ดช.เหยื่อระเบิดเซเว่น ชีวิตที่เหลือกับกะโหลกเทียม

Hearty Support Group's picture

จรภร ทองเชื้อ
เล่าเรื่อง

ยามีละ ดอมอลอ
ซุไบดา เด็ง

เขียน

อารีด้า สาเม๊าะ
เรียบเรียง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ภาพ เหตุระเบิดที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาหนึ่งในจังหวัดปัตตานี เอื้อเฟื้อภาพโดย อาสาสมัครกู้ชีพสันติ ปัตตานี 

 

“เวลามีคนถามน้องว่าแผลโดนอะไร  น้องก็จะบอกว่าโดนระเบิดที่เซเว่น”

น้องบาส อายุเพียง 2 ขวบ มักจะตอบคนที่มาถามว่า ศรีษะเป็นอะไร ซึ่งเป็นแผลที่เกิดจากโดนสะเก็ดระเบิดเมื่อครั้งระเบิดทั่วเมืองปัตตานี 20 กว่าจุด หนึ่งนหลายๆจุดนั้นรวมเซว่นสาขา อาชีวะ ปัตตานีด้วย

เสี้ยวนาที ที่เกือบจะเสียลูกไป

วันนั้นฉันไปซื้อของที่เซเว่นอีเลเว่นที่สาขาอาชีวะกับลูกชายสองคน คือน้องโบท (9 ปี)และน้องบาส (/ ปี) โดยตอนนั้นคนโตกำลังซื้อน้ำอยู่ในร้านแต่คนเล็กเดินตามหลังฉันมาติด จังหวะที่ก้าวออกจากประตูเซเว่นได้ไม่กี่ก้าว ระเบิดที่เขาวางไว้แล้ว ก็เกิดระเบิดขึ้น หลังจากนั้นไฟก็ดับ

ทันทีที่ตั้งสติได้ ฉันรู้สึกหูอื้อมากมีแผลที่ขาขวา หลังและท้องไม่หนักมาก แต่ก็พยายามกวาดสายตามองหาลูกเป็นอันดับแรก ซึ่งลูกโตยังอยู่ในร้าน แต่คนเล็กที่อยู่ใกล้ๆกัน ถูกฝ้าเพดานของร้านล้นส่หัวน้องบาส คนอื่นๆที่ได้รับบาดเจ็บก็ค่อยๆทยอยออกมา  รถกู้ภัยมาถึงภายใน 10  นาที ลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

เวลาเกือบจะทุ่มครึ่งน้องบาสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี แต่ต่อมาหมอได้ส่งตัวน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลยะลา เพราะฝ้าตกใส่ศรีษะน้องบาส ทำให้กะโหลกร้าว มีเศษกระจกติดอยู่ที่เยื่อหุ้มสมอง และมีแผลฉกรรจ์ที่แขนและขา อาการหนักกว่าทุกคนที่มาด้วยกัน โดยมีฉันติดตามไปดูแลน้องบาสเอง และสามีดูแลลูกคนโตอยู่ที่ปัตตานี เพราะน้องโบทแม้จะไม่เจ็บหนัก แต่ก็มีแผลบริเวณทางซีกขวาอยู่

ครอบครัวทราบข่าวก็ตกใจแต่ก็ไม่กล้ามาหาในทันที เนื่องจากอยู่ไกล เพราะบ้านที่อยู่ปะนาเระ ส่วนสามีในคืนเกิดเหตุอยู่ที่บ้านเช่าที่อาเนาะรู ตอนโทรไปบอกก็ตกใจ สามีจึงมีอยู่ดูแลน้องโบท ส่วนครอบครัวทางปะนะเระ ตามมาเยี่ยมในเช้ารุ่งขึ้นที่โรงพยาบาลยะลา โดยหมอสั่งให้น้องบาสรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาประมาณ 23 วัน (ตั้งแต่วันที่ 24-5-57  ถึงวันที่  16-6-57) 

ชีวิตก่อนหน้าเจอเหตุร้าย

เดิมอาศัยอยู่ที่บ้าน ในต.ท่าข้าม อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี หลังจากแต่งงานก็ย้ายตามมาอยู่ที่บ้านเช่ากับสามี ที่ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี  ไม่นานก็ย้ายมาอยู่ที่ ต.อาเนาะรู (ปัจจุบัน) เพราะใกล้ที่ทำงานสามีมากกว่า ซึ่งสามีทำงานที่อู่ซ่อมเรือ พออยู่พอกิน แต่ค่าใช้จ่ายบ้านสามีรับผิดชอบคนเดียว เนื่องจากฉันไม่ได้ทำงานอะไร คอยดูแลลูกกับสามีอยู่ที่บ้านเท่านั้นเอง 

ในระหว่างพักฟื้นลูกชายที่บาดเจ็บสาหัส มีหน่วยงานรัฐมาเยี่ยมห้กำลังใจอยู่บ้าง เช่น ศูนย์สุขภาพจิต  ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ส่วนความช่วยเหลือด้านการเงินครอบครัวได้รับเงินเยียวยาเป็นเงิน  200,000  บาท  และค่าทุนการศึกษารายเดือนจนกว่าจะจบระดับปริญญาตรี อีกเดือนละ 1,500 บาท

ส่วนฉันกับน้องโบทได้รับเงินเยียวยาคนละ  10,000  บาท ฉันก็ข้องใจมาก ว่าเกณฑ์การให้เงินเยียวยา ว่าใครควรได้เท่าไหร่ เขาวัดจากอะไร เพราะฉันบาดเจ็บที่ขา เดินขากระเผลกมาเป็นเดือน

น้องบาสกลัวเสียงดัง

ออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ หมอสั่งงดอาหารทะเล  ไข่แดง  หรืออาหารที่จะทำให้เกิดหนอง คันทั้งหมดและน้องกินอะไรไม่ค่อยได้เพราะอาการเจ็บคอเนื่องจากการต่อท่อเข้าท่อลำเลียงอาหารประมาณ 1-2  เดือนกว่าจะกินได้เอง น้ำหนักลดลงถึง 10  กิโลกรัม จะขยับซีกขวาไม่ได้เลยเพราะกล้ามเนื้อไม่มีแรง ครอบครัวต้องคอยทำกายภาพเป็นเดือนจึงดีขึ้น

“เวลามีคนถามน้องว่าแผลโดนอะไร  น้องก็จะบอกว่าโดนระเบิดที่เซเว่น”

นอกจากนี้แล้วเวลาได้ยินเสียงฟ้าร้อง  เสียงประทัด  เสียงระเบิด จะตกใจ ก็ร้องแล้ววิ่งมากอดพี่  พี่โบทตลอดในช่วงแรกๆ แต่ตอนนี้น้องบาสดูอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเมื่อก่อนตอนที่อยู่โรงพยาบาล อาการจะซึมลงมาก ไม่ร่าเริง

ตอนนี้น้องบาสใส่กะโหลกเทียมอยู่แต่ยังต้องไปพบหมออย่างต่อเนื่อง และกะโหลกที่น้องส่อยู่ปัจจุบัน จะต้องเปลี่ยนขนาดให้ใหญ่ขึ้นตามร่างกาย หมอจึงนัดเปลี่ยนกะโหลกเทียมอีกทีเมื่อน้องอายุระหว่าง  15-16 ปี เพราะกะโหลกที่ว่าเป็นของเทียมจะไม่ขยายเหมือนของจริง

อนาคตครอบครัว
ตอนนี้น้องบาสยังไม่ถึงวัยเรียนหนังสือ เมื่อน้องเข้าโรงเรียนแล้ว ฉันจะสามารถออกไปหางานทำได้ แต่ถ้าเลือกได้ อยากทำงานเก็บเงิน เปิดร้านขายของชำเป็นธุรกิจเล็กๆของตัวเอง จะได้อยู่บ้านดูแลลูกและครอบครัวได้กล้ชิด

“ความหวังที่สูงที่สุดคือการได้ส่งลูกเรียนหนังสือให้สูงๆ”

เหตุร้ายคือประสบการณ์ชีวิตที่เลี่ยงไม่ได้ 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเจอเข้ากับตัว ตอนนี้เวลาไปไหนมาไหนก็คิดว่าไม่ปลอดภัย จะระวังตัวมากขึ้น คอยสังเกตสิ่งผิดปกติ และเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างไป เช่นจากเดิมที่ออกข้างนอกบ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันอาจจะเลือกไปเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนใหญ่จะไปตลาดซื้อของตุนไว้ที่บ้านในตอนเช้า แทน เคยคิดจะย้ายที่อยู่ไปที่อื่น แต่เมื่อคุยกับสามีเรื่องนี้ สามีก็บอกว่า แต่ให้ระวังตัวมากขึ้น

“ช่วงนี้ระวังตัวมากขึ้น เลี่ยงที่จะไม่เข้าร้าน 7-11 เลย หรือหากจำเป็นต้องเข้าจะลือกเข้าเฉพาะสาขาปั๊มน้ำมันที่เดียวเท่านั้น”

“สิ่งเดียวที่ถ้าขอได้ คืออยากให้สงบแต่ก็เข้าใจว่า คงต้องใช้เวลาจะกลับให้เป็นเหมือนเดิม”

 

.......

หมายเหตุ : เรื่องเล่าเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ“โครงการการสร้างการตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากระเบิดในความขัดแย้ง จังหวัดชายแดนใต้ ประเทศไทย เป็นโครงการเพื่อรวบรวมเสียงของเหยื่อระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุด เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ที่อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี”  ซึ่งข้อมูลมาจากเจ้าของเรื่อง เรียบเรียงและร้อยเรียงโดย กลุ่มด้วยใจ
 

Thai