้นรื้อตำราจิตวิทยาเด็ก พร้อมหาคู่มือการสอนประถมวัยมาดูเลยทีเดียว สุดท้ายก็ได้กิจกรรมใน 2 วันที่จะจัดค่ายให้เด็กน้อย

การคิดกิจกรรมในหลักสูตรครั้งนี้สั้นมากจนกลัวทำมันได้ไม่ดี แถมคิดช่วงเดินทางอีก สติจะไม่เต็มที่เท่าไหร่ อีกทั้งเมื่อคิดถึงภาษาหลักที่ฉันใช้สื่อสารเป็นภาษาไทย ช่างดูเป็นแขกของพื้นที่ยิ่งนัก เพราะส่วนใหญ่ทั้งเด็กน้อยและผู้ใหญ่ใช้ภาษามาลายูถิ่น ซึ่งทักษะด้านนี้มันช่างแปและมาก ช่างอ่อนแอเหลือเกิน ความเป็นพุทธของฉันก็ทำให้ฉันหวั่น กลัวเข้ากันยากกับเด็กน้อย แต่ใจก็คิดว่า "ลองสักตั้ง ทำสักที ไม่เสียหาย เราหวังดีผลต้องดีแน่นอน" คิดแค่นี้ ลุยยยยยยยย ยาวเลยยยยย

#ค่ายแรกก็มาเยือน !!!! 

เช้าวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 เรา (เราในที่นี้คือ นีโม่สหายของฉัน และศิษย์สังเคราะห์2 คน ได้แก่แบปา และกะเล็ก) ออกเดินทางจากปัตตานีมุ่งหน้าสู่บ้านปูลัย ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เดินทางไปด้วยใจเต้นแรง ราวกับว่าสาวน้อยจะออกเดทกับหนุ่มที่ตนหลงรัก แต่ที่ตื่นเต้นหนักคือที่นี่อยู่ไหนฉันไม่รู้จัก แต่สุดท้ายก็ไปถึงจนได้

กิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่ไปถึง ฉันรับหน้าที่รันกิจกรรมพร้อมน้องชายคนเก่ง "จิวา" ชายหนุ่มผู้มาพร้อมลีลาที่แพรวพราว จากเครือข่าย YICE เราเริ่มต้นตั้งแต่การรู้จักกันผ่านกิจกรรม "รู้จักฉัน รู้จักเธอ" พร้อมทั้งพาเด็กๆไปท่องโลกความฝันในวันข้างหน้า ผ่านการวาดภาพ "ความฝันของฉัน" และทีเด็ดเช้าวันแรกคือ"การออกกฎค่ายร่วมกัน" เพราะเด็กบอกว่าผู้ใหญ่ชอบบังคับ เราเลยขอบังคับกันเองบ้าง และกฎที่ได้มาก็พาให้ผู้ใหญ่อย่างเรายิ้ม ไม่ว่าจะห้ามตดที่สาธารณะ ห้ามเลี้ยว  (อันนี้ต้องอธิบายหลังไมค์แต่เราขำหนักมากกก)

จังหวะของการพักเที่ยงฉันเห็นความพร้อมเพรียงของเด็ก การรอคอยกันเพื่อกินข้าวพร้อมหน้า และต้องอ่านดุอาร์ และเมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนได้ละหมาดพร้อมกัน ภาพนี้งดงามมาก

การขยับกิจกรรมไปต่อกับการท่องโลกตัวอักษร พยัญชนะไทย สระ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ฉันพบว่าเด็กที่นี่มีทักษะภาษาที่ดีโดยเฉพาะความสนใจในภาษาอังกฤษ เพราะเมื่อฉันพูดภาษาอังกฤษทุกคนจะยิ้มฟัง พยายามพูดตาม จนเราต้องคุยกันด้วยภาษาอังกฤษในบางครั้ง #โดยเฉพาะซาการียาบัดดี้ของฉัน เธอเก่งและกล้าหาญมากพูดภาษาอังกฤษแบบไม่อาย มันทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจมากกกที่จะเพิ่มทักษะต่างๆให้เด็กต่อไป และวันแรกเราก็จบกิจกรรมในภาคค่ำกันด้วยการช่วยกันเล่านิทานด้วยกัน

วันที่สองของค่าย เริ่มด้วยกิจกรรมจากพื้นที่ ทั้งการตื่นเช้าละหมาด ออกกำลังกาย เก็บขยะ กินข้าว แล้วทุกคนก็พร้อมเพรียงกัน วันนี้เรามีทีเด็ด เรามีกิจกรรม "ตามล่าหาสมบัติแห่งบาลอ" โดยให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังทุ่งนา พร้อมกับเก็บสมบัติกลับมาคนละ 1 ชิ้น สมบัติที่น่าทึ่งที่เด็กบอกฉันคือ "ดิน" และ "น้ำ" เด็กบอกกับฉันว่า ดินที่ดีเราจะเพราะปลูกได้ มีข้าวไว้กิน และน้ำที่ดีเราจะมีน้ำดื่มน้ำใช้ พร้อมน้ำสำหรับเพาะปลูก ฟังแล้วยิ้มกว้างงงงงมากกกกกก

สมบัติที่ได้มามีค่า น่ารัก และมีความฮาปนอยู่หนักมาก เพราะบางคนเก็บขี้วัวมา พร้อมบอกว่านี่คือที่มาของก๊าซธรรมชาติ บางคนเก็บทากมา เพื่อใช้เป็นสัตว์ไปสู้กับคนที่มาทำร้ายเขา บางคนเก็บหอย บางคนเก็บดอกไม้ ใบหญ้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาเห็นคุณค่าของท้องนา และสมบัติที่มีค่าบนผืนแผ่นดินนี้

เมื่อสมบัติมีค่า ฉันจึงไม่รอช้าที่จะมาทำสิ่งประดิษฐ์ต่อไปที่มีชื่อว่า "บือแนมอกีตอ" หรือ ทุ่งนาบ้านฉัน การประดิษฐ์นี้ประกอบด้วยดินน้ำมัน สีเทียน และสมบัติที่เขาเก็บมา การทำงานต้องช่วยกันเป็นกลุ่ม ซึ่งภาพที่เห็นมันช่างน่าประทับใจ ทุกคนช่วยกันและสนุกกับงานชิ้นนี้มาก ที่สำคัญสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้งดงามและมีความหมายเหลือเกิน ยิ่งเรื่องเล่าอธิบายภาพยิ่งสนุก เพราะมีควายจากดาวพุธ มีช้างจากเขาลงมาในนา และมีอีกหลายอย่าง ที่ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า #เด็กน้อยเก่งจริงๆ

แล้วฉากสุดท้ายของงานก็มากับกิจกรรม "นิทานของเรา กับค่ายนี้ที่ฉันจะจำ" ทุกกลุ่มแต่งนิทานของตัวเองพร้อมออกมาเล่าให้ทุกคนฟัง ยิ่งได้ฟังนิทานตอนสุดท้ายยิ่งมีความสุข และยิ่งยิ้มกว้างงง พร้อมกับมีพลังมหัศจรรย์ที่วิ่งเข้ามาที่กลางใจฉันมันช่างอิ่มใจจริงๆ

ท้ายสุดจริงๆคือการร่วมร้องอานาซีรและสลามกันกับทุกคน ฉากนี้ต้องมีน้ำตา เพราะเด็กน้อยกอดฉัน หอมแก้ม และขอบคุณ ซึ่งทำซ้ำจนมันตื่นตันมากมาย มันคือความทรงจำของความสุขที่จะเป็นพลังให้ฉันจะทำค่ายเด็กต่อไปแน่นอน

ต้องขอบคุณทีมงานนูซันตารา เดะละห์ แบยุ แบฮาลาดี และสาวสาวทุกคนที่ยังไม่ได้เอ่ยชื่อ หนุ่มๆจาก YICE จิวา อเดล และคนอื่นๆ พร้อมทั้งทีมพี่เลี้ยงน่ารักจากพื้นที่ และผู้ใหญ่ใจดีทุกคน ขอบคุณโต๊ะอิหม่าม โต๊ะบิลา เจ๊ะครูตาดีกา และแม่ครัวพร้อมทั้งชาวบ้านทุกคนที่บาลอคะ และที่สำคัญขอบคุณสหายทั้ง 3 นีโม่ ปา และเล็ก ที่ร่วมกันลุยไปด้วยกัน #ไปอีกนะ

 

ยิ่งเขียนยิ่งรัก

กะเดียร์

29 มกราคม 2561

 

 

ดูรูปภาพเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 

 

Thai