ชายแดนตะวันตกตึงเครียด พม่าเสริมทัพเข้ารัฐกะเหรี่ยงสวนทางสันติภาพ

Citizen Journalist's picture

"ชายแดนตะวันตกตึงเครียด พม่าเสริมทัพเข้ารัฐกะเหรี่ยง เล็งโจมตีกองพล 5 เคเอ็นยู สวนทางสัญญาสันติภาพ “พล.อ.บอจ่อแฮ”สั่งเตรียมพร้อม-ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 พล.อ. บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง (เคเอ็นแอลเอ-KNLA) ของสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู-KNU) เปิดเผยว่า กองทัพพม่าได้เคลื่อนไหวและเสริมกำลังทหารในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ภายหลังจากมีการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศพม่า (NCA) สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่กลับมีความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกองทัพพม่าอยู่ตลอด ทั้งการเพิ่มกำลังพล หรือ การเสริมยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง

"สถานการเช่นนี้เราต้องระวังตัวให้มากกว่าปกติ ต่างฝ่ายก็จับตาความเคลื่อนไหวของกันและกัน หากเราทำอะไรผิดพลาด ฝ่ายทหารพม่าอาจใช้เป็นข้ออ้างการดำเนินการต่างๆได้ เราอยากให้ประชาชนเรารู้ว่าเราไม่ได้นิ่งดูดายต่อสถานการณ์ เรามีการระวังและประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา”พล.อ.บอจ่อแฮ กล่าว

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด KNLA กล่าวว่า ช่วงการเจรจาหยุดยิงหลายฝ่ายตั้งความหวังให้ประธานเคเอ็นยูเป็นตัวแทนเจรจากับกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ร่วมการลงนามหยุดยิง ตนเชื่อว่าประธานของเราได้พูด ได้เจรจาแล้ว แต่เราก็ยังเห็นว่าการสู้รบเกิดขึ้นอยู่ในรัฐต่างๆ การตั้งความหวังจะให้เคเอ็นยู เป็นตัวแทนเจรจาให้กลุ่มอื่นด้วยนั้นคิดว่าไม่ง่ายนัก และแท้จริงแล้วกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในประเทศพม่าต่างมีเป้าหมายเดียวกัน การโจมตีกองกำลังรัฐฉาน การโจมตีรัฐคะฉิ่น ก็เหมือนเป็นการโจมตีเราด้วย เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนเรา กองทัพพม่าที่ต้องการทำให้เราอ่อนกำลังลง เพียงแต่ไม่ได้โจมตีกะเหรี่ยงโดยตรง แต่ไปโจมตีเพื่อนของเราแทน ก็เหมือนการทำให้เราอ่อนแรงลงโดยทางอ้อม สิ่งที่อยากบอกกับประชาชนกะเหรี่ยงคือ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงการหยุดยิง แต่เราก็ไม่ได้นิ่งดูดายเรื่องความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในสถานการณ์การเสริมทัพของกองทัพพม่าเข้ามายังพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง นับตั้งแต่ที่กลุ่มผู้นำชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง เดินทางไปลงนามสันติภาพที่กรุงเนปิดอในช่วงกลางเดือนตุลาคม จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการเคเอ็นยู และนายทหารสังกัดกองพันที่ 102 กองพลที่ 5 กองกำลังปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง ยืนยันตรงกันว่าตลอดเดือนตุลาคม กองทัพพม่าที่รับผิดชอบพื้นที่ของกองพลที่ 5 ได้มีความเคลื่อนไหวผิดปกตินับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พล.อ. มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพพม่า ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกองทัพภาคตะวันออก ที่เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ และเมืองผาปูน รัฐกะเหรี่ยง โดยช่วงเวลาดังกล่าว กองทหารราบพม่า 80 นาย จากเมืองกะมะหม่องเคลื่อนพลเข้ามายังเมืองผาปูน ตามเส้นทางสัญจรปกติ แต่มีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินล้ำเข้าพื้นที่ต้องห้ามตามข้อตกลงการเคลื่อนพลของกองทัพพม่ากับกองกำลังกะเหรี่ยง

"เขตเมืองผาปูนไม่มีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพพม่าบินเข้ามานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี กองทัพพม่าไม่ได้แจ้งประสานมาก่อน จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะระยะสั้นๆ ต่อมากองทัพพม่าส่งกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่เส้นทางเมืองกะมะหม่อง-เมืองผาปูน จนทำให้เกิดเหตุปะทะกันระยะสั้นอีกรอบ จนกระทั่งการลงนามหยุดยิงเมื่อ 15 ตุลาคม หลังจากนั้นเพียงวันเดียว กองทัพพม่าเคลื่อนไหวขนเสบียงเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง วันที่ 24 ตุลาคม มีรถบรรทุก 10 คัน พร้อมกำลังพล 200 นาย จากกองพลที่ 22 ของกองทัพพม่าได้เสริมทัพเข้ามาในพื้นที่รอยต่อ”นายทหารเคเอ็นยู รายหนึ่ง กล่าว

นายทหารรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า เมืองผาปูน มีกำลังพลของกองทัพพม่าประจำการอยู่แล้ว 4 กองพัน ได้แก่ กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340, 341, 434 และกองพันทหารราบที่ 10 ซึ่งสังกัดภายใต้ กองพลยุทธการที่ 1 กองทัพภาคตะวันออก ของพม่า ทางฝั่งตะวันตกของกองพล 5 เขตหมู่บ้านบูโหล่โกล มีรายงานว่ากองทัพพม่าได้ขนอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ 120 ม.ม. พร้อมกระสุนจำนวนมาก เข้าประจำพื้นที่ รวมถึงได้ข่มขู่ชาวบ้านใกล้เคียงไม่ให้ใช้ปืนในการล่าสัตว์ หากไม่ปฏิบัติตาม ทหารพม่าจะยิงปืนใหญ่เข้าหมู่บ้าน รวมถึงบอกกับชาวบ้านว่า พิกัดปืนใหญ่ ได้ตั้งเล็งไปยังฐานบัญชาการกองพลที่ 5 แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกองทัพพม่าพร้อมโจมตี "ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลพม่ามีแผนการอะไร และเสริมทัพเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ใด แต่แสดงให้เห็นว่ากองทัพพม่าไม่มีความจริงใจในการลงนามหยุดยิง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การเตรียมความพร้อมของกองทัพพม่า เพื่อที่จะโจมตีเราให้ไวที่สุด สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือ ติดตามสถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือ แม้ทหารพม่ากับเรามีข้อตกลงในการเคลื่อนทัพ คือ จะเคลื่อนทัพตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ล้ำเขตรับผิดชอบของกันและกัน รวมถึงจะไม่ทำการโจมตีฐานที่มั่นทางทหาร"นายทหารเคเอ็นยู กล่าว

Thai