เริ่มครึ่งหลังปี 49 ปรากฏเค้าลางขบวนการก่อไฟใต้

DeepSouthWatch's picture

สถานการณ์ช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกรกฎาคม (1-15 ก.ค.) ที่ผ่านมา ของพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้และใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ยังเป็นภาพของเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทั้งเหตุวางระเบิด ลอบยิง จนทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน ขณะเดียวกันการค้นพบอุปกรณ์สำหรับการฝึกฝนของกลุ่มแนวร่วม ทำให้ภาพลางของเครือข่ายผู้ก่อการที่ฝังตัวเคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัด เริ่มแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น

ในเช้าของวันที่ 5 ก.ค.  เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจที่ 12 ประจำอำเภอบันนังสตา จำนวน 7 นาย ปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเส้นทางได้ลาดตระเวนบริเวณถนนสาย 410 ยะลา – เบตง ช่วงบริเวณ หมู่ 11 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา โดยบริเวณดังกล่าวคนร้ายได้ลอบฝังระเบิดเอาไว้ในท่อระบายน้ำ และทำการกดระเบิด แต่โชคดีที่รถของเจ้าหน้าแล่นผ่านไปประมาณ 10 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 1 นาย คือ ส.อ.ปรีชา โพธิชา ทหารสังกัด ฉก.12  ถูกสะเก็ดระเบิดที่นิ้วมือ

หลังจากกดระเบิดคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่  จนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยไป โดยที่เจ้าหน้าที่ 6 นายที่เหลือปลอดภัยทุกนาย

ต่อมาในช่วงเย็น คนร้ายได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกครั้ง บนถนนสาย 410 บ้านแหร – บ้านซาไก หมู่ 4 บ้านเจาะอาลี ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จ.ยะลา  ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจากพัน ร.103 สังกัดชุดเฉพาะกิจที่ 14  จำนวน 12 นาย ปฏิบัติหน้าที่ ลาดตระเวนเส้นทางโดยรถยูนิม๊อค คนร้ายได้กดระเบิดขึ้น และเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนีไป ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย คือ จ.ส.อ.เจริญ  แก้วสว่าง  จ.ส.อ.เล็ก  สิงห์พงษ์  จ.ส.อ.เปรม  มีชัย  พลทหารวราวุฒิ  ชสุนทร และพลทหารฤทธิเดช  โกกพันธ์

การก่อเหตุของคนร้ายทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันและสถานที่อำเภอติดกันนั้น  เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย ต้องการก่อเหตุวางระเบิดหวังผลสังหารเจ้าหน้าที่และชิงอาวุธจากเจ้าหน้าที่ ในลักษณะเดียวกับที่เคยก่อเหตุและทำได้สำเร็จมาแล้วในพื้นที่ ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. แต่ทางเจ้าหน้าที่สามารถตอบโต้คุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดความสูญเสียน้อยมาก

นอกจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ถูกซุ่มโจมตีแล้ว ผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในรอบครึ่งแรกของเดือน ก.ค. ยังมีผลงานในการเข้าตรวจค้น จนทำให้เห็นภาพของเครือข่ายการลักลอบฝึกเยาวชนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และยืนยันถึงกรณีการฝึกของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบว่า มีอยู่จริง จากการตรวจยึดปืนไม้แบบประดิษฐ์ จำนวน 26 อัน อาวุธปืนพกสั้นพลาสติก จำนวน 4 กระบอก ปุ๋ยยูเรีย 1 ถุง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย คือนายอายุ  บารอวา อายุ 25 ปี มีพฤติกรรมเป็นครูฝึกให้เยาวชนแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นชุด RKK (Runda Kumpulam Kecil) หรือ ชุดจรยุทธขนาดเล็ก ในการออกก่อเหตุการร์ไม่สงบ   

สำหรับภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 – 15 ก.ค. มีทั้งหมด 36 ครั้ง เกิดเหตุการณ์ขึ้นจังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานีมากที่สุด จำนวน 13  ครั้งเท่ากัน  รองลงมาเป็นจังหวัดนราธิวาส จำนวน 8 ครั้ง และจังหวัดสงขลาบางส่วนใน 4 อำเภอจำนวน 2 ครั้ง  โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งหมด 14 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ  3 ราย ประชาชน 11 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งหมด 39 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 21 ราย ประชาชน  18 ราย

เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตของ 15 วันแรกของเดือน ก.ค.กับจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่เกิดขึ้นในช่วง 15 วันหลังของเดือน มิ.ย.พบว่า จำนวนเหตุการณ์ลดลง 14 ครั้ง ผู้เสียชีวิตลดลง 3 ราย  และผู้บาดเจ็บลดลง  11  ราย

ด้านผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้มีการค้นทั้งหมด 3 ครั้ง รวม 21 จุด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส  2 ครั้ง  20  จุด ได้ผู้ต้องสงสัยรวม  3 ราย พร้อมกับปุ๋ยยูเรียและอุปกรณ์ในการฝึกชุดจรยุทธขนาดเล็ก และ จังหวัดยะลา 1 ครั้ง ได้ผู้ต้องสงสัย 5 ราย

ตารางที่ 1 สรุปเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อ.ของจังหวัดสงขลา

ประเภทของเหตุ/พื้นที่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลาบางส่วน
ลอบวางระเบิด 10 5 4 2
ซุ่มยิง - - - -
วางเพลิง 2 7 3 -
ขโมยอาวุธปืน 1 - - -
ตรวจค้น - 1 จุด 20 จุด -
ผู้ต้องสงสัย/ผู้ต้องหา - 5 3 -
วัตถุผิด กม./อาวุธปืน - - ปืนปลอมใช้ฝึก 30 รายการ
ปุ๋ยยูเรีย 1 รายการ
-
โปรยตะปูเรือใบ - - 1 -
ทำลายทรัพย์สิน - - - -
โปรยใบปลิว - 1 - -

 

ตารางที่ 2 เหยื่อความรุนแรง แยกตามกลุ่มและอาการ

 

เหยื่อความรุนแรง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลาบางส่วน
เจ้าหน้าที่รัฐ        
เสียชีวิต 5 10 6 -
บาดเจ็บ 1 1 1 -
ประชาชน        
เสียชีวิต 8 1 8 1
บาดเจ็บ 6 1 3 1
คนร้าย        
เสียชีวิต - - - -
บาดเจ็บ - - - -

 

ที่มา : รวบรวมโดยศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Thai