ครึ่งแรกเดือนก.ย.ไฟใต้ซา -รวบ 5 ผู้ต้องสงสัยป่วน 3 จชต.

DeepSouthWatch's picture


 

 

สำหรับความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาบางส่วน ของเดือนกันยายน (1-15 ก.ย.) โดยทั่วไปแล้วลักษณะการก่อเหตุของเดือนนี้ ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ลอบยิงรายวัน ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความถี่ของเหตุการณ์ความในครึ่งแรกของเดือนนี้ ค่อนข้างที่จะเบาบางลงเป็นอย่างมาเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 15 วันของเดือนอื่นๆ ที่ผ่านมา

 

โดยเหตุความไม่สงบโดยเฉพาะการลอบวางระเบิด เกิดขึ้นช่วงเที่ยงของวันที่ 11 ก.ย.ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน เข้าไปทำทีซื้อของในร้านขายของชำและขายอาหารสัตว์ของ นางกฤตยา บุญรักษ์  พื้นที่ ม.4 บ.เนียง  ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา  และได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่นางกฤตยา จำนวน 5 นัด ถูกที่บริเวณศรีษะ 2 นัด ลำตัว 2 นัด และแขนอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ส่วนคนร้ายขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทาง ม. 1 บ.เปาะเส้ง ต.เปาะเส้ง กระสุน

 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองยะลา นำโดย พ.ต.ต.วิรัตน์  ดำคง สวป.สภ.อ.เมืองยะลา พร้อมกับ ร.ต.ท.ไชยยศ  พฤฒิพงศ์พาณิชย์ พนักงานสอบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 5 นาย ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ  และได้เกิดระเบิดขึ้นจากชั้นวางของภายในร้านซึ่งเป็นที่ตั้งของกระป๋องเมล็ดพืช แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้ชึ้นวางของได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 นาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากระเบิดแสวงเครื่องจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นระเบิดขนาดเล็ก  มีอนุภาพไม่รุนแรง 

 

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า หลังจากก่อเหตุยิงเจ้าของร้านแล้วคนร้าย จึงได้นำระเบิดทิ้งไว้ภายในร้านก่อนหลบหนี โดยมุ่งหวังที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่เข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุโดยเฉพาะ จากเวลาที่คนร้ายก่อเหตุพร้อมวางระเบิดเอาไว้ จนมาถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเวลาห่างกันเกือบ 1 ชั่วโมง  แต่โชคดีที่ระเบิดมีอนุภาพไม่รุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บไม่มาก

 

นอกจากการก่อเหตุของคนร้ายแล้ว การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่โชว์ผลงานเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบและคดีการก่อเหตุได้ถึง 5 คน  โดยช่วงบ่ายของวันที่ 13 ก.ย. ทางกำลังผสมระหว่างตำรวจและทหาร จำนวนหนึ่งได้ร่วมกันเข้าไปตรวจค้นยังบ้านเลขที่ 16/5 หมู่ที่ 3 ตำบลยะต๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมีพฤติกรรมเรียกชาวบ้านในพื้นที่เพื่อมาปลุกระดม และมีการหมุนเวียนเข้าออกของบุคคลแปลกหน้าอยู่บ่อยครั้ง

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจค้น  ได้มีชายคนหนึ่งพร้อมถืออาวุธปืนอาก้าออกมาทางหน้าบ้าน และชายอีกคนออกมาทางข้างบ้านเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 ไว้ และขอกำลังสนับสนุน ทำการปิดล้อมบ้าน เนื่องจากทราบจากผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 ว่ายังมีบุคคลต้องสงสัยอยู่ในบ้านพักอีก 3 คน  เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวไว้ เนื่องจากเกรงว่าบุคคลที่อยู่ภายในบ้านพักจะทำการยิงตอบโต้ ปิดล้อมอยู่กว่า 3 ชั่วโมง บุคคลทั้ง 3 จึงยอมออกมาแสดงตนกับเจ้าหน้าที่

 

จากการสอบสวนทราบว่าทั้ง 5 คน ประกอบด้วยนายรอสือลี  ลิแจ ,นายอาพันธ์ดี  อีซอมูซอ,นายมาหะมะเซร็ง  ตาลีตา,นายมะกือรี  เด็งสาแม และนายสัมลัน  อาแซบากา  ทั้งนี้การตรวจค้นยังอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ อย่างเช่น อาวุธปืนอาก้า หมายเลขทะเบียน 56-17084340 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน อ้าก้า 11 นัด  ซองกระสุนอาก้า 1 ซอง อาวุธปืนพกสั้น .38 ทะเบียน กท.4408308 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนและกระสุนอีก 5 นัด อาวุธปืนลูกซองยาวเดี่ยว ทะเบียน ยล.3/2513 จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุน 11 นัด  วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง และ เป้สนาม 5 ใบ

 

ตรวจสอบประวัติพบว่า นายรอสือลี  ลิแจ เคยมีหมายจับสภ.ต.โกตาบารู และเป็นสมาชิกกลุ่ม อาร์เคเค ร่วมกับนายอาพันธ์ดี  อีซอมูซอ อยู่ในกลุ่มของนายอับดุลเราะห์มาน  เจ๊ะเต๊ะ  ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่ บ้านบูเกะบือราแง หมู่ที่3 ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

สำหรับภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-15 ก.ย. มีทั้งหมด  28  ครั้ง เกิดเหตุการณ์มากที่สุดที่จังหวัดยะลา จำนวน 11 ครั้ง   รองลงมาเป็นจังหวัดนราธิวาส  จำนวน  9  ครั้ง จังหวัดปัตตานี จำนวน  8 ครั้ง  ส่วนจังหวัดสงขลาไม่ปรากฎเหตุการณ์ความไม่สงบ 

 

โดยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มีทั้งหมด 9 ราย เป็น ประชาชนทั้ง 9 ราย  เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีเสียชีวิต  ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งหมด 23 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 9 ราย ประชาชน 14 ราย

 

โดยภาพรวมของจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ของ15 วันแรกของเดือนกันยายนเปรียบเทียบกับช่วง 15 วันหลังของเดือนสิงหาคม มีความแตกต่างกันสูงมาก ถือว่า ลดลงเกือบ 3 เท่าของจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่เกิดขึ้นใน 15 ที่ผ่านมา

 

ที่มา: สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Thai