ครึ่งแรกเดือนพ.ย. ห้วงแห่งการต่อต้านสมานฉันท์ชายแดนใต้

DeepSouthWatch's picture


 

 

ที่มา: สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

เหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาบางส่วนของเดือนพฤศจิกายน  ในห้วงวันที่ 1 – 15 พ.ย. 2549 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางลงมายังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง2 ครั้ง และได้เข้าพบปะพูดคุยปัญหาในพื้นที่กับหลายๆ ฝ่าย รวมไปถึงการเอ่ยขอโทษประชาชนในพื้นที่กับการแก้ไขปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ทำให้หลายๆ ฝ่ายมองว่า แนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่จะดีขึ้น

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในห้วง 15 วันของเดือนนี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่แตกต่างจากเดือนอื่นๆ ซ้ำยังรุนแรงขึ้น โดยเริ่มต้นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ได้มีชาวบ้านบาเจาะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กว่า 300 คนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและสตรีมุสลิม รวมตัวกันปิดล้อมโรงเรียนบ้านบาเจาะ หมู่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 3202 

เบื้องต้นผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนชุดดังกล่าวย้ายออกนอกพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้าที่เมื่อวันที่  3 พ.ย. 49 ที่ผ่านมานายอิสมาย สามะ บิดาของนายอับดุลเลาะ สามะผู้ต้องหาคดีก่อความไม่สงบ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้และได้รับการปล่อยตัว ถูกยิงเสียชีวิต โดยกลุ่มชาวบ้านได้เชื่อว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ โดยตลอดเส้นทางที่จะเดินทางเข้าไปยังโรงเรียนบ้านบาเจาะ มีการโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางทางและเผายางล้อรถเพื่อสกัดกั้นการเดินทางของเจ้าหน้าที่

ต่อมา พ.อ.ชินวัตร แม้นศรี ซึ่งได้รับคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นตัวแทนเจรจาแจ้งว่า ให้ชาวบ้านสลายการชุมนุมก่อน และทางเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะถอนฐานปฏิบัติการ ตชด.กลับภายใน 2-3 วัน โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีสัมภาระมาก จะใช้เวลาถอนกำลังภายในวันเดียวไม่ได้ ซึ่งตัวแทนเจรจาได้เดินเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้าน เมื่อได้ข้อสรุปว่าจะมีการถอนกำลัง ตชด.ในวันรุ่งขึ้นชาวบ้านจึงพอใจ และสลายการชุมนุม รวมใช้เวลาในการชุมนุมกว่า 6 ชั่วโมง 

นอกจากนั้นเหตุการณ์ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 ตุลาคม มีคนร้ายบุกเข้าไปโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อยทพ.4301 ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงเรียนธารทิพย์ บ้านบือซู  ม.6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยการเข้าโจมตีครั้งนี้ ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย คือ จ.ส.อ.อุทัย  ไฝไทย หัวหน้าชุด สภาพถูกยิงเข้าที่ศีรษะ และบาดเจ็บ 1 นาย

ส่วนคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย คือนายอับดุลรอเซ๊ะ  อาลีมามะ  อายุ 24 ปี ราษฎรหมู่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกยิงเข้าที่ศีรษะซึ่งมีหมายจับของ สภ.อ.บันนังสตา ในคดีความมั่นคงหลายคดี ส่วนอีกรายเป็นชายยังไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 20-24 ปีสภาพถูกยิงเข้าที่ลำตัวนอกจากนั้นยังสามารถยึดอาวุธปืนขนาด เอ็ม 16 ของคนร้ายจำนวน 2 กระบอกหมายเลข 4929836  และ 9111893ไว้ได้

อีกเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่รวมไปถึงผู้ที่รู้ข่าว เมื่อชาวไทยพุทธ ในพื้นที่บ้านสันติ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลาและ บ้านสันติ 2 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา  นับร้อยคนอพยพ เข้ามาอาศัยอยู่ภายในวัด นิโรธสังฆาราม(วัดหัวควน)เขตเทศบาลนครยะลา เนื่องจากไม่กล้าอยู่ในพื้นที่ หลังจากเหตุคนร้ายลอบยิงนายบุญ เอี่ยมนิรันดร์ อายุ 68 ปี และนางอารี เอี่ยมนิรันดร์อายุ 28 ปี 2พ่อลูกและเผาบ้านเลขที่ 16หมู่ 6 บ.สันติ 2 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลาเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พย.49 ที่ผ่านมา

โดยล่าสุดจำนวนราษฎรผู้อพยพที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม ต.สะเตง องเมืองจ.ยะลา  มียอดล่าสุดจำนวน 206 คน จาก 55 ครอบครัว แบ่งเป็น จากพื้นที่ อ.บันนังสตา  บ.สันติ  จำนวน 21ครัวเรือน 62 คน  บ้านกาโสด  1 ครัเรือน  1 คน บ้านกำปงบารู(บ้านใหม่) จำนวน 1 ครัวเรือน 5 คน บ้านบือซู จำนวน 10 ครัวเรือน 26 คน   และจาก อ.ธารโต  บ้านสันติ 2 จำนวน 21 ครัวเรือน 100 คน(แบ่งเป็นบ้านเย๊าะ 14 ครัวเรือน 58 คนและบ้านจุฬาภรณ์ 7 จำนวน 7 ครัวเรือน 42 คน)  และบ้านจุฬาภรณ์ 9 จำนวน 1 ครอบครัว 12 คน   ซึ่งหลายฝ่ายได้เข้ามาดูแล

และเหตุการณ์ก่อเหตุป่วนในวันเดียวกันหลายจุดของช่วงเดือนนี้ ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา ในช่วงเที่ยงของวันที่ 9 พฤศจิกายน  คนร้ายได้ก่อเหตุป่วนวางระเบิด 8 จุดในเมืองยะลา โดยส่วนใหญ่จุดเกิดเหตุเป็นโชว์รูมรถ ในเขตพื้นที่เทศบาลนครยะลารวม8 แห่งประกอบด้วย โชว์รูม ฮอนด้า , อีซูซุ , นิสสันบนถนนสายเพชรเกษม , มาสด้า ถ.รวมมิตร,  ฟอร์ด,  เชฟโลเลต และ ร้านแสงเจริญนาปะดู่  ,ร้านหน่ำฮั้วจั่น ถ.สิโรรส ซึ่งจำหน่ายรถจักรยานยนต์  

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 13 ราย แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต และทำให้มีรถยนต์ได้รับความเสียหายหนักรวมทุกโชว์รูม 6 คันและเสียหายบางส่วน 6 คัน ส่วนโชว์รูมรถจักรยานยนต์มีรถเสียหายรวมกว่า 10 คัน

สำหรับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มนายอิสมะแอ  ปะจู  พร้อมพวกซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิด 22 ธนาคารในพื้นที่จ.ยะลา เมื่อต้นเดือนกันยายน 49 ที่ผ่าน เนื่องจากพบความเคลื่อนไหวของนายอิสมะแอในพื้นที่ยะลาก่อนเกิดเหตุ  โดยนายอิสมะแอ  ปะจู เป็นคนสนิทของนายไฟศอล  หะยีสะมะแอ ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดสนามบินหาดใหญ่  ซึ่งนายอิสมะแอมีหน้าที่หาระเบิดมาแจกจ่ายให้กับแนวร่วมในพื้นที่เพื่อใช้ก่อเหตุ

สำหรับภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-15 พ.ย. มีทั้งหมด  49  เหตุการณ์ เกิดเหตุการณ์มากที่สุดที่จังหวัดยะลา จำนวน 29 เหตุการณ์   รองลงมาเป็นจังหวัดนราธิวาส  จำนวน  17 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี 9 ส่วนสงขลาไม่มีเหตุการณ์

ส่วนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มีทั้งหมด 23 ราย เป็น ประชาชนทั้ง 12 ราย  เจ้าหน้าที่ของรัฐ 9 ราย  คนร้าย 2 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งหมด 43  ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 11 ราย ประชาชน 32  ราย

Thai