มาราปาตานีกับกระบวนการสร้างสันติภาพ

TAKESHI's picture

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2559 เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. มีข่าวแจ้งจากกลุ่มไลน์ หลายๆ กลุ่มว่า ปัตตานีมีเหตุระเบิดตลาดโต้รุ่ง ใจก็คิดไปว่า ปัตตานี รับเละอีกแล้ว เป็นห่วงผู้คนว่าจะบาดเจ็บมากน้อยเท่าไหร่ พี่น้องพุทธ พี่น้องมุสลิม จะเป็นยังไง แต่ก็ยอมรับอีกเช่นกันครับว่าที่เป็นห่วงสุดๆ คือ พี่น้องพุทธ ก็คงไม่แปลกอะไรเพราะพี่น้องพุทธในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ตกเป็นเหยือจากเหตุการณ์ถึงกับต้องเสียชีวิต 3 ราย ชีวิตทุกชีวิตมีค่า ไม่ว่าจะเกิดมานับถือศาสนาอะไร แต่ก็อดเป็นห่วงยะลา ไม่ได้เช่นกัน ด้วยความที่ยะลา ปลอดภัยมาก็น่าจะร่วม 2 ปีเห็นจะได้ ก็ขออย่าให้เกิดอะไรกับจังหวัดยะลา พี่น้องชาวยะลา และชาวนราธิวาส เลยครับ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ตลาดโต้รุ่งจังหวัดปัตตานี หลายฝ่าย หลายองค์กร หลายคน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่แตกต่างกัน บ้างก็ออกด่าทอตามหน้าเฟสบุ๊ค บ้างก็ออกมาในรูปของแถลงการณ์ ซึ่งผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ไม่แปลกอะไร และเหมาะต่อการถูกด่า

แต่สิ่งที่ผมคิด คือ เหตุการณ์ที่เกิดมักจะเกิดในช่วงของการพูดคุย ระหว่าง รัฐไทย หรือรัฐบาลไทย หรือที่เราจะเรียกว่า Party A กับ มาราปาตานี ที่มีองค์กรในการเคลื่อนไหวที่ร่วมจัดตั้ง คือ BRN เป็นหลัก หรือ Party B ถูกจับตามองจากหลายๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม หรือ CSOs , ประชาชนที่สนใจติดตามเรื่องราว, หรือแม้แต่กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ ๆ ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย ก็คงติดตามกันอยู่เช่นกัน

เมื่อมีการพูดคุย แล้วทำไมยังเกิดเหตุ ซึ่งจะคุยกันแบบพอเข้าใจนะครับ ว่า Party B แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มที่ต้องการพูดคุย

2. กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนใจในการพูดคุย

หากจะบอกว่า ทั้ง 2 กลุ่มนี้ รู้จักกันหรือเปล่า ส่วนตัวผมคิดว่า ก็รู้จักกัน แต่แนวทางด้านความคิดในเรื่องนี้ แตกต่างกัน

สิ่งที่ผมคิดและเชื่อคือ มาราปาตานี คือกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลัง ไม่เห็นด้วยกับการฆ่า แต่เห็นด้วยกับการต่อสู้ด้วยสันติวิธี หรือหากจะต่อสู้ด้วยอาวุธ ก็จะกระทำต่อคู่ขัดแย้งโดยตรงเท่านั้น ผมก็ยังมีความเชื่อของผมว่า กลุ่มหรือองค์กรที่ใช้การต่อสู้แบบสันติวิธี ก็เพียรพยายามที่จะโน้มน้าว อีกกลุ่มให้เข้ามาร่วมการพูดคุยเช่นกัน

มาราปาตานี ต้องเร่งขยายฐานการต่อสู้ด้วยกระบวนการสันติวิธี สู่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย และหากสื่อถึงกันได้ ต้องสื่อให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงที่มีผลกับประชาชนด้วย

สิ่งที่ผมคิดและเชื่อคือ มาราปาตานี คือกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลัง ไม่เห็นด้วยกับการฆ่า แต่เห็นด้วยกับการต่อสู้ด้วยสันติวิธี หรือหากจะต่อสู้ด้วยอาวุธ ก็จะกระทำต่อคู่ขัดแย้งโดยตรงเท่านั้น ผมก็ยังมีความเชื่อของผมว่า กลุ่มหรือองค์กรที่ใช้การต่อสู้แบบสันติวิธี ก็เพียรพยายามที่จะโน้มน้าว อีกกลุ่มให้เข้ามาร่วมการพูดคุยเช่นกัน

เหตุการณ์ที่เกิด ณ ตลาดโต้รุ่งปัตตานี ทำให้เรามองได้ว่า อีกกลุ่มไม่ต้องการให้เกิดการพูดคุย เรื่องนี้ ไม่แปลกอะไรหากใครจะวิเคราะห์แตกต่างกันออกไป

อีกประเด็นที่ต้องการสื่อสาร คือ ในประเด็นของ ภาคประชาสังคมหลายองค์กร ออกมาเรียกร้องให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ แต่ผมค่อนข้างอึดอัดใจนัก หากจะมีพื้นที่ปลอดภัยที่ประชาชนไม่รู้เรื่อง หรือหากจะมีพื้นที่ปลอดภัย โดยรัฐเป็นคนสร้างมันขึ้นมา หรือแม้แต่อ้างเสียงของประชาชน แต่กลุ่มประชาชนที่พูดถึงถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐ เรื่องแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ เพราะไม่ได้แก้ปัญหาของพื้นที่ให้หมดไปโดยสิ้นเชิง

สิ่งที่ต้องการจะบอก คือ พื้นที่ปลอดภัยมันต้องค่อยๆ ขยับเดิน ลดการประชาสัมพันธ์ หรืออาจจะหมายถึงห้ามประชาสัมพันธ์เลยซะด้วยซ้ำไปในระยะแรกของการทำ มันอาจจะต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ดูแลได้ ปกป้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน ครับ

 

ในขณะเดียวกัน Party A  ก็อาจจะไม่แตกต่างกับ Party B ในเรื่องของกลุ่มที่เห็นด้วย กับไม่เห็นด้วยต่อการพูดคุยสันติสุข เช่นเดียวกัน และสามารถทำตัวเป็นปัญหาในการพูดคุยได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

หากถามว่าทำไมถึงต้องห้ามประชาสัมพันธ์ ก็ไม่มีอะไรมากครับ ป้องกันการท้าทายจากอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยไงครับ และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมิได้หมายถึงแค่กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่เท่านั้น ยังจะคิดไปได้ถึงฝ่ายรัฐ เองที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย ก็เป็นไปได้เช่นกัน

หลายองค์กร พยายามจะหยิบยกเอาประเด็นที่ตนทำเข้ามาในรูปของแถลงการณ์ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับรัฐ ที่พยายามสร้างองค์กรของตนเองขึ้นมา เพื่อใช้สิทธิอันชอบธรรมในนามของ ประชาชน เช่นกัน เรื่องเหล่านี้ต้องระวัง

ส่วนตัวแล้วคิดว่า หากทุกฝ่ายมุ่งเน้นประชาชนเป็นหลัก ยึดมั่นการแก้ปัญหาโดยรู้จักฟังเสียงของประชาชนจริงๆ ปัญหาจะค่อยๆ คลาย แต่ หากยึดมั่นผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เป็นหลัก ปัญหาที่ทำร้าย ทำลายประชาชน ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นในรูปแบบต่างๆ

การจะสร้างบ้านซักหลัก ฐานของบ้านจะต้องแข็งแรงและมั่นคง ถมดินให้แน่น ก่อนจะเริ่มการสร้างบ้าน เช่นเดียวกัน ต้องสร้างฐานประชาชนให้เข้มแข็ง ปัญหามันจะแก้ได้ง่ายขึ้น

เป็นกำลังใจให้กับองค์กรภาคประชาสังคม ทุกๆ องค์กร ครับ

เป็นกำลังใจให้กับประชาชน คนชายแดนใต้ ทุกๆ ท่าน

Thai