บัดชาข่าน ตอน ความฉ้อฉลในเรือนจำและน้ำตาแห่งความสูญเสีย

Islam and Peacebuilding's picture

 

บัดชาข่าน ตอน ความฉ้อฉลในเรือนจำและน้ำตาแห่งความสูญเสีย

 

ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี

สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่

 

 

บัดชาข่าน ตอน ความฉ้อฉลในเรือนจำ

ขณะอยู่ในคุกเดรา อิสมาอีล ข่าน นั้น บัดชา ข่าน ถูกจับขังเดี่ยวและต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเยี่ยงนักโทษอุกฉกรรจ์ ท่านพบว่าแท้ที่จริงแล้วเรือนจำก็คือสถานที่แสวงหาผลประโยชน์ของพวกผู้คุมชาวอังกฤษ โดยหากนักโทษคนใดติดสินบนเจ้าหน้าที่ก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกว่า

ท่านบัดชา ข่าน ก็เคยถูกเรียกร้องให้จ่ายเงินสินบนเพื่อจะได้หลุดพ้นไปจากการคุมขังอยู่ในคุก แต่ท่านกลับปฏิเสธไม่ยอมจ่ายสินบนเพื่อแลกกับอิสรภาพและความสุขสบายอย่างไร้ศักดิ์ศรี

ท่านกล่าวว่า “ฉันถูกส่งมาที่นี่เพราะฉันปฏิเสธที่จะเงินประกันตัว แล้วทำไมฉันต้องมาจ่ายสินบนในคุกแห่งนี้เพื่อจะได้รับการปฏิบัติที่ดี หรือเพียงแค่ฉันติดสินบนก็จะได้ออกไปในทันทีกระนั้นหรือ?”

ผู้คุมที่เป็นชาวปาทานส่ายหัวไม่รู้จะทำยังไง เขาก็แค่ไม่อยากเห็นชาวปาทานด้วยกันประสบกับยากลำบากและถูกทรมานอยู่ในคุก อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างอันดีงามของบัดชา ข่าน เป็นที่ประทับใจแก่นักโทษ และไม่เว้นแม้แต่ผู้คุมที่เป็นชาวปาทานจำนวนไม่น้อย ดังมีตัวอย่างคือ หลังจากที่บัดชา ข่าน ได้ตั้งคำถามต่อพวกผู้คุมว่า “พวกเธอทั้งหลายล้วนเป็นคนดีกันทั้งนั้น แต่ทำไมต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบอันชั่วช้าในที่แห่งนี้”

ผู้คุมตอบ “ก็ฉันจะต้องเลี้ยงลูกๆ”

แต่ในอีกสอง-สามวันต่อมา ท่านเห็นผู้คุมได้เปลี่ยนหน้าไปจึงทราบว่าผู้คุมชาวปาทานคนเดิมนั้นเกิดความละอายและได้ลาออกไปหางานใหม่แล้ว.....

 

บัดชา ข่าน ตอน น้ำตาแห่งความสูญเสีย

เนื่องจากนักโทษส่วนใหญ่ในเรือนจำเดรา อิสมาอีล ข่าน เป็นชาวปาทาน พวกเขาจึงเริ่มยอมรับและปฏิบัติตาม บัดชา ข่าน ซึ่งถือเป็นผู้นำของพวกเขา ดังนั้น ความฉ้อฉลในเรือนจำจึงค่อยๆลดลง โดยพวกเขาไม่ยอมจ่ายสินบนให้ผู้คุมอีกต่อไปจนผู้คุมเริ่มสัมผัสได้ถึงรายได้จากค่าสินบนที่ลดน้อยถอยลงไป บัดชา ข่าน จึงตกเป็นเป้าที่เป็นตัวทำลายผลประโยชน์ในเรือนจำของพวกเขา จึงหาทางให้บัดชา ออกไปให้พ้นๆ จากเรือนจำแห่งนี้

ในที่สุด บัดชา ข่าน จึงถูกย้ายไปยังเรือนจำเดรา กาซี ข่าน ซึ่งเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมืองโดยอยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 300 ไมล์ ท่านเห็นว่าการย้ายครั้งนี้นับเป็นการช่วยชีวิตท่านโดยแท้ เนื่องจากการถูกขุมขังเป็นเวลา 4 เดือนในเรือนจำก่อหน้านั้นทำให้สุขภาพของท่านทรุดโทรมไปเป็นอย่างมาก น้ำหนักท่าน้ลดลงไปถึง 23 กิโลกรัม ท่านกล่าวว่า

“การที่ถูกย้ายไปยังเรือนจำเดรา กาซี ข่าน ครั้งนี้ นับเป็นความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าโดยแท้ หาไม่แล้ว ฉันคงต้องตายอยู่ในคุกแห่งนี้เป็นแน่แท้”

ในเรือนจำแห่งใหม่นี้ ทำให้บัดชา ข่าน ได้พบกับผู้นำทางการเมืองจากศาสนาต่างๆ ทั้งฮินดู คริสต์ และอิสลาม และท่านได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นและเรียนรู้ในแก่นธรรมคำสอนของแต่ละศาสนาอย่างแท้จริง สำหรับอาหารการกินก็ดีกว่าที่เดิมเป็นอย่างมาก โดยผู้คุมซึ่งเป็นชาวมุสลิมก็ให้ความเคารพนับถือบัดชา ข่าน เป็นอย่างยิ่ง ในเรือนจำมีหมอฟันที่ให้การรักษานักโทษโดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่หมอฟันกลับไม่ยอมรับค่ารักษาจากบัดชา ข่าน

หมอฟันกล่าวว่า “ท่านต้องติดคุกเพราะความรักที่มีต่อประเทศชาติของเรา ความเสียสละของฉันนั้นไม่ได้เท่าขี้เล็บของท่าน จึงขอให้ท่านยอมรับความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยของฉันนี้ด้วยเถิด”

ในปี 1923 บัดชา ข่าน ได้ทราบข่าวการจากไปของแม่ในขณะที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ท่านเสียใจสุดๆ และบรรยายไว้ในบันทึกของท่านว่า

“แม่คือผู้ที่กระตือรือร้นใจจดใจจ่ออยู่กับการการมาเยี่ยมฉันในเรือนจำมากที่สุดตลอดระยะเวลาที่ฉันอยู่ในคุก แต่แม่แก่มากแล้วและคุกที่นี่ก็ไกลเกินไปสำหรับท่านในการเดินทาง เพื่อที่จะให้ท่านไม่ต้องยุ่งยากลำบาก ฉันจึงขอร้องให้ท่านไม่ต้องเดินทางมาเยี่ยมฉันถึงที่นี่ แต่ฉันไม่รู้เลยว่า...พระผู้เป็นเจ้าได้เรียกแม่กลับคืนและไปจากฉันเสียแล้ว

เมื่อฉันออกจากคุก น้องสาวได้บอกฉันว่า คำพูดสุดท้ายของแม่ก่อนที่ท่านจะสิ้นลมหายใจสุดท้าย คือคำว่า ‘กัฟฟาร์...อยู่ไหน?’ ซึ่งชื่อของฉันยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของแม่...แล้วเธอก็สิ้นลมจากไป”

(“แท้จริง เราเป็นกรรมสิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า และแน่นอน เราจะต้องกลับคืนสู่พระองค์”---เพิ่มเติมโดยผมเอง---เป็นคำกล่าวสำหรับมุสลิมทุกคนเมื่อทราบข่าวมีผู้เสียชีวิต....อิสลามมองการตายไม่ใช่การดับสูญ แต่เป็นเพียงการกลับคืน เปลี่ยนผ่านจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งเท่านั้นเพื่อรอการสอบสวนจากพระผู้เป็นเจ้าถึงความดี-ความชั่ว ที่ได้ทำในไว้โลกนี้)

 

อ่านความเดิมตอนที่แล้ว

"บัดชา ข่าน" ทหารที่ไม่ใช้ความรุนแรงของอิสลาม

ทหารที่ปราศจากอาวุธ (nonviolent army) ของเผ่าปัชตุน (ปาทาน)

บัดชา ข่าน นำทัพเคลื่อนไหวต่อสู้กับอังกฤษด้วยวิธีอารยะขัดขืน

ขบวนการเคลื่อนไหวแบบสันติวิธีของ บัดชา ข่าน

บัดชา ข่าน ตอน บันทึกในกรงขัง และการยืนต่อหน้าผู้อธรรม

บัดชา ข่าน (ช่วง 1921-1924) ตอน ฆาตกรตัวอันตราย

 

 

Thai