กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน อ่าวไทยมีลมมรสุมกำลังแรง

DSW Database's picture

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน อ่าวไทยมีลมมรสุมกำลังแรง

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 8 - 10 มกราคมนี้

สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ยังคงมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ขณะนี้ยังมีฝนตกลงมาเป็นช่วง ๆ ในบางพื้นที่ ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสายบุรี มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 2.20 เมตร ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม อีกทั้งยังขยายวงกว้างกินพื้นที่ 11 อำเภอแล้ว คือ อำเภอสุไหงโก-ลก แว้ง ตากใบ เจาะไอร้อง จะแนะ ระแงะ สุไหงปาดี ยี่งอ บาเจาะ รือเสาะ และอำเภอเมือง

โดยพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก มีระดับน้ำท่วมขังสูงสุด เฉลี่ย 60-130 เซนติเมตร คือ บริเวณชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ส่วนพื้นที่อำเภออื่น ๆ นั้น มีปริมาณน้ำท่วมขังโดยภาพรวมสูงเฉลี่ย 40-60 ซนติเมตรส่งผลทำให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ใน 182 หมู่บ้าน 49 ตำบล 11 อำเภอ ได้รับความเดือดร้อน รวม 38,446 คน พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมขัง จำนวนกว่า 9 ,000 ไร่ ถนนสายหลักและสายรองภายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วม 67 สาย

นอกจากนี้ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา จังหวัดนราธิวาส ทั้ง 3 เขต ถูกน้ำท่วมแล้ว จำนวนกว่า 10 โรง และคาดว่าในพรุ่งนี้ (10 มกราคม) ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการฉุกเฉิน จนกว่าสภาวะน้ำท่วมจะคลี่คลาย

 

 

น้ำท่วม 11 อำเภอนราธิวาส-ยะลาดินถล่ม [8 มกราคม]

นราธิวาสประกาศ ให้ 11 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว จากเหตุอุทกภัย พร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ด้านยะลาดินถล่มปิดเส้นทางจราจร

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จ.นราธิวาส สรุปสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ว่า ได้ประกาศให้พื้นที่ 11 อำเภอ ยกเว้น อ.สุคิริน และ อ.ศรีสาคร เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว หลังจากฝนตกลงมาต่อเนื่องติดต่อกันนาน 6 วัน

ทั้ง นี้ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 38,446 คน จาก 10,014 ครัวเรือน ใน 11 อำเภอ 49 ตำบล 182 หมู่บ้าน และถนน 3 สาย ในพื้นที่ อ.จะแนะ ได้รับความเสียหาย โดยทางการได้สั่งอพยพราษฎรในพื้นที่ อ.ระแงะ อ.แว้ง และอ.สุไหงโก-ลก ไปอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชั่วคราวในแต่ละพื้นที่ รวม 216 คนแล้ว เพื่อความปลอดภัย โดยนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องอุปโภค-บริโภค ข้าวกล่อง และยารักษาโรค เข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่วนระดับน้ำในลุ่มน้ำโก-ลก ขณะนี้อยู่สูงกว่าตลิ่ง 2.2 เมตร ส่วนที่ลุ่มน้ำสายบุรี และลุ่มน้ำบางนรา ระดับน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่ลุ่ม ชาวบ้านบางส่วนต้องอาศัยเรือท้องแบนในการสัญจรไปมาโดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ อส.คอยดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

ขณะที่สภาพฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในจังหวัดยะลา ได้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรีเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อท่วมสวนยางพาราในหลายหมู่บ้าน นอก จากนี้ยังเกิดดินถล่มลงมาปิดทับเส้นทางการจราจรบนทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง) บริเวณบ้านคอกช้าง หมู่ 7 ต.แม่หวาด เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถตักดินขุดดินออกจากพื้นผิวถนน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางการจราจรได้

 

เตือน! ภาคใต้ตั้งแต่ สุราษฎร์ฯ ลงไป ฝนตกหนัก [7 มกราคม]

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. วันที่ 7 มกราคม 2554 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีน ใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยตอนล่าง มีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-8 ม.ค. 2554

สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไป มีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้ (7-8 ม.ค.)

สำหรับกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ - 06:00 น. วันพรุ่งนี้ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 ก.ม./ช.ม.

ออกประกาศ 07 มกราคม 2554 เวลา 06:00 น.

 

 

 

 

 

 

ฝนถล่มใต้ น้ำท่วมอีกระลอก เฝ้าระวังดินถล่ม [6 มกราคม]

ฝน ถล่มใต้อีก ทำน้ำท่วมพัทลุงอีกครั้ง ต้องสั่งปิดโรงเรียน 12 แห่ง ขณะที่จังหวัดสงขลาเกิดดินสไลด์ทับบ้านเรือนชาวบ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ว่าฯ สั่งอพยพชาวบ้านไปไว้ที่ปลอดภัย ด้านยะลา-ระนอง-สุราษฎร์ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม

สภาพ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักใน จ.สงขลา ส่งผลให้เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันนี้ (6 ม.ค.) ดินจากเขาน้อย ซึ่งเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลนครสงขลา จ.สงขลา เกิดสไลด์ลงมาทับบ้านเลขที่ 70/1 ซอย 5 ถ.สะเดา ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดบริเวณเชิงเขา โดยมีทั้งดิน หิน และต้นไม้ได้ไหลลงมาทับบนหลังคาห้องนอนซึ่งอยู่ด้านหลังของบ้าน ส่งผลให้ นายกฤษดา สู่เมือง อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านที่นอนหลับอยู่ในห้องนอนเสียชีวิตทันที และบ้านพังเสียหาย หน่วยกู้ภัยต้องใช้เวลากว่า 1.30 ชั่วโมง ในการเข้าช่วยเหลือนำร่างออกมาได้ท่ามกลางซากปรักหักพัง

ด้าน นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณเชิงเขาน้อย ซึ่งมีอยู่กว่า 40 หลังคาเรือน อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว เพราะยังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อดินสไลด์ลงมาซ้ำอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้ทางเทศบาลนครสงขลา จัดเตรียมสถานที่รองรับ และช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการอพยพออกจากบ้าน

 

 

ดินสไลด์ จ.สงขลา

 

ดินสไลด์ จ.สงขลา

ส่วนความช่วยเหลือครอบครัวของนายกฤษดา สู่เมือง อายุ 29 ปี ครูโรงเรียนวชิรานุกูลนั้น เบื้องต้น ได้มอบเงินช่วยเหลือค่าทำศพให้จำนวน 25,000 บาท และเงินค่าซ่อมแซมความเสียหายของบ้านอีก 20,000 บาท รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และทีมจิตแพทย์ เข้าไปเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจของพ่อแม่ และน้องสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะนี้ศพของ นายกฤษฎา ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแหลมทราย และจะมีพิธีรดน้ำศพ ในเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้

สำหรับเหตุการณ์ดินจากเขาน้อยถล่มในครั้งนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิต 1 ราย ล่าสุด

 

 

น้ำท่วมพัทุลง

 

น้ำท่วมพัทลุง

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม ในจังหวัดพัทลุงยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด ในอำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอศรีนครินทร์ และอำเภอศรีบรรพต ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ระดับน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้น และน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่สวนยางพารา นาข้าว บ้านเรือน

โดย เฉพาะเมื่อตอนเช้าของวันนี้ น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดในอำเภอกงหรา ได้ไหลทะลักเอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมเส้นทาง ทางเข้าหมู่บ้าน สวนยางพารา นาข้าวบ้านเรือน และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง ระดับน้ำ 50 – 60 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่เร่งขนย้ายของภายในสำนักงาน เนื่องากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีฝนตกหนักในพื้นที่ตลอด ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลต้องออกประกาศเสียงตามสาย เตือนประชาชนที่อยู่ติดริมคลองให้รีบขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง ในขณะที่วันนี้โรงเรียนจำนวน 12 แห่ง ในพื้นที่ของอำเภอกงหรา และอำเภอเมืองพัทลุง ได้ปิดการเรียนการสอน

โดยทางจังหวัดพัทลุงได้ออกประกาศเตือนประชาชน ในพื้นที่ริมเทือกเขาในพื้นที่อำเภอกงหรา และอำเภอศรีนครินทร์ ให้ระมัดระวังดินถล่ม พร้อมกันนั้นส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเฝ้าระวังจุดที่เคยเกิดดินโคลนถล่ม หวั่นเกิดดินโคลนถล่มซ้ำ เพื่อเตรียมอพยพชาวบ้าน พร้อมทั้งเฝ้าจุดเสี่ยงดินถล่มอีกจำนวน 7 แห่ง

ขณะ ที่จังหวัดยะลา นายเวโรจน์ สายทองแท้ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการที่ได้มีฝนตกหนักติดต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2553 จนถึงขณะนี้ ทำให้บางพื้นที่เริ่มมีน้ำเข้าท่วมขังในสวนผลไม้ สวนยางพารา โดยเช้าวันนี้ ในพื้นที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้ มีน้ำเข้าท่วมภายในโรงเรียน มีระดับน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร ครูและนักเรียน ช่วยกันขนย้ายสิ่งของครุภัณฑ์ไปอยู่ในที่สูงแล้ว

ทั้งนี้ ทางจังหวัดยะลา ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ อ.รามัน ที่อยู่ติดแม่น้ำสายบุรี ให้ เฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มมากขึ้น หากยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่วน อ.กรงปินัง อ.บันนังสตา อ.ธาร โต อ.เบตง อ.ยะหา และ อ.กาบัง เฝ้าระวัง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลน

ส่วนสภาพอากาศในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ได้เกิดฝนตกตลอดทั้งวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทางจังหวัดได้กำชับให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มอีกระลอก โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณเชิงเขา และริมแม่น้ำ ขณะที่คลื่นลมในอ่าวไทยบางช่วงสูง 2-3 เมตร จึงประกาศให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดระนอง ได้ติดตามเฝ้าระวังปัญหาดินสไลด์ลงมาปิดกั้นเส้นทางคมนาคม โดย ประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หลังเกิดฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำไว้เต็มที่เสี่ยงจะเกิดภาวะดินสไลด์ และดินโคลนถล่มตามมาได้

 

ที่มา : www.kapook.com

Thai