ตุลาปักษ์หลังระอุ “ยิง-บึ้ม-เผา” เหยื่อไฟใต้รวมร้อย

DeepSouthWatch's picture

 


 


 

 

ช่วงครึ่งเดือนหลัง(16 -31  ตุลาคม 2549) ที่ผ่านมานั้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน และกระจายในทุกพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนใต้และบางส่วนของจังหวัดสงขลา ทั้งเหตุวางระเบิด ลอบยิง วางเพลิง โปรยตะปูเรือใบ ขณะที่ยอดของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เพิ่มสูงกว่าหลายๆเดือนที่ผ่านมา โดยมีเหตุการณ์สำคัญสำคัญหลายเหตุการณ์ดังนี้

เริ่มด้วยเหตุแรกในวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจมาก บุกยิงถล่มป้อมรักษาการ ฐาน ฉก.11 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันพัฒนาพิทักษ์ทรัพยากร กรม2 พัน 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่สามแยก บ้านจะกว๊ะ-บ้านตายา  หมู่ที่ 1 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยใช้อาวุธปืนอาก้า เอ็ม 16 และอาวุธปืนลูกซองยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ภายในป้อมรักษาการจำนวนหลายชุดแล้วเกิดการปะทะกันขึ้นนานประมาณ 5 นาที

 

หลังสิ้นเสียงปืนพบเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 รายคือ ส.ต.ศรคม  งามสำลี   นอนเสียชีวิตภายในบังเกอร์สภาพถูกยิงเข้าที่ลำตัวหลายนัด และบาดเจ็บอีก 4 ราย

 

กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นกลุ่มของอีหม่ามฮาเล็งจะกว๊ะ หรือนายดุลละหาเล็ง ยามาสะกา  พร้อมพวก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และมีหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของ สภ.อ.รามัน ในหลายคดี

 

อีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบครึ่งเดือนตุลาคมนี้ ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมไม่น้อย คือเหตุการณ์คนร้าบลอบวางระเบิดสังหารพระและทหารชุดคุ้มครองพระขณะออกบิณฑบาตรในจังหวัดนราธิวาส

 

เหตุเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม ขณะที่พระสงฆ์จากวัดพรหมนิวาศ จำนวน 5 รูปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 5 นายจากสังกัด สอ.รฟ.ร้อย รปภ.สนามบินบ้านทอน จาก จังหวัดชลบุรี ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการ และดูแลสนามบินบ้านทอน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กำลังยืนรับบิณฑบาตจากชาวบ้านอยู่ที่ข้างร้านอีเล็กทรอนิคเซ็นเตอร์ ริมถนนจำรูญนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส คนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาซุกซ่อนไว้ที่ถังขยะริมถนน จึงได้กดจุดชนวนระเบิดด้วยสัญญานโทรศัพท์มือถือจนเกิดระเบิด

             

แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 ราย คือพลทหาร ปราโมท วรรณสุข อายุ 22 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นทหารอีก 4 นาย พระสงฆ์ทั้ง 5 รูปรวมไปถึงประชาชนอีก 3 ราย ที่กำลังตักบาตรอยู่

 

จากเหตุการณ์นี้มีพุทธศาสนิกชน และผู้นำในศาสนาอิสลาม จำนวนมาก ได้ร่วมกันออกมาประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดกระทำได้ แม้พระสงฆ์ที่เป็นตัวแทนของศาสนา

 

นอกจากเหตุที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพระสงฆ์แล้ว ยังมีอีกเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้ทราบข่าวไม่น้อย กับเหตุยิงประชาชน ที่คนร้ายกระทำได้แม้กระทั้งเด็กวัย 3 ขวบ

 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณคอสะพานบ.บือซู หมู่ 6 ตำบลบันนังสตา  อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา คนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์ประกบยิง นายอาคม และนางอรุณรัตน์  จันทร์เล็กพัฒน์ สองสามีภรรยา ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์กลับจากซื้อกับข้าวใน อ.บันนังสตา วึ่งทั้งสองได้พาลูกสาว ด.ญ.ปัทมาพร  จันทร์เล็กพัฒน์ วัย 3 ขวบไปด้วย

 

คนร้ายได้ยิงสองสามีภรรยาเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนลูกสาววัย 3 ขวบ คนร้ายได้ยิงเข้าที่ศรีษะอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา  แต่ ด.ญ.ปัทมาพร ได้เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น

 

ในเขตจังหวัดสงขลาเหตุการณ์ความไม่สงบได้เกิดขึ้นเช่นกัน วันที่ 20 ตุลาคม ได้เกิดเหตุลอบวางระเบิดขึ้นที่บริเวณร้านน้ำชา ข้างตลาดสดบ้านลำไพล เลขที่ 303 ถนนเพชรเกษม ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

 

เหตุเกิดขึ้นขณะที่ชาวบ้าน10 กว่าราย กำลังนั่งดื่มน้ำชาในร้านดังกล่าว คนร้ายที่คาดว่าจะเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะหินอ่อนหน้าร้านด้วยโทรศัพท์มือถือขึ้น แรงระเบิดทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในร้านกระเด็นข้าวของกระจัดกระจาย มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที่ 1 ราย คือนายอิมรอน เหล็มแระ  และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 ราย  ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งหมด 9 ราย ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่ง ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น

 

ด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วง 15 วันนี้มีผลการปฏิบัติงานที่อยู่ 1 ครั้ง เป็นการตรวจค้นได้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 7 กระบอก ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

 

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจพบอาวุธปืนที่คนร้ายซุกซ่อนเอาไว้ได้ ในพื้นที่ม.1 บ้านตะโละอาโหร์ ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พบอาวุธปืนสงครามชนิดปืนยาว เอ็ม 16 จำนวน 7 กระบอก พบกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 46 นัด และซองปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 ซอง

 

จากการตรวจสอบอาวุธปืนทั้ง 7 กระบอกดังกล่าว ปรากฏว่าเลขทะเบียนปืน
ได้ถูกขูดทำลาย มีเพียงหมายเลขประจำปืน เท่านั้น ซึ่งเป็นอาวุธปืนของฝ่ายปกครองจำนวน 2 บอก คือ  5067371,5290716  ส่วนอีก 5 กระบอกอยู่ระหว่างตรวจสอบ มี 4594050, 4436094,3364553,14287 ส่วนเลขที่เหลือถูกทำลาย ส่วนอีกกระบอก มีเลข 9 เลขเดียวส่วนเลขอื่นถูกทำลายเช่นกัน ซึ่งน่าเชื่อว่าอาวุธปืนทั้งหมดคนร้ายน่าจะได้จากการปล้นอาวุธปืนที่ค่ายทหารปีเหล็งจังหวัด นราธิวาส และบางส่วนน่าได้มาจากการโจมตีเจ้าหน้าที่และขโมยไป

 

สำหรับภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 16 – 31  ต.ค. มีทั้งหมด  78  เหตุ การณ์ เกิดเหตุการณ์มากที่สุดที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 39 เหตุการณ์   รองลงมาเป็นจังหวัดยะลา  จำนวน  22  เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 15 เหตุการณ์และในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสงขลา จำนวน 2 เหตุการณ์

 

ส่วนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มีทั้งหมด 41 ราย เป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ 4 ราย  ประชาชน 37 ราย  ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งหมด 84 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 40 ราย ประชาชน 44 ราย

สรุปภาพรวมของจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ของครึ่งเดือนหลังตุลาคมเปรียบเทียบกับช่วง 15 วันหลังของเดือนตุลาคม จำนวนเหตุการณ์เพิ่มเท่าตัว ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บ สูงขึ้นถึง 3 เท่าตัว นับเป็นช่วงที่มีสถิติเหตุการณ์อีกช่วงหนึ่งในปี 2549

 

 

Thai